โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกิดอะไรขึ้นกับนักบินอวกาศ? ผลการศึกษาเผยอยู่บนอวกาศนานๆ ทำให้ยีน สมอง กล้ามเนื้อเปลี่ยนไป

The MATTER

อัพเดต 27 ก.ย 2567 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2567 เวลา 08.24 น. • Brief

กล้ามเนื้อ สมอง และแม้แต่แบคทีเรียในลำไส้ คือสิ่งที่เหล่านักบินอวกาศจะต้องแลก เมื่อใช้ชีวิตอยู่บนอวกาศนานหลายร้อยวัน

จากสถิติสูงสุดในขณะนี้ นักบินอวกาศในสหรัฐอเมริกาใช้ชีวิตอยู่บนอวกาศแบบรวดเดียวนานที่สุดถึง 371 วัน โดยเจ้าของสถิติคือนักบินอวกาศของ NASA แฟรงก์ รูบิโอ (Frank Rubio) ที่ใช้ชีวิตอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ซึ่งแต่เดิมเขาจะต้องกลับบ้านเร็วกว่านี้ แต่เมื่อเวลาถูกขยายออกไป ทำให้ระยะทางโดยรวมที่เขาโคจรรอบโลกอยู่ที่ 5,963 รอบ หรือคิดเป็นระยะทาง 253.3 ล้านกิโลเมตร

การเดินทางในอวกาศที่ยาวนานของโรบิโอได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่มนุษย์สามารถรับมือกับการอยู่ในอวกาศเป็นเวลานาน โดยโรบิโอเป็นนักบินอวกาศคนแรกที่เข้าร่วมในการศึกษาวิจัยเรื่องการออกกำลังกายสำหรับมนุษย์บนอวกาศ

การศึกษาในเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมนุษย์ยังตั้งเป้าหมายในการสำรวจอวกาศที่ใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น การเดินทางกลับไปยังดาวอังคาร ที่ตามแผนคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1,100 วัน (หรือคิดเป็นมากกว่า 3 ปีเล็กน้อย) และยานอวกาศที่พวกเขาจะเดินทางด้วยจะมีขนาดเล็กกว่า ISS มาก ซึ่งหมายความว่าจำเป็นต้องใช้เครื่องออกกำลังกายที่มีน้ำหนักเบาและมีขนาดเล็กกว่าขึ้นไปอีก

แล้วการเดินทางบนอวกาศที่ยาวนานขนาดนี้ ร่างกายมนุษย์ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้ชีวิตบนดาวโลก จะสามารถรับไหวจริงหรือ?

จากการศึกษานักบินอวกาศหลายคน พบว่าการไปใช้ชีวิตในอวกาศนั้น จะส่งผลต่อร่างกายของมนุษย์ได้ในหลายประการ

กล้ามเนื้อและกระดูก ถือเป็นสิ่งแรก โดยจินตนาการภาพง่ายๆ ว่าในอวกาศไม่มีแรงโน้มถ่วงเลย ดังนั้นแรงโน้มถ่วงที่คอยดึงรั้งแขนขาของเราก็จะหายไป มวลกล้ามเนื้อและกระดูกจึงจะเริ่มลดลงอย่างรวดเร็ว โดยจะมีผลกระทบมากที่สุดในกล้ามเนื้อที่ช่วยรักษาการทรงตัวอย่างหลัง คอ น่อง และกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า

ในสภาวะไร้น้ำหนัก กล้ามเนื้อจะไม่ต้องทำงานหนักเท่าเดิมและเริ่มฝ่อตัวลง หลังจากผ่านไปเพียง 2 สัปดาห์ มวลกล้ามเนื้ออาจลดลงได้ถึง 20% และในภารกิจที่ยาวนานกว่าสามถึงหกเดือน มวลกล้ามเนื้ออาจลดลงถึง 30%

เช่นเดียวกันกับกระดูกที่จะเริ่มสูญเสียแร่ธาตุและความแข็งแรง นักบินอวกาศอาจสูญเสียมวลกระดูก 1-2% ต่อเดือนที่ใช้เวลาอยู่ในอวกาศ และมากถึง 10% ในช่วงเวลา 6 เดือน (เปรียบเทียบกับบนโลก ผู้สูงอายุจะสูญเสียมวลกระดูกในอัตรา 0.5-1% ทุกปี) ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหัก โดยมวลกระดูกอาจใช้เวลานานถึง 4 ปีจึงจะกลับคืนสู่ภาวะปกติหลังจากกลับมาถึงโลก

สายตาก็อาจจะแย่ลงได้ เพราะบนโลก แรงโน้มถ่วงจะช่วยดันเลือดในร่างกายให้ไหลลง และหัวใจสูบฉีดเลือดขึ้นอีกครั้ง แต่ในอวกาศ กระบวนการนี้อาจไม่เป็นไปตามปกติ โดยเลือดอาจสะสมในศีรษะมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ ซึ่งอาจทำให้มองเห็นโดยมีความคมชัดลดลง และโครงสร้างภายในดวงตาเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งหลังกลับมายังโลก บางส่วนอาจคืนสู่สภาพเดิมภายในเวลาประมาณ 1 ปี แต่บางส่วนอาจเป็นแบบถาวร

ลึกลงไปกว่านั้นอย่างส่วนประสาท จากการศึกษา นักวิจัยสังเกตเห็นว่าความเร็วและความแม่นยำของประสิทธิภาพการรับรู้ของนักบินอวกาศที่เข้าร่วมงานวิจัยลดลงเป็นเวลาประมาณ 6 เดือนหลังจากที่กลับมายังโลก อาจเป็นเพราะสมองได้ปรับตัวเข้ากับแรงโน้มถ่วงอยู่

ย้อนกลับไปจากการศึกษานักบินอวกาศชาวรัสเซียที่ใช้เวลา 169 วันบนสถานีอวกาศนานาชาติในปี 2014 ยังเผยให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสมอง โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับการเชื่อมต่อของเส้นประสาทในส่วนต่างๆ ของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว รวมถึงการทรงตัว แต่ก็ฟังดูไม่น่าแปลกใจนักเมื่อคิดภาพว่าบนอวกาศต้องเผชิญกับสภาวะไร้น้ำหนัก นักบินอวกาศจึงต้องเรียนรู้วิธีเคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพโดยปราศจากแรงโน้มถ่วงเ

เช่นเดียวกันกับแบคทีเรีย จากงานศึกษาระบุว่าจุลินทรีย์ต่างๆ จะส่งผลต่อการย่อยอาหาร การอักเสบในร่างกาย และแม้แต่การทำงานของสมอง แต่นักบินอวกาศกลับมีการเปลี่ยนแปลงทางแบคทีเรียและเชื้อราที่อาศัยอยู่ในลำไส้มาก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะอาหารที่รับประทาน และผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยนั้นแตกต่างกันออกไปมาก

ในด้านผิวหนัง นักบินอวกาศคนหนึ่งให้ข้อมูลว่าผิวหนังของเขาไวต่อความรู้สึกมากขึ้นและมีผื่นขึ้นประมาณ 6 วันหลังจากที่เขากลับมาจากสถานีอวกาศ โดยนักวิจัยคาดว่าเกิดจากการขาดการกระตุ้นผิวหนังระหว่างภารกิจ

และในส่วนสุดท้าย แต่มีผลกระทบใหญ่ที่สุด คือเรื่องของยีน โดยปกติปลายสายดีเอ็นเอแต่ละสายจะมีโครงสร้างที่เรียกว่าเทโลเมียร์ ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยปกป้องยีนของเราไม่ให้ได้รับความเสียหาย และเมื่อเราอายุมากขึ้น เทโลเมียร์จะสั้นลง โดยนักวิจัยพบว่า เมื่อนักบินอวกาศกลับสู่โลก ความยาวของเทโลเมียร์จะสั้นลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น โดยสาเหตุที่เป็นไปได้ ประการหนึ่งอาจเกิดจากการได้รับรังสีที่ซับซ้อนผสมผสานกันขณะอยู่ในอวกาศ

จากความเสี่ยงต่อร่างกายทั้งหมดนี้ นักบินอวกาศจึงต้องออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลา 2.5 ชั่วโมงต่อวันในขณะที่อยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ ทั้งการทำท่าออกกำลังกายและใช้เครื่องเพิ่มแรงต้าน รวมถึงต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อช่วยให้กระดูกของพวกเขาแข็งแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และยังมีการจัดอาหารโดยเฉพาะเพื่อให้ยังได้รับสารอาหารเพียงพอ

สำหรับสถิติที่นานที่สุดของโลก ยังคงเป็นของนักบินอวกาศชาวรัสเซีย วาเลรี โปลียาคอฟ (Valeri Polyakov) ที่ใช้เวลานานถึง 437 วันบนสถานีอวกาศ Mir ในช่วงกลางทศวรรษ 1990

ไม่เพียงเท่านั้น ล่าสุด ในเดือนกันยายน 2024 นักบินอวกาศชาวรัสเซีย 2 คน คือ โอเลก โคโคเนนโก (Oleg Kononenko) และ นิโคลัย ชับ (Nikolai Chub) พร้อมกับนักบินอวกาศชาวอเมริกัน เทรซี่ ไดสัน (Tracy Dyson) ได้ใช้เวลาบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) รวม 374 วัน โดยจุดสำคัญคือ โคโคเนนโก ที่ได้สร้างสถิติระยะเวลาโคจรยาวนานที่สุดในอวกาศอีกด้วย ซึ่งรวมแล้วอยู่ที่ 1,111 วัน

แต่จากงานศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ก็ยังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบหลายประการที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ในอวกาศได้อยู่ดี หลังจากนี้จึงน่าติดตามต่อไปว่าเมื่อนวัตกรรมต่างๆ ถูกพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง จะเป็นไปได้หรือไม่ที่มนุษย์จะหาทางเอาชนะขีดจำกัดทางสุขภาพและร่างกาย เพื่อให้เดินทางไปถึงดาวอังคาร และสำรวจรอบอวกาศได้สำเร็จ

อ้างอิงจาก

abcnews.go.com

bbc.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...