โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“เพาะเลี้ยงไข่ผำ” สไตล์ป้าน้อย สูงวัยทำได้ สร้างรายได้ไม่ขาดมือ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 03.45 น.

“ผำ” หรือ “ไข่น้ำ” จากพืชพื้นบ้าน สู่พืชโปรตีนสูงติดทำเนียบอาหาร super foods ของโลก ที่อุดมไปด้วยวิตามิน โปรตีน แร่ธาตุ ไฟเบอร์ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สอดรับกับกระแสรักสุขภาพที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่พืชอาหารแห่งอนาคตสร้างมูลค่าราคาสูง ซึ่งในปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลายและมีปริมาณเพิ่มขึ้น ด้วยวิธีการเลี้ยงที่แตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่มือใหม่หัดเลี้ยง เริ่มต้นจากการเลี้ยงในกะละมังเล็กๆ เลี้ยงในบ่อพลาสติกขนาดกลาง และการยกระดับสู่มาตรฐานสินค้าปลอดภัยด้วยวิธีการเลี้ยงในโรงเรือนระบบปิดแนวตั้ง เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ

ป้าน้อย-เมธาพร เข็มทอง เจ้าของบ้านสวนหนูดี จังหวัดนครนายก อดีตข้าราชการเกษียณ ที่ผันตัวมาทำอาชีพเกษตรเต็มตัว ปลูกพืชผสมผสาน พร้อมกับการริเริ่มเพาะเลี้ยงไข่ผำไว้เป็นอาหาร สู่การขยายพื้นที่เลี้ยงสร้างรายได้ไม่ขาดมือ

ป้าน้อย เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นการเพาะเลี้ยงไข่ผำเริ่มต้นหลังจากเกษียณอายุราชการ เรียกว่าเป็นการต่อยอดจากเดิมที่เคยทำสวนผสมผสานปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเอง ประกอบกับที่บ้านมีบ่อน้ำที่เคยขุดไว้เลี้ยงเป็ดเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็นบ่อดินที่มีขนาดความกว้าง 1 เมตร ลึก 50 เซนติเมตร สำหรับไว้ให้เป็ดได้เล่นน้ำและปล่อยเลี้ยงแหนแดงไว้เป็นอาหารเป็ดแล้วบังเอิญมีไข่ผำติดมาด้วย

“ตอนนั้นป้าตักแหนแดงขึ้นมาเพื่อจะเอาไปเป็นอาหารเป็ดก็ได้สังเกตเห็นว่ามีไข่ผำติดมากับแหนแดง แต่ยังไม่ได้คิดอะไรจนกระทั่งเราเลิกเลี้ยงเป็ดไป ป้าก็เห็นว่าบ่อน้ำที่เคยขุดไว้พอถึงหน้าแล้งน้ำก็แห้ง พอถึงหน้าฝนน้ำก็เต็มบ่อ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราแปลกใจ คือ ผำ เพราะว่าไม่ว่าน้ำจะแห้ง หรือน้ำจะเต็มบ่อ ผำก็ยังคงอยู่ จึงเป็นจุดที่น่าสนใจว่าไข่ผำน่าจะเป็นพืชที่เลี้ยงง่าย โตไว เป็นที่มาของการทดลองเลี้ยงและพัฒนาเป็นรายได้”

เริ่มต้นทดลองเลี้ยงไข่ผำ 1 กะละมัง
ขยายสู่การสร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน

ป้าน้อย บอกว่า การเลี้ยงไข่ผำ ของป้าเริ่มขึ้นจริงๆ คือช่วงหลังวัยเกษียณ เพราะตอนที่ทำงานอยู่ไม่มีเวลา แต่ตอนนี้มีเวลาแล้วจึงอยากนำเอาไข่ผำพืชที่เราเคยสนใจมาเริ่มต้นทดลองเลี้ยง โดยเริ่มจากการทดลองเลี้ยงในกะละมังเล็กๆ เพียง 1 กะละมัง เพื่อศึกษาธรรมชาติการเลี้ยงการดูแล จากนั้นเมื่อเริ่มชำนาญจึงได้ขยายการเลี้ยงเพิ่มจาก 1 เป็น 2 กะละมัง และขยายมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 63 จนถึงปี 64 เริ่มเลี้ยงอย่างจริงจัง เพราะเริ่มมองเห็นว่าไข่ผำน่าจะเป็นพืชที่สร้างรายได้ดีในอนาคต ซึ่งมาประจวบเหมาะกับที่ในปีนั้นกระแสรักสุขภาพกำลังมาแรงเพราะเริ่มมีงานวิจัยคุณค่าโภชนาการของไข่ผำขึ้นมา จึงเดินหน้าขยายการเลี้ยงให้เพียงพอต่อการสร้างรายได้เพื่อสอดคล้องกับความต้องการในอนาคต

“จากที่ป้าเริ่มต้นเลี้ยงในกะละมัง ก็เริ่มขยายมาเลี้ยงในกระบะผสมปูนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แล้วพัฒนามาเลี้ยงในบ่อพลาสติก จนถึงปัจจุบันได้มีการขยายทำเป็นโรงเรือนเพาะเลี้ยงไข่ผำระบบปิดแนวตั้ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าไข่ผำของฟาร์มเรา สะอาด ปลอดภัย ทานแล้วสบายใจ”

ภาชนะแบบไหน?

เพาะเลี้ยงไข่ผำได้บ้าง

เมื่อถามป้าน้อยว่าภาชนะแบบไหนที่ใช้เพาะเลี้ยงไข่ผำได้บ้าง ป้าน้อย บอกว่า ไข่ผำเป็นพืชที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว เพราะฉะนั้นเราไม่ต้องกังวลกับภาชนะที่ใช้เพาะเลี้ยงเลย เทคนิคง่ายๆ คือที่บ้านเรามีอะไรก็ใช้อันนั้น เพราะอย่างที่สวนของป้าก็สามารถเพาะเลี้ยงไข่ผำได้ในหลายรูปแบบ ดังนี้

1. เพาะเลี้ยงในกะละมัง หรือกระบะผสมปูน
การเพาะเลี้ยงไข่ผำในกะละมังถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่น้อยกำลังเริ่มต้นหัดเลี้ยง เพื่อศึกษา ลองผิดลองถูก ใช้เงินลงทุนไม่มาก เริ่มต้นด้วยเงิน 20 บาท ก็สามารถเพาะเลี้ยงไข่ผำไว้ทานเองในครัวเรือนได้ หากท่านใดสนใจวิธีการเพาะเลี้ยงไข่ผำที่บ้านสวนหนูดี มีหลักสูตรอบรมการเพาะเลี้ยงไข่ผำทุกอาทิตย์แรกของเดือน สามารถติดต่อที่สวนได้เลย

2. เพาะเลี้ยงในบ่อดินที่ปูด้วยพลาสติก และบ่อพลาสติก
สำหรับขนาดของบ่อดิน กว้าง 3 เมตร ยาว 9 เมตร ลึก 50 เซนติเมตร ส่วนขนาดของบ่อพลาสติก กว้าง 4 เมตร ยาว 12 เมตร เป็นรูปแบบการเลี้ยงที่เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มชำนาญ ต้องการเพาะเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 15-20 กิโลกรัมต่อ 7 วัน

3. เพาะเลี้ยงแนวตั้งในโรงเรือนระบบปิด

ประหยัดพื้นที่ เก็บผลผลิตได้เยอะ และเป็นวิธีการเลี้ยงที่สะอาดปลอดภัยมากที่สุด เหมาะสำหรับการต่อยอดเป็นอาหาร super foods ด้วยกรรมวิธีเลี้ยงในโรงเรือนระบบปิด เลี้ยงในระบบน้ำวน

โดยที่สวนได้เริ่มต้นการเพาะเลี้ยงด้วยวิธีนี้มาประมาณ 3 เดือน ในขนาดความกว้างของราง 34 เซนติเมตร ยาว 3 เมตร ปริมาณผลผลิตที่เก็บได้ 1 กิโลกรัมต่อ 1 ราง เพาะเลี้ยงทั้งหมด 24 ราง ใช้พื้นที่เพียง 5×6 ตารางเมตร ถือเป็นวิธีช่วยประหยัดพื้นที่มากๆ

ขั้นตอนการเลี้ยงไข่ผำ
เก็บขายได้ทุก 7 วัน

ป้าน้อย บอกว่า ไข่ผำถือเป็นพืชมหัศจรรย์มากๆ เนื่องจากเป็นพืชที่เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เพาะเลี้ยงครั้งเดียวสามารถเก็บขายได้ทุก 7-15 วัน สำหรับขั้นตอนการเลี้ยงจะคล้ายกันเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเลี้ยงในภาชนะอะไร ต่างกันที่การดูแลเพียงเล็กน้อย

ขั้นตอนการเพาะเลี้ยง
ขั้นตอนที่ 1
ให้เริ่มจากการเตรียมบ่อหรือภาชนะที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงไข่ผำ หากเพาะเลี้ยงในกะละมังให้ใส่น้ำลงไปครึ่งกะละมัง หากเลี้ยงในบ่อดินหรือบ่อพลาสติก ให้ใส่น้ำลงบ่อความสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร ในกรณีที่เริ่มต้นเลี้ยงครั้งแรกให้ทำการล้างทำความสะอาดพลาสติกรองบ่อก่อน โดยน้ำที่ใส่จะเป็นน้ำประปา หรือน้ำบาดาลก็ได้ หากใช้น้ำประปาแนะนำให้พักน้ำไว้สัก 2-3 วันก่อนปล่อยพันธุ์ผำลงไปเพาะเลี้ยง

ขั้นตอนที่ 2 เมื่อเตรียมบ่อสำหรับเลี้ยงผำเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการผสมปุ๋ย โดยที่นี่จะใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 เป็นปุ๋ยเม็ดปริมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงไปในขวดผสมกับน้ำเปล่าเขย่าให้ปุ๋ยละลายแล้วเทปุ๋ยลงไปในบ่อที่เตรียมไว้

ขั้นตอนที่ 3 ปล่อยพันธุ์ผำที่เตรียมไว้ลงในบ่อ หากเพาะเลี้ยงในกะละมังให้ปล่อยพันธุ์ผำประมาณ 1 ขีด คนให้กระจาย จากนั้นนำไปตั้งไว้ที่แสงแดดรำไร แล้วใช้ตาข่ายมาคุมทับกะละมังเพื่อป้องกันแมลงต่างๆ มาวางไข่ แต่ถ้าหากเพาะเลี้ยงในบ่อที่มีขนาดใหญ่หน่อย ให้คิดอัตราส่วนง่ายๆ คือ พื้นที่ 1 ตารางเมตรต่ออัตราไข่ผำ 2 ขีด

ขั้นตอนการดูแล
ในขั้นตอนการดูแล ป้าน้อย บอกว่า ไม่ยุ่งยาก หลักๆ ขอแค่มีเวลาว่างช่วงเช้าเดินมาเปิดบ่อคนเพื่อให้เกิดออกซิเจนในบ่อแค่นั้นเอง จากนั้นไม่เกิน 7-15 วัน ไข่ผำจะขยายพันธุ์ขึ้นเต็มบ่อสามารถตักออกมารับประทาน หรือตักไปจำหน่ายได้ โดยวิธีการตักให้ตักขึ้นมาประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์ แล้วที่เหลือทิ้งไว้ให้ขยายพันธุ์ให้เก็บในครั้งถัดไป

“จะเห็นได้ว่าการเพาะเลี้ยงไข่ผำของป้าตั้งแต่เริ่มจนถึงเก็บป้าใส่ปุ๋ยแค่รอบเดียวพร้อมกับการเตรียมบ่อ แต่ถ้าหากใครเลี้ยงไป 2-3 ครั้งแล้วเริ่มรู้สึกว่าไข่ผำเริ่มขยายพันธุ์ได้ช้าลง ให้เราผสมปุ๋ยเทลงไปในบ่อเพาะเลี้ยงเพิ่มเพื่อเร่งการเจริญเติบโต ส่วนเรื่องของน้ำสังเกตดูจากตะกอน ถ้าน้ำเริ่มมีตะกอนเยอะให้ตักไข่ผำไปพักไว้ในบ่ออื่น แล้วถ่ายน้ำทิ้ง พอเปลี่ยนน้ำแล้วเอาผำที่ตักออกมาใส่ลงไปใหม่ ก็เท่ากับว่า น้ำ 1 ครั้งใช้เลี้ยงได้ 2-3 ครั้ง ค่อยเปลี่ยนน้ำใหม่ แต่ถ้าเกิดไม่มีตะกอนก็ไม่ต้องเปลี่ยน เพราะอย่าลืมว่าทุกครั้งที่เราเปลี่ยนน้ำเท่ากับเรามีต้นทุนค่าน้ำ ค่าปุ๋ยเพิ่มเข้ามา”

วิธีการเก็บ
วิธีการเก็บไข่ผำสามารถเก็บได้หลายวิธีแต่สำหรับที่บ้านสวนหนูดี ป้าน้อย อธิบายให้ฟังว่า ที่สวนได้ทำการประดิษฐ์เครื่องล้างไข่ผำขึ้นมาเอง ซึ่งมั่นใจได้ว่าการล้างโดยใช้เครื่องของสวนสะอาดแน่นอน ด้วยวิธีการตักผำเข้าเครื่องล้างให้สะอาด จากนั้นนำไข่ผำที่ล้างจนสะอาดไปลอยไว้ในอ่างน้ำขนาดใหญ่อีกครั้ง เพื่อให้ตะกอนตกลงไปในน้ำอีกครั้ง ทิ้งไว้สัก 10-15 นาที แล้วช้อนขึ้นมาสะเด็ดน้ำ จากนั้นทำการบรรจุใส่ถุงส่งลูกค้า โดยใช้ขนส่งห้องเย็น

ลูกค้าหลากหลายช่องทาง

มีผลผลิตเก็บขายได้ทุกวัน

สำหรับไข่ผำของที่สวนป้าน้อย มีผลผลิตเก็บขายได้ทุกวัน คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อวันประมาณ 1,000-2,000 บาทต่อวัน โดยปกติแล้วลูกค้าของที่สวนจะแบ่งออกเป็น 1. ลูกค้าออนไลน์ที่จะมีการรับและส่งของทุกวันจันทร์ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 50-100 กิโลกรัม 2. ลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมสวน และขอซื้อพันธุ์ไข่ผำ มีทั้งเพื่อนำไปรับประทาน และนำไปขยายพันธุ์สร้างอาชีพต่อ 3. รายได้จากการเปิดหลักสูตรอบรมวิธีการเพาะเลี้ยงไข่ผำสร้างรายได้ 4. การขายพันธุ์ไข่ผำ หลัก 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์โกลโบซ่าเม็ดเล็กเขียวธรรมดา จำหน่ายในราคา 120 บาทต่อกิโลกรัม และพันธุ์อาร์ไรซ่าเม็ดใหญ่สีเข้ม จำหน่ายในราคา 200 บาทต่อกิโลกรัม ไม่รวมค่าจัดส่ง 5. ผลิตภัณฑ์แปรรูป ไข่ผำอบแห้ง และผงโรยข้าวจากไข่ผำอบแห้ง จำหน่ายในราคา 2,500 บาทต่อกิโลกรัม แบ่งขายขีดละ 300 บาท ซึ่งสาเหตุที่มีราคาสูงเพราะกรรมวิธีกว่าจะได้ผำอบแห้ง 1 กิโลกรัม ต้องใช้ปริมาณผำสดมากถึง 30 กิโลกรัม

“ที่เห็นว่าป้ามีตลาดมากมายขนาดนี้ คืออย่างแรกต้องเริ่มจากความกล้าที่จะก้าวข้ามผ่านอุปสรรคเรื่องของอายุ เพราะกว่าจะมีคนรู้จักป้าขนาดนี้ ป้าก็เริ่มทำตาดออนไลน์ด้วยตัวเอง โพสต์เฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก ป้าทำเองหมด จากเริ่มต้นเราได้หลักร้อย จนถึงปัจจุบันมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน งานไม่หนัก เพาะเลี้ยงไปพอถึงเวลา 7-10 วันถึงจะถึงรอบตัก เลี้ยงง่าย ใช้ต้นทุนไม่เยอะ ที่สำคัญเป็นพืชที่มีอนาคต” ป้าน้อย กล่าวทิ้งท้าย

หากท่านใดสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร. 089-541-3301 หรือติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : Baan Suan Noo Dee บ้านสวนหนูดี นครนายก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เพาะเลี้ยงไข่ผำ” สไตล์ป้าน้อย สูงวัยทำได้ สร้างรายได้ไม่ขาดมือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...