"อนุชา" ขอพิสูจน์ด้วยผลงาน ชูแก้รถติด-น้ำท่วม-ปราบคอร์รัปชัน ลั่นขอคืน 'เมืองฟ้าอมร' ให้คนกรุงเทพฯ
"อนุชา" ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย ขอประชาชนตัดสินจากการกระทำมากกว่าคำพูด ย้ำพร้อมแก้ปัญหารถติด น้ำท่วม ขยะ ฝุ่น และเศรษฐกิจ พร้อมประกาศเดินหน้าปราบทุจริต หากได้รับความไว้วางใจให้บริหารกรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีปราศรัยใหญ่ปิดท้ายการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ก่อนวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายน ภายใต้ธีม "เมืองฟ้าอมร Talk & Fest: ไปให้สุด หยุดที่เจมส์อนุชา"
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้ระยะเวลาหาเสียงเพียง 6 สัปดาห์จะถือว่าสั้น แต่ตนตั้งใจใช้เวลาทั้งหมดลงพื้นที่เพื่อรับฟังและเข้าใจชีวิตจริงของคนกรุงเทพฯ มากกว่าการขอคะแนนเสียง
นายอนุชา กล่าวว่า การลงพื้นที่ทำให้ได้เห็นปัญหาของประชาชนในหลายมิติ ทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายไม่ดี ผู้ปกครองที่ต้องเร่งรีบส่งลูกไปโรงเรียน ผู้สูงอายุที่เดินทางเข้ารับการรักษาอย่างยากลำบาก รวมถึงผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างที่รู้สึกถูกสังคมตีตรา ทั้งที่มีบทบาทช่วยเหลือประชาชนและดูแลความปลอดภัยในพื้นที่
"หากไม่ลงไปสัมผัสและพูดคุยกับประชาชน ก็ไม่มีทางเข้าใจปัญหาเหล่านี้ได้" นายอนุชากล่าว
ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยังเปิดเผยว่า มีเด็กคนหนึ่งถามถึงคติประจำตัวในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งตนตอบว่า "Action speaks louder than words" หรือ "คำพูดไม่กระจ่างเท่ากับการกระทำ" โดยยึดถือหลักคิดดังกล่าวมาตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงการทำงาน
นายอนุชา กล่าวว่า การลงสมัครครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อแสวงหาตำแหน่งหรือสร้างประวัติส่วนตัว แต่เพราะเชื่อว่าประสบการณ์ที่สั่งสมจากภาคธุรกิจ งานฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร จะสามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาของกรุงเทพฯ ได้ ทั้งปัญหารถติด น้ำท่วม ขยะ ฝุ่น เศรษฐกิจ และการดูแลผู้สูงอายุ
พร้อมย้อนถึงเส้นทางการเมืองว่า ได้รับการชักชวนจากนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ให้เข้ามาทำงานในฐานะที่ปรึกษาผู้ว่าฯ ก่อนจะดำรงตำแหน่งเลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ทำให้มั่นใจว่าพร้อมทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม.
นายอนุชายังประกาศว่า สิ่งที่ต้องการเร่งแก้ไขเป็นอันดับแรก คือปัญหาการทุจริตและคอร์รัปชัน พร้อมระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" เพื่อใช้ข้อมูลตรวจสอบการทำงานภาครัฐอย่างเป็นระบบ และเชื่อว่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความโปร่งใสในการบริหารกรุงเทพมหานคร
สำหรับนโยบายหลักที่ใช้ในการหาเสียง ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ การเดินทางที่สะดวก เมืองที่สะอาด คุณภาพชีวิตที่ดี เศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และการบริหารงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้
นายอนุชา กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้กลับมาทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และเชื่อว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะได้รับการสนับสนุนจากทีมผู้บริหารและ สก. ของพรรค เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
"ผมจะไปพิสูจน์ให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เดินทางสะดวก เป็นเมืองที่สะอาด เป็นเมืองที่ใช้ชีวิตได้สบายขึ้น มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และจะทำให้การทุจริตคอร์รัปชันไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ภายใต้การทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ ขอโอกาสให้เราเข้าไปทำหน้าที่ เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็น 'เมืองฟ้าอมร And more' เพราะกรุงเทพฯ เป็นได้มากกว่านี้" นายอนุชากล่าว
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO