โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต้อนรับตุลาหลอนกับ รีวิว Salem’s Lot จากผลงานของ Stephen King ทาง HBO

LSA Thailand

อัพเดต 08 ต.ค. 2567 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2567 เวลา 08.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
Stephen King

ตุลาคมนี้ไม่มีอะไรเหมาะสมไปกว่าการนอนห่มผ้าหลอน ๆ ดูหนังผีแวมไพร์ในคืนที่บรรยากาศเย็น ๆ และสำหรับใครที่เป็นแฟนของ Stephen King หรือแม้แต่ใครที่แค่ชอบความหลอนในช่วงฮาโลวีน “Salem’s Lot” คือหนังที่ไม่ควรพลาดเลย! ผลงานที่นำกลับมาทำใหม่จากนวนิยายสุดคลาสสิกของพ่อมดแห่งวงการสยองขวัญ ที่สตรีมทาง HBO นั้นบอกได้คำเดียวว่า “หลอนดีต่อใจ” จะน่ากลัวแค่ไหน ตามไปอ่านรีวิวกันเลย

Relate article

หนังเข้าใหม่ น่าดู ประจำเดือนตุลาคม 2024

รวมคู่รักในหนังมิวสิคัล ต้อนรับ Joker: Folie A Deux

Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในภาพยนตร์

Lifestyle Asia rating: 5/5 (จากใจติ่งหนังสยองขวัญ หยิบไม้กางเขน เตรียมตอกลิ่มกลางอกแวมไพร์ได้เลย)

ประเภท: สยองขวัญผีแวมไพร์ ที่เต็มไปด้วยความระทึกขวัญและปริศนา เรื่องนี้ต่างจากแวมไพร์ที่เคยเห็นมาก่อน เพราะแทนที่จะเน้นกัดคอเหยื่อแล้วเลือดสาด เรื่องนี้มีเรื่องราวลึกซึ้ง มีการเล่าเหตุการณ์ผ่านมุมมองของตัวละครที่ค่อย ๆ ค้นพบความลับอันดำมืดของเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในรัฐเมน บอกเลยว่ามันเหมาะกับการเปิดดูกับเพื่อน ๆ ในคืนที่บรรยากาศหลอน ๆ มาก ๆ

นักแสดงนำ:

  • Lewis Pullman รับบทเป็น Ben Mears
  • Makenzie Leigh รับบทเป็น Susan Norton
  • Jordan Preston Carter รับบทเป็น Mark Petrie
  • Alfre Woodard รับบทเป็น Dr. Cody
  • Bill Camp รับบทเป็น Mathew Burke
  • John Benjamin Hickey รับบทเป็น Father Callahan
  • Pilou Asbæk รับบทเป็น R.T. Straker
  • Alexander Ward รับบทเป็น Kurt Barlow

ผู้กำกับ: Gary Dauberman

เวลา: 1 ชั่วโมง 24 นาที

ดูได้ที่ไหน: HBO GO

ดูได้เมื่อไหร่: 3 ตุลาคม 2567

Photo Credit: by Courtesy of Max – © Max via IMDb

เราชอบอะไรในหนังเรื่องนี้

สิ่งที่ชอบที่สุดคือ การนำเสนอของเมือง Salem’s Lot ที่ดูมีเสน่ห์และน่าค้นหาแบบไม่รู้จบ เหมือนกับว่าเมืองนี้อาจจะมีอยู่จริงในโลกนี้เลยก็ว่าได้ เมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยตัวละครที่ดูธรรมดาแต่กลับซ่อนความลับมากมาย คล้าย ๆ กับ Hawkins ใน Stranger Things หรือ Derry ใน It ทุกฉากที่ตัวละครเดินผ่านในเมืองนี้ทำให้รู้สึกเหมือนว่าเรากำลังหลงไปในโลกของแวมไพร์จริง ๆ

อีกอย่างที่ชอบก็คือ ตัวละครมาร์ค เด็กหนุ่มวัย 11 ย่างเข้า 12 ปี ที่กล้าหาญเกินวัย ไม่หวั่นกลัวแวมไพร์ หรือแม้กระทั่งบอสใหญ่แบบบาร์โลว์ ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เอาความกล้ามาจากไหนแต่เขากลายเป็น MVP ของเรื่องอย่างไม่ต้องสงสัย!

เราไม่ชอบตรงไหน

สิ่งที่แอบติดใจนิด ๆ คือ การเล่าถึงแบคกราวน์ของบางตัวละคร อย่างเช่นตัวพระเอก เบน เมียร์ส ที่กลับมายังเมืองนี้เพราะต้องการค้นหาความจริงเกี่ยวกับการตายของพ่อแม่ในอุบัติเหตุเมื่อเขายังเด็ก เรื่องมันเปิดประเด็นมาน่าสนใจ แต่กลับไม่ได้ขยายต่อว่าทำไมเขาต้องกลับมาหาคำตอบอีกครั้ง และอีกอย่างคือที่มาของแวมไพร์ในเรื่องยังคงคลุมเครือไปหน่อย ไม่ได้อธิบายชัดเจนว่าแวมไพร์ตัวนี้มาจากไหน เลือกมาที่เมืองนี้ทำไม

เนื้อเรื่องย่อ

เรื่องราวเปิดมาที่ เบน เมียร์ส นักเขียนหนุ่มที่กลับมาที่ Salem’s Lot เมืองเล็ก ๆ ในรัฐเมน ที่เขาเคยอาศัยอยู่เมื่อเด็ก เบนกลับมาเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับการตายของพ่อแม่ที่ปริศนา ซึ่งเขาเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น แต่เมื่อเขากลับมา เมืองนี้กลับไม่เหมือนเดิม ทุกอย่างเริ่มแปลกไป มีการหายตัวของเด็กชายคนหนึ่งที่นำไปสู่การฟื้นคืนชีพของ บาร์โลว์ แวมไพร์ผู้มีแผนการที่จะครอบครองเมืองนี้และทำให้เมืองทั้งเมืองตกอยู่ในอำนาจของความมืด เบนต้องร่วมมือกับมาร์ค เด็กหนุ่มผู้กล้าหาญ เพื่อหยุดยั้งแผนการนี้ก่อนที่เมืองจะกลายเป็นเมืองของแวมไพร์อย่างสมบูรณ์

การฟื้นคืนชีพของ Stephen King

Photo Credit: by Courtesy of Max – © Max via IMDb

ลืมหนังแวมไพร์เก่า ๆ ที่ดูซ้ำซากน่าเบื่อไปได้เลย เพราะ Salem’s Lot เป็นเรื่องที่คุ้มค่ามากที่จะดู! เปิดเรื่องมาแบบไม่เสียเวลา บรรยายฉากเมืองและตัวละครได้อย่างกระชับ เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน โดยเฉพาะการดำเนินเรื่องในเมืองเล็ก ๆ ซึ่งเป็นฉากที่คลาสสิกและมีเสน่ห์มาก คล้ายกับเมือง Hawkins ใน Stranger Things หรือเมือง Derry ใน It ซึ่งเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว การเซ็ตติ้งของเมืองเล็ก ๆ ทำให้เรื่องนี้ดึงดูดผู้ชมได้ตั้งแต่ต้นเรื่อง

เรื่องราวเริ่มจากตัวละครหลัก เบน เมียร์ส นักเขียนหนุ่มที่กลับมายังเมืองบ้านเกิด เยรูซาเล็มส์ ล็อต ในรัฐเมน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ซาเลมส์ ล็อต เขากลับมาเพื่อตามหาเบาะแสการตายของพ่อแม่ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อตอนเขายังเด็ก แต่กลับไม่รู้เลยว่าการกลับมาครั้งนี้จะนำพาเขาไปพบกับเหตุการณ์ประหลาดและความลึกลับที่เขาจะจดจำไปอีกนาน

Photo Credit: by Courtesy of Max – © Max via IMDb

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าดูเป็นอย่างยิ่งก็คือ มันเป็นหนังแวมไพร์ที่ไม่ซ้ำซาก ตลอดทั้งเรื่องมีเรื่องราวที่ซับซ้อนและลึกซึ้งมากกว่าแค่การกัดคอเหยื่อ ทำให้การดู Salem’s Lot ในช่วงฮาโลวีนปีนี้มีความตื่นเต้นและสนุกขึ้นมาก น่าเสียดายที่ไม่ได้ฉายในโรงภาพยนตร์จอใหญ่ ๆ ซึ่งน่าจะเพิ่มประสบการณ์การรับชมได้อีกระดับ แต่การดูผ่านแอพสตรีมมิ่งก็ให้ความรู้สึกน่ากลัวไปอีกแบบ ทำให้หวนคิดถึงยุคโฮมวิดีโอในช่วงทศวรรษที่ 70 และ 80 ด้วย เพราะเนื้อเรื่องมีการเล่าย้อนกลับไปในยุคนั้นพอดี

ตัวละครที่เป็น MVP ของเรื่องคือหนุ่มน้อยชื่อ มาร์ค ถึงแม้จะอายุเพียง 11 ย่างเข้า 12 ปี แต่กลับมีความกล้าหาญและมั่นใจเกินวัย ไม่กลัวอะไรเลย แม้กระทั่งตัวร้ายอย่าง บาร์โลว์ แวมไพร์บอสใหญ่ที่คนทั้งเมืองต่างหวาดกลัว แวมไพร์ในเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ตัวร้ายที่กัดคอคนแล้วจากไป แต่มีการสร้างเรื่องราวและที่มาชัดเจน ทำให้ผู้ชมรู้สึกหลอนและขนลุกไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม มีบางจุดที่ไม่ค่อยถูกใจนัก เช่น ตัวละครบางตัวที่ผู้ชมอาจไม่เข้าใจภูมิหลังได้ชัดเจน เพราะเราไม่ได้เป็นแฟนที่อ่านนวนิยายของ Stephen King จึงทำให้บางฉากรู้สึกเหมือนขาดคำอธิบายที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องของพระเอก เบน ที่กลับมายังเมืองนี้เพื่อค้นหาเบาะแสการตายของพ่อแม่ แต่หนังไม่ได้ขยายความให้มากพอว่าทำไมเขาถึงต้องกลับมา และเรื่องที่มาของแวมไพร์ก็ไม่ได้ถูกเล่าละเอียดว่าทำไมพวกเขาถึงเลือกย้ายมาอยู่ในเมืองนี้

หนัง ‘ผีดิบ แวมไพร์’ ที่มีดีกว่าแค่ ‘ดูดเลือด กัดคอ’

Photo Credit: by Courtesy of Max – © Max via IMDb

เปิดเรื่องด้วยการที่ เบน เมียร์ส นักเขียนชื่อดังเดินทางกลับมายัง ซาเลมส์ ล็อต เมืองเล็ก ๆ ในรัฐเมน เพื่อหาแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือ แต่ความจริงแล้วเขากลับมาเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับการตายปริศนาของพ่อแม่ ทำไมเขาถึงเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากอุบัติเหตุครั้งนั้น เขาได้พบกับ ซูซาน หญิงสาวที่เป็นแฟนหนังสือของเขา ซึ่งทำให้เขามีความสัมพันธ์ที่ดีในเมืองนี้ แต่เรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อเด็กชายคนหนึ่งในเมืองหายตัวไป นำไปสู่การค้นพบว่าแวมไพร์ตัวร้าย บาร์โลว์ ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมา และวางแผนที่จะยึดครองเมืองนี้ให้กลายเป็นเมืองของแวมไพร์ เบนและมาร์คต้องร่วมมือกันหยุดยั้งบาร์โลว์ ก่อนที่แวมไพร์จะกระจายไปทั่วเมืองและครอบครองโลกในที่สุด

สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จคือการสร้างบรรยากาศและฉากหลังที่ชวนหลอน โดยเฉพาะเมือง Salem’s Lot ที่เต็มไปด้วยความลึกลับและความน่ากลัว ผู้คนในเมืองแต่ละคนมีบทบาทชัดเจน และทำให้เราเข้าถึงตัวละครได้ง่าย ความละเอียดในการสร้างเมืองสมมตินี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนว่ามันมีอยู่จริง นอกจากนี้ ฉากความหลอนก็น่าสนใจ หนังไม่ได้เน้นแค่การทำให้ผู้ชมสะดุ้งตกใจด้วย Jump Scare เพียงอย่างเดียว แต่ใช้การสร้างบรรยากาศที่กดดันและทำให้รู้สึกตึงเครียดไปพร้อมกัน ทีมตัดต่อทำได้ดีมาก จังหวะการเล่าเรื่องทำให้หนังเรื่องนี้มีความน่ากลัวในแบบที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนถึงจุดพีค สมกับเป็น แกรี่ ดาวเบอร์แมน (Gary Dauberman) ผู้กำกับและนักเขียนบทจากจักรวาลหนังผี The Conjuring Universe

Photo Credit: by Courtesy of Max – © Max via IMDb

แม้ว่าหนังจะจบลงโดยที่บอสใหญ่แวมไพร์ถูกกำจัดไปแล้ว แต่เราก็ยังไม่รู้เรื่องราวที่มาอย่างชัดเจนว่าแวมไพร์บาร์โลว์มาจากไหน ทำไมเขาถึงเลือกย้ายมาที่เมืองนี้ นั่นทำให้เราแอบหวังว่าจะมีภาคต่อ เพราะมันยังมีปริศนาหลายอย่างที่ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่จากประสบการณ์ดูหนังหลาย ๆ เรื่อง เรารู้ว่าภาคแรกมักจะดีกว่าภาคต่อเสมอ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีภาคต่อจริง เราก็หวังว่ามันจะตอบคำถามเหล่านี้ได้มากขึ้น ในส่วนที่แอบขัดใจเล็ก ๆ ก็คือ การที่ ซูซาน นางเอกของเรื่องกลายเป็นแวมไพร์แล้วถูกกัด แต่พระเอกของเราก็ยังคงยื้อจะช่วยเธออยู่ ทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ต้องเป็นคนที่ใช้ไม้ตอกหัวใจเธอเอง ซึ่งเป็นฉากที่เจ็บปวดแต่น่าประทับใจ

สิ่งที่ต้องยกนิ้วให้เลยก็คือทีมตัดต่อและการถ่ายทำที่ทำให้ Salem’s Lot ดูมีชีวิตชีวา ทุกฉากที่แวมไพร์ปรากฏขึ้นมาทำให้รู้สึกน่ากลัวจริง ๆ โดยเฉพาะในฉากที่มืด ทีมงานทำได้ดีมากที่ไม่ทำให้ฉากนั้นมืดจนเกินไปจนมองไม่เห็นเลย แต่กลับสร้างบรรยากาศให้ดูน่าขนลุกแทน

หนังสยองขวัญ สามัญประจำบ้าน ฮาโลวีนปีนี้

Photo Credit: by Courtesy of Max – © Max via IMDb
Photo Credit: by Courtesy of Max – © Max via IMDb
Photo Credit: by Courtesy of Max – © Max via IMDb
Photo Credit: by Courtesy of Max – © Max via IMDb

ฮาโลวีนปีนี้ถ้าอยากหาหนังผีแวมไพร์มาดูสักเรื่อง Salem’s Lot คือคำตอบที่ใช่ ด้วยบรรยากาศแบบเมืองเล็ก ๆ ที่ลึกลับและเต็มไปด้วยปริศนา ทำให้หนังเรื่องนี้เข้ากับช่วงเวลาของปีมาก ๆ ทั้งความมืด ความเงียบ ความสยองขวัญที่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังถูกล่าจากเงามืดที่ไม่รู้ว่าจะโผล่มาจากมุมไหน

Salem’s Lot อาจจะไม่ใช่เรื่องแวมไพร์ที่ใหม่สุด ๆ แต่ในยุคนี้การกลับมาของหนังแวมไพร์แบบนี้คือความสดชื่นที่แฟน ๆ หนังสยองขวัญน่าจะชื่นชอบมาก ๆ ถึงแม้ว่าบางประเด็นอาจจะยังคลุมเครืออยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นหนังที่สนุก ตื่นเต้น และเหมาะกับบรรยากาศช่วงฮาโลวีนเป็นอย่างมาก

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Hero Images Credit: Courtesy of Max – © Max via IMDb
Featured Images Credit: Courtesy of Max – © Max via IMDb

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...