โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดชื่อ 5 เมือง "คนอ้วน" ที่สุดในโลก อันดับ 1 น่าห่วง ใครผอมคือของแปลก!

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
5 เมืองที่ถูกจับตาเรื่อง ว่ามี “คนอ้วน” มากที่สุด จาก “ภาวะน้ำหนักเกิน” หรือโรคอ้วน มีเมื่องไหนบ้าง อันดับ 1 ไม่แปลกใจเลย

เผย 5 เมืองที่ “คนอ้วน” มากที่สุดในโลก จาก “ภาวะน้ำหนักเกิน” หรือโรคอ้วน ทำไม McAllen ถึงน่าห่วงที่สุด?

เมื่อพูดถึง “เมืองที่คนอ้วนที่สุดในโลก” หลายคนอาจนึกถึงเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยฟาสต์ฟู้ดหรือวิถีชีวิตเร่งรีบ แต่ในความจริงแล้ว การจัดอันดับระดับ “เมือง” ทั่วโลกยังไม่มีฐานข้อมูลมาตรฐานชุดเดียวที่ใช้เปรียบเทียบโดยตรงเหมือนการจัดอันดับระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม หลายเมืองถูกกล่าวถึงซ้ำๆ ในรายงานสุขภาพ งานศึกษาภาวะโรคอ้วน และฐานข้อมูลด้านสาธารณสุข เนื่องจากมีอัตราภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสูงอย่างน่ากังวล

หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือเมือง McAllen รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีปัญหาโรคอ้วนและภาวะน้ำหนักเกินสูงอันดับต้นๆ ของสหรัฐฯ ต่อเนื่องหลายปี และมักถูกหยิบยกในสื่อต่างประเทศว่าเป็น “เมืองตัวแทน” ของวิกฤตโรคอ้วนในเขตเมือง

อันดับ 1 McAllen, Texas สหรัฐอเมริกา เมืองที่ถูกจับตาเรื่องโรคอ้วนมากที่สุด

เมืองแมคอัลเลน (McAllen) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัส ใกล้ชายแดนเม็กซิโก และเป็นชื่อที่ปรากฏบ่อยครั้งในรายงานด้านสุขภาพของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการสำรวจเมืองที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสูง

ข้อมูลจากการจัดอันดับเมืองที่มีปัญหาโรคอ้วนของ WalletHub ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานสุขภาพและสำรวจพฤติกรรมสุขภาพของประชากร พบว่า McAllen มีสัดส่วนผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วนสูงมาก อีกทั้งยังมีอัตราการไม่ออกกำลังกายสูงและการเข้าถึงพื้นที่กิจกรรมทางกายบางส่วนยังเป็นข้อจำกัด

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ปัจจัยไม่ได้มาจาก “การกินเยอะ” เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเมือง วิถีชีวิต การเดินทางที่พึ่งรถยนต์ อาหารพลังงานสูง ผู้คนดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลมจำนวนมาก และราคาของอาหารสุขภาพที่สูงและหายากกว่า รวมถึงรายได้ ซึ่งเป็นปัจจัยทางสังคมที่ซับซ้อน โดยเฉพาะร้านฟาสต์ฟู้ดที่มีอยู่เรียงราย เป็นตัวบ่งบอกวิถีชีวิตที่ชัดเจน

อีก 4 เมืองที่มักถูกพูดถึงเรื่องภาวะน้ำหนักเกินระดับสูง

Kuwait City ประเทศคูเวต

เมืองหลวงของคูเวตถูกพูดถึงบ่อยในรายงานด้านสุขภาพจากภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากวิถีชีวิตเมืองที่พึ่งพารถยนต์ อากาศร้อนจัด และการบริโภคอาหารพลังงานสูง ส่งผลให้ภาวะโรคอ้วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในประชากรเมือง

Riyadh ประเทศซาอุดีอาระเบีย

กรุงริยาดเป็นอีกเมืองที่เผชิญความท้าทายด้านโรคอ้วนจากการใช้ชีวิตนั่งทำงานมากขึ้น การบริโภคอาหารแปรรูป และกิจกรรมทางกายที่ลดลง แม้ปัจจุบันภาครัฐจะผลักดันนโยบายส่งเสริมการออกกำลังกายมากขึ้นก็ตาม

Mexico City ประเทศเม็กซิโก

เม็กซิโกซิตีมักถูกกล่าวถึงในงานวิจัยด้านโภชนาการและสาธารณสุข เนื่องจากปัญหาน้ำตาลและเครื่องดื่มหวานที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมการบริโภค รวมถึงภาวะน้ำหนักเกินที่เพิ่มขึ้นในคนเมือง

Auckland ประเทศนิวซีแลนด์

โอ๊กแลนด์เป็นอีกเมืองที่ถูกพูดถึงในบริบทของภาวะน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรบางชาติพันธุ์ ซึ่งสะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านอาหาร สุขภาพ และโอกาสเข้าถึงกิจกรรมทางกาย

ทำไมเมืองใหญ่ถึงเสี่ยงโรคอ้วนมากขึ้น?

องค์การด้านโรคอ้วนระดับโลกชี้ว่า ภาวะโรคอ้วนไม่ได้เกิดจาก “นิสัยส่วนตัว” เพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมของเมือง ทั้งอาหารราคาถูกที่ให้พลังงานสูง การนั่งทำงานนาน การเดินทางที่ลดการเคลื่อนไหว และการเข้าถึงพื้นที่ออกกำลังกายที่แตกต่างกัน

  • การใช้ชีวิตเร่งรีบและพึ่งอาหารพร้อมรับประทาน
  • กิจกรรมทางกายลดลงจากการทำงานหน้าจอและการเดินทางด้วยรถยนต์
  • พื้นที่สีเขียวหรือสวนสาธารณะไม่เพียงพอในบางเขตเมือง
  • ต้นทุนอาหารสุขภาพที่สูงกว่าอาหารแปรรูป

บทสรุป เมืองอ้วนไม่ใช่เรื่องของ “คนขาดวินัย” แต่คือโจทย์สุขภาพระดับเมือง

แม้ McAllen จะถูกพูดถึงในฐานะเมืองที่มีปัญหาโรคอ้วนรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่ง แต่ภาพใหญ่ของโลกกำลังสะท้อนปัญหาเดียวกัน นั่นคือวิถีชีวิตคนเมืองที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การแก้ปัญหาโรคอ้วนต้องมองทั้งเรื่องอาหาร การออกแบบเมือง พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการเข้าถึงสุขภาพ ไม่ใช่โยนภาระให้คนใดคนหนึ่งเพียงลำพัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...