โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

JPMorgan หั่นเป้าราคาทองเหลือ 4,500 ดอลลาร์ ประเมินแรงซื้อไม่แกร่งอย่างที่คาด

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ธนาคารเจพีมอร์แกน (JPMorgan) ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ โดยระบุว่า ความต้องการซื้อทองคำจากหลายภาคส่วนสำคัญจะไม่แข็งแกร่งอย่างที่เคยประเมินไว้ ส่งผลให้ราคาทองคำ ในปีนี้มีแนวโน้มปรับขึ้นได้เพียงสู่ระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในไตรมาส 3 และ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในไตรมาส 4

ก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือนมิ.ย.เจพีมอร์แกน เพิ่งคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะพุ่งขึ้นแตะ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปีนี้

เจพีมอร์แกน ระบุว่า ความเสี่ยงต่อประมาณการดังกล่าวเอนเอียงไปในทิศทางขาลง เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด หากข้อมูลเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของฤดูร้อนออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาด

ทั้งนี้ ระหว่างการซื้อขายเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ ราคาทองคำในตลาดสปอตปรับตัวขึ้น 1.3% มาอยู่ที่ 4,174.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. โดยราคาทอง ปรับขึ้นแล้วมากกว่า 2% ในรอบสัปดาห์นี้ จากรายงานตัวเลขการจ้างงานที่ออกมาแย่กว่าที่คาด ทำให้ชะลอความกังวลเรื่องที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวเจพีมอร์แกน ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ โดยคาดว่า ราคาทอง อาจปรับตัวขึ้นต่อในปี 2027 จากแรงหนุนของการเข้าซื้อทองคำโดยธนาคารกลาง และความต้องการทองคำจริง (physical demand) ที่แข็งแกร่งขึ้น จากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ยังสนับสนุนการสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง

หลายแบงก์ใหญ่หั่นเป้าราคาทอง

ก่อนหน้านี้เพียงไม่นาน เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. เจพีมอร์แกนเพิ่งคาดการณ์ว่าราคาทองคำจะพุ่งขึ้นแตะ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปีนี้

อย่างไก็ดี ภายหลังการประชุมเฟดเมื่อกลางเดือนมิ.ย. ซึ่งมีการส่งสัญญาณถึงแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ทำให้ธนาคารขนาดใหญ่ทยอยออกมาปรับลดทิศทางคาดการณ์ราคาทองคำ ณ สิ้นปี กันหลังจากนั้น

ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ (Golman Sachs) ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ ณ สิ้นปีลง 500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงมาอยู่ที่ 4,900 ดอลลาร์ หลังจากคาดว่าเฟดจะไม่ลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2569 อีกต่อไป ซึ่งเป็นมุมมองใหม่ที่มีขึ้นภายหลังจากเฟดภายใต้การนำของประธานคนใหม่เควิน วอร์ช เพิ่งประชุมไปเมื่อวันที่ 16-17 มิ.ย.69 และเริ่มส่งสัญญาณของดอกเบี้ยขาขึ้น

ลินา โธมัส และดาน สตรูยเวน นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุในบันทึกว่า เป้าหมายราคาทองคำใหม่ที่ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในเดือนธ.ค. ยังคงสะท้อนว่า ทองคำ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี เพียงแต่จะเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่เคยคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้

ในขณะที่ ธนาคารดอยซ์แบงก์ (Deutsche Bank) หั่นเป้า ราคาทองคำ ปีนี้เหลือ 4,300 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 และเหลือ 4,800 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 โดยเป็นการปรับลดเป้าหมายราคาทองคำสำหรับช่วงครึ่งหลังของปีนี้ลงราว 20% หลังความต้องการลงทุนในทองคำยังคงลดลงต่อเนื่อง

ไมเคิล ซูห์ นักวิเคราะห์ของดอยช์แบงก์ระบุว่า เป้าหมายราคาทองคำในไตรมาส 4 ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตลอดปี 2026 แต่หากธนาคารกลางสหรัฐตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยถึง 3-4 ครั้ง ราคาทองคำอาจร่วงลงไปแตะ 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์

การที่เงินทุนยังคงไหลออกจากกองทุน ETF ที่ลงทุนในทองคำ สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อจากนักลงทุน ซึ่งปกติเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญของตลาดทองคำ "แทบจะหายไป" ขณะเดียวกัน ราคาทองคำในจีนที่ซื้อขายต่ำกว่าตลาด Comex สหรัฐ ยังบ่งชี้ว่าการนำเข้าทองคำของจีนไม่น่าจะเข้ามาช่วยพยุงตลาดได้

"เสาหลักเพียงอย่างเดียวที่ยังแข็งแกร่งคือ ความต้องการซื้อจาก 'ธนาคารกลาง' และเราคาดว่าสถานการณ์นี้จะยังดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง" ซูห์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...