รมว.คลัง ชี้ “ดิ ไอคอน” อาจเข้าข่ายความผิดอาญา ม.341-342 พร้อมปรับปรุงกฎหมายให้ดีขึ้น
รมว.คลัง ชี้ “ดิ ไอคอน” อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.341-342 และ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน เผยจะรอดูผลการสอบสวนก่อนนำมาพิจารณาปรับปรุงกฎหมายให้ดีขึ้น
15 ต.ค. 67 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงการคลังดูแลเกี่ยวกับกรณีธุรกิจขายตรง บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด โดยกระทรวงการคลังจะต้องพิจารณาว่า ว่าเรื่องนี้เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 341 และ 342 ประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ ส่วนกฎหมายที่เคยออกไว้และเข้าข่ายในลักษณะเช่นนี้ คือ พ.ร.ก.กู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
โดยกรณีดังกล่าวต้องดูว่ามีลักษณะ 3 ประการ คือ
1. เป็นการโฆษณาให้บุคคลตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปรับรู้
2. จ่ายผลตอบแทนที่สูงกว่า หากมีลักษณะการกู้ยืมเงินเข้ามาเกี่ยวข้องได้จ่ายอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าที่สถาบันการเงินคิดหรือไม่ และ
3. เข้าเงื่อนไขการนำเงินจากคนอื่นเพื่อมาจ่ายหมุนเวียนให้กับผู้ที่ให้การกู้ยืม และกิจการที่ประกอบนั้นชอบด้วยกฎหมายและผลประโยชน์ที่ได้จากการประกอบการมีเพียงพอที่สามารถนำมาจ่ายได้หรือไม่
“กรณีดังกล่าวจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้พิจารณา โดยทางกระทรวงการคลังจะติดตามว่าการแก้ไขจะมีผลอย่างไรเพื่อปรับปรุงกฎหมายให้ดีขึ้น”
ทั้งนี้รายงานข่าวระบุว่า ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 342 ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ
(1) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ
(2) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง
ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ