เผยอดีตผู้ว่าฯครวญมท.ถึงยุคตกต่ำ นึกถึง ‘กรมพระยาดำรง’ ให้ดลใจช่วยกันกอบกู้เกียรติยศกลับคืน
อดีตสส.นครพนม เผยอดีตผู้ว่าฯรุ่นพ่อ ครวญ มหาดไทย ถึงคราวยุคตกต่ำกู่ไม่กลับใกล้ล่มสลาย นึกถึงบรรพบุรุษ 'สมเด็จกรมพระยาดำรง ราชานุภาพ' ให้ดลใจ 'คนมหาดไทย' ช่วยกันกอบกู้เกียรติยศกลับคืนมา หวังนายกฯจัดการทุจริตสอบท้องถิ่นอย่างตรงไปตรงมา หนุนสมาคมนักปกครอง ผลักดันการปฏิรูประบบบริหารบุคคลยึดระบบคุณธรรม
3 ก.ค.2569- นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตส.ส.นครพนม 5 สมัย และอดีตนายอำเภอ เผยแพร่บทความ เรื่อง ฤามหาดไทยถึงคราวใกล้ล่มสลาย รวมพลังคนมหาดไทยช่วยกันรักษาเกียรติ ยศ "ราชสีห์" ผู้ภักดีต่อแผ่นดิน มีเนื้่อหาดังนี้
1. ผมได้รับข้อความจากอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดรุ่นพ่อท่านหนึ่ง รำพึงว่า มหาดไทยถึงคราวยุคตกต่ำ กู่ไม่กลับ ขณะนี้ได้แต่นึกถึงบรรพบุรุษผู้วางรากฐานและเป็นเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคนแรก คือ "สมเด็จกรมพระยาดำรง ราชานุภาพ" ให้ดลใจ "คนมหาดไทย" ช่วยกันกอบกู้เกียรติยศกลับคืนมา
2. ช่วงรณรงค์เลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสคุยกับ "คนมหาดไทย" รุ่นพี่ รุ่นน้อง หลายท่านว่า ถ้า "คนมหาดไทย" ไม่รวมพลังผลักดันให้เกิดระบบการบริหารงานบุคคลที่ยึด "ระบบคุณธรรม" โดยมีระบบการแต่งตั้งโยกย้ายอย่างน้อยให้ใกล้เคียงกับศาลหรืออัยการ หากไม่ผลักดันกันเช่นนั้นแล้ว กระทรวงมหาดไทยก็จะถึงคราวล่มสลายด้าน "ความเชื่อมั่น" จากประชาชนและ"คนมหาดไทย" ด้วยกันเอง
การปล่อยให้การบริหารงานของกระทรวงเป็นไปตามอำเภอใจของ "ฝ่ายการเมือง" เป็นหลัก นับวัน "คนมหาดไทย" ที่ตั้งใจทำงานเพื่อราชการและประชาชนก็จะท้อถอย ถอดใจ เพราะทำดี ไม่ได้ดี ทำชั่วกลับได้ดีประเทศชาติและประชาชนจะอยู่อย่างไร เพราะกระทรวงมหาดไทยมีภารกิจสำคัญ คือ การบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน แต่ "คนมหาดไทย" กลับทุกข์ท่วมท้นเสียเองอยู่ในขณะนี้
3. ผมเป็นอดีต ส.ส.นครพนม 5 สมัย และเป็นอดีตนายอำเภอ หลายอำเภอ ซึ่งถือเป็น "คนมหาดไทย" คนหนึ่ง แม้จะลาออกจากราชการแล้ว แต่ความเป็น "คนมหาดไทย" ไม่เคยจางหายไปกับงานการเมืองที่ทำอยู่ ยังห่วงใย ยังผูกพันกับ "กระทรวงมหาดไทย" อย่างลึกซึ้ง เพราะรับราชการที่กระทรวงมหาดไทยยาวนานถึง 27 ปี ก่อนจะลาออกจากนายอำเภอตามคำเชิญชวนของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ผมมาลง ส.ส.ระบบเขตที่นครพนมแทน พล.อ.ชวลิต ฯ ส่วนท่านลงสมัคร ส.ส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งผมก็ตัดสินใจลาออกจากนายอำเภอในปี 2544 ก่อนเกษียณราชการ ถึง 11 ปี ซึ่งชาวนครพนมก็ให้ใจเลือกผมเป็น ส.ส.ถึง 5 สมัย 2 เขตเลือกตั้ง
ที่ผ่านมาถือว่า ได้ทำหน้าที่ของการรับราชการและเป็น ส.ส. อย่างเต็มภาคภูมิ
4. ไม่ทราบว่า เพราะผมเป็นอดีตนายอำเภอ หรือไม่ เมื่อได้รับเลือกเข้ามาเป็น ส.ส.และช่วงหนึ่ง (2552 - 2553) อยู่ฝ่ายค้าน จึงได้รับมอบหมายให้เป็นผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนั้น นับเป็นประเด็นที่ใหญ่มากในการกล่าวหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่ามีการทุจริตในโครงการจัดซื้อระบบคอมพิวเตอร์งานทะเบียน และทุจริตสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอจำได้ว่า พออภิปรายจบ คนที่โทรมาแสดงความยินดีท่านแรก คือ ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง นักการเมืองอาวุโส ท่านให้กำลังใจสั้น ๆ ว่า "นายอำเภอ เราชนะแล้ว" "ชนะใจประชาชน"
ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมซึ่งเป็นผู้อภิปรายต้องรวบรวมข้อมูลทุกประเด็น อย่างตรงไป ตรงมา ไม่กลั่นแกล้ง หรืออภิปรายเหน็บแนม เหยียบย่ำซ้ำเติม ไม่ใช้ถ้อยคำเสียดสี ถากถางให้เป็นที่อับอายไปยังตัวท่านรัฐมนตรีและวงศ์ตระกูล ผมยึดหลักดังกล่าวอย่างเคร่งครัด หลังการอภิปราย จึงน่าจะเป็นเหตุผลให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ ท่านก็ส่งการ์ดส.ค.ส.ปีใหม่ให้ผมอยู่หลายปี จนหมดยุคการส่งการ์ด ส.ค.ส. และก็คงเป็นเหตุผลต่อเนื่องถึงปี 2553 ที่สื่อมวลชนประจำสภาผู้แทนราษฏรลงมติโหวตให้ผมเป็น"ดาวเด่นสภา ปี 2553" จากการทำหน้าที่ ส.ส.ในการอภิปรายในสภาอย่างเป็นเหตุ เป็นผล ฯลฯ
5. เวลาผ่านมาเกือบ 20 ปี ไม่น่าเชื่อว่ากงล้อประวัติศาสตร์จะหมุนมาสู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน เสมือนกับส่งต่อมายังรุ่นลูก และกำลังมีปัญหาในการถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตในบริหารงานเกือบทุกมิติ ทั้งปัญหาการแต่งตั้งโยกย้าย ปัญหาการทุจริตสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ปัญหาการวางตัวไม่เป็นลางทางการเมืองของข้าราชการ ฯลฯ
เฉพาะอย่างยิ่งปัญหาทุจริตสอบเข้ารับราชการของส่วนท้องถิ่นมีประชาชนจำนวนมากเชื่อไปแล้วว่า "คนมหาดไทย" ที่เป็นข้าราชการในระดับบริหารต้องรับรู้ ไม่เช่นนั้นข้าราชการระดับล่าง ๆ ไม่กล้าทำงานใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้าสอบหลายแสนคน และมีค่าใช้จ่ายเพื่อให้สอบได้ที่คาดว่า
สูงถึง 4,000 - 5,000 ล้านบาท
ที่สำคัญ มีประชาชนส่วนมากก็เชื่อไปแล้วว่า "นักการเมือง" เป็นแบ้คอยู่เบื้องหลังฝ่ายข้าราชการประจำในการทุจริตโครงการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นดังกล่าว
ที่สำคัญที่สุดตัวละครที่ถูกวิพากษ์ วิจารณ์หน้าสื่อทุกวันนี้ ฝ่ายข้าราชการประจำ ล้วนเป็นข้าราชการระดับสูง คือ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ใต้การบังคับบัญชาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทั้งสิ้น ไม่นับว่าถูกวิพากษ์ วิจารณ์ไปยังบุคคลที่มีบารมีทางการเมืองนอกรัฐบาล
ท้ายที่สุดของบทความของผมในวันนี้ ผมยังหวังที่จะเห็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล้าหาญที่จะจัดการกับปัญหาการทุจริตสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นอย่างรวดเร็ว ทันการณ์ ตรงไป ตรงมา เพื่อรักษาความสุจริต ยุติธรรมในบ้านเมือง และรักษาเกียรติภูมิของกระทรวงมหาดไทยแต่ในอดีตไว้ โดยเฉพาะให้ระลึกถึงสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสนาบดีและผู้วางรากฐานการก่อตั้งกระทรวงมหาดไทย มาจนทุกวันนี้
จึงขอให้กำลังใจให้ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ลุล่วงด้วยดี
ส่วนข้าราชการกระทรวงมหาดไทยโดยส่วนรวม ผมขอให้กำลังใจ ให้ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง ผมเชื่อว่า ความเป็นธรรม ระบบคุณธรรมจะกลับมาในไม่ช้า อย่าเพิ่งถอดใจ หรือหมดกำลังใจ
ประการสำคัญ "คนมหาดไทย" ที่เกษียณอายุไปแล้ว แต่ยังแข็งแรง โปรดร่วมกันทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ "สมาคมนักปกครอง" ซึ่งล้วนแล้วแต่มีนักปกครองอาวุโส ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมาก โปรดระดมสมอง รวบรวมความเห็นทางวิชาการอย่างเป็นระบบเพื่อร่วมกันผลักดันการปฏิรูประบบบริหารงานบุคคล การแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการโดยยึดระบบคุณธรรม อย่างน้อยให้ระบบการเจริญเติบโตในราชการใกล้เคียงกับศาลหรืออัยการ เพื่อมิให้กระทรวงมหาดไทยขาด "ความเชื่อมั่น" จากประชาชนไปมากกว่านี้
ที่สำคัญ ระบบคุณธรรมจะได้ช่วยฟื้นฟูกระทรวงมหาดไทยให้กลับมาเป็นหลักในการรักษาความมั่นคงภายใน และการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขที่ "คนมหาดไทย" ได้สร้างสมไว้มาแต่ในอดีตได้สืบทอดต่อไปอย่างยั่งยืน