โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ป้าบินด่วนอุบลฯ ตามหา "น้องโรส" หลังโทรศัพท์ส่งสัญญาณ SOS ชี้จุดพิกัดชนสนั่น

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวเวิร์คพอยท์

(17 พ.ค. 69) ความคืบหน้ากรณีโศกนาฏกรรมขบวนรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) ล่าสุดที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางวิภาดา อายุ 59 ปี ได้เดินทางไกลมาจากจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเข้าตรวจสอบข้อมูลและติดตามชะตากรรมของ น.ส.วิภารักษ์ หรือ “น้องโรส” อายุ 26 ปี หลานสาวที่ตนเองเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งคาดว่าอาจเป็นหนึ่งในผู้ประสบอุบัติเหตุจากเหตุการณ์ดังกล่าว

นางวิภาดา เปิดเผยด้วยน้ำตานองหน้าว่า แม้โดยสายเลือดตนจะมีศักดิ์เป็นป้าของน้องโรส แต่ก็เป็นผู้ฟูมฟักเลี้ยงดูน้องมาตั้งแต่ยังเล็ก เนื่องจากพ่อแม่ของน้องแยกทางกัน ประกอบกับพ่อของน้องได้เสียชีวิตไปแล้ว ทำให้น้องโรสเรียกตนว่า “แม่” มาโดยตลอดความผูกพันจึงไม่ต่างจากแม่ลูกแท้ ๆ

นางวิภาดา เล่าถึงชนวนเหตุที่ทำให้ต้องรีบเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ว่า เมื่อวานที่ผ่านมา ตนได้รับข้อความ SMS จากโทรศัพท์มือถือของน้องโรสส่งเข้ามาหลายครั้ง ลักษณะคล้ายข้อความสัญญาณฉุกเฉิน (SOS) ขอความช่วยเหลือ แต่ในตอนแรกตนแปลความหมายไม่ได้เนื่องจากข้อความทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ

ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาดังกล่าว ตนเห็นรายงานข่าวเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ และทราบว่าน้องโรสกำลังเดินทางไปทำงานในพื้นที่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุพอดี เพราะปกติในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ น้องจะรับงานพิเศษ (รับจ๊อบ) ในย่านนั้น ส่วนที่พักหลักจะอยู่ย่านรัชโยธิน

"ภายในข้อความ SMS มีลิงก์แผนที่พิกัดแนบมาด้วย พอตนลองกดเข้าไปดู ก็ต้องตกใจสุดขีดเพราะพิกัดมันชี้ตรงจุดเดียวกับสถานที่เกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์พอดี ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเช็กในสตอรี่เฟซบุ๊กของน้องโรส ก็พบว่ามีการโพสต์ภาพถ่ายขณะอยู่บนรถเมล์เมื่อวานนี้ ยิ่งทำให้มั่นใจว่าน้องโรสต้องอยู่บนรถเมล์คันที่ประสบอุบัติเหตุอย่างแน่นอน" ป้าของน้องโรสกล่าว

หลังเกิดเหตุ นางวิภาดาพยายามโทรศัพท์ติดต่อสอบถามข้อมูลตามโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมถึงสถานีตำรวจที่รับผิดชอบ แต่กลับไม่พบรายชื่อของหลานสาวในระบบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตที่ระบุตัวตนได้ ตนกินไม่ได้นอนไม่หลับ จึงตัดสินใจนั่งรถออกจากจังหวัดอุบลราชธานีตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาเพื่อมาตามหาด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางมาถึงสถาบันนิติเวชฯ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าขั้นตอนตามกฎหมายจะต้องมีการเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม (DNA) ของญาติสายตรงเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล แต่เนื่องจากตนเป็นเพียงป้า จึงต้องโทรศัพท์เรียกให้แม่แท้ ๆ ของน้องโรส ซึ่งเป็นน้องสาวของตน รีบเดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานีด่วน เพื่อเข้าตรวจเก็บตัวอย่าง DNA นำไปเปรียบเทียบกับร่างผู้เสียชีวิตอีก 6 ร่าง ที่สภาพศพยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ในขณะนี้

นางวิภาดา กล่าวทิ้งท้ายว่า ลึก ๆ แล้วตนยังคงสวดมนต์ภาวนาขอปาฏิหาริย์ ไม่ให้หนึ่งในร่างผู้เสียชีวิตที่เหลือนั้นเป็นน้องโรส เพราะตนยังทำใจยอมรับกับความสูญเสียที่กะทันหันเช่นนี้ไม่ได้ พร้อมทั้งวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับและแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยกับครอบครัวใครอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...