โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจ้าสัว” บุกตลาดโลก ขยายโรงงานเร่งส่งออก “ข้าวตัง-หมูแท่ง”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ย 2567 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2567 เวลา 04.14 น.

สัมภาษณ์พิเศษ

แม้ว่าตลาดขนมขบเคี้ยวไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาท แต่โดยภาพรวมก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ไม่ว่าจะทั้งการแข่งขันจากแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ต่างชาติที่รุกเข้ามาในตลาด รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “ณภัทร โมรินทร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ้าสัว ฟู้ดส์ อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ CHAO ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ภายใต้แบรนด์ “เจ้าสัว-โฮลซัม” ถึงภาพรวมตลาดขนมขบเคี้ยวในไทย และแผนการดำเนินงานจากนี้ไป

ข้าวตัง-หมูแท่ง โตแรง

“ณภัทร” เริ่มต้นบทสนทนาว่า ถ้ามองย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมของตลาดมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2565 ที่ผ่านมา ตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย มีมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาทแล้ว และมีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 6.6% ทุกปี แม้ช่วงครึ่งหลังของปี 2567 นี้ยังคงมีความท้าทายไม่ว่าจะทั้งเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายอยู่ แต่ถ้าเจาะลงไปในตลาดจะพบว่า กลุ่มขนมขบเคี้ยวแปรรูปประเภทข้าว และกลุ่มขนมขบเคี้ยวแปรรูปจากเนื้อหมู ดีมานด์ยังแรงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะข้าวตังและหมูแท่ง ที่มีการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 23% ทุกปี

ซึ่งที่ผ่านมา“เจ้าสัว” มีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มขนมขบเคี้ยวแปรรูปประเภทข้าว ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 1,000 ล้านบาท อยู่ที่ประมาณ 78.5% และมีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มขนมขบเคี้ยวแปรรูปจากเนื้อหมู ที่มีมูลค่าตลาดประมาณ 500 ล้านบาท อยู่ที่ประมาณ 57.2% ซึ่งถือเป็นผู้นำเบอร์ 1 ทั้ง 2 ตลาด

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้เราจะเป็นผู้นำทั้ง 2 ตลาดนี้อยู่แล้ว แต่มั่นใจว่าเราจะยังสามารถขยายมาร์เก็ตแชร์ของตลาดข้าวตัง และหมูแท่งเพิ่มได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเล็งเห็นว่าตลาดยังมีโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก เพราะประเทศไทยยังมีการบริโภคขนมขบเคี้ยวไม่สูงนัก ประมาณ 2.2 กิโลกรัมต่อหัวต่อปีเท่านั้น นับว่าน้อยเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งบริโภคประมาณ 32.2 กิโลกรัมต่อหัวต่อปี, ออสเตรเลีย 10.4 กิโลกรัมต่อหัวต่อปี, ฮ่องกง 6.7 กิโลกรัมต่อหัวต่อปี และจีน 3.8 กิโลกรัมต่อหัวต่อปี

ลุยขยายโรงงาน-ส่งออกสินค้า

“ณภัทร” กล่าวว่า เพื่อชิงสร้างการเติบโตในจังหวะที่ตลาดกำลังขยายตัวนี้ หลังจากที่ได้นำ CHAO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้เร่งสปีดการขยายกำลังการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขยายกำลังผลิตของโรงงานเดิม และการสร้างโรงงานใหม่ โดยขยายกำลังผลิตข้าวตังรวมแครกเกอร์ธัญพืชในโรงงานโฮลซัม เพิ่มปีละ 770 ตัน และขยายกำลังการผลิตข้าวตังรวมหมูแท่งในโรงงานเจ้าสัว อีกปีละ 995 ตัน และก่อสร้างโรงงานโฮลซัมแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เนื้อหมูอีกปีละ 2,000 ตัน สำหรับรองรับการขยายตลาดส่งออก โดยเบื้องต้นมีกำหนดเปิดดำเนินการปี 2568

เชื่อว่าการลุยลงทุนขยายกำลังผลิตนี้จะสามารถช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะในต่างประเทศที่ในปีนี้มีแผนจะขยาย SKUs สินค้าส่งออกเพิ่ม โดยเฉพาะสินค้าฮาลาล รวมถึงจะมุ่งส่งสินค้าที่ตรงเทรนด์ของผู้บริโภคในต่างประเทศก็คือ Better-for-You Snack ที่เป็นขนมขบเคี้ยวที่มีคุณประโยชน์มากขึ้น จากปัจจุบันเจ้าสัวได้ส่งออกไปกว่า 12 ประเทศ อาทิ จีน อเมริกา ฮ่องกง ออสเตรเลีย ฯลฯ

ควบคู่ไปกับการก้าวสู่ Global Brand ผ่านการนำเงินที่ได้จากการระดมทุนประมาณ 350-380 ล้านบาท ไปใช้ลงทุนพัฒนาระบบอัตโนมัติ ปรับปรุงระบบควบคุมคุณภาพ ระบบความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมถึงการลงทุนเพื่อการประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ทั้งนี้ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ “เจ้าสัว” มีทั้งหมด 2 กลุ่มประเภทสินค้า ได้แก่ กลุ่มขนมขบเคี้ยว อาทิ ข้าวตัง, ข้างตังมินิ, หมูแท่งกรอบ, หมูแผ่นกรอบ และกลุ่มอาหาร อาทิ หมูหย็อง, หมูแผ่นใหญ่, กุนเชียง, หมูยอ, แหนม และไส้กรอกอีสาน

จัดแคมเปญ-หวังสร้างการรับรู้

“ณภัทร” กล่าวต่อไปว่า ในปี 2567 นี้ บริษัทเปิดเกมรุกด้วยการทุ่มงบฯการตลาด 100 ล้านบาท เดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะทั้งการโปรโมตแบรนด์ผ่านช่องทาง OOH, Online และทีวี หรือการทำแคมเปญต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงคนทุกกลุ่มได้มากขึ้น

โดยต่อยอดความสำเร็จจากแคมเปญ “Taste The Truth ข้าวตังเจ้าสัวท้าชิม ก่อนเชื่อ” ที่สร้างยอดขายได้ถึง 30% ด้วย
การเปิดตัวแคมเปญใหม่อย่าง แคมเปญ “มู หมู่ มู่ มู้ หมู หมูแท่งกรอบเจ้าสัว”โดยจะมุ่งเน้นทำการตลาดแบบ 360 องศา ครอบคลุมทุกช่องทาง ดังนี้ 1.Presenter : เราจะใช้ “เจมส์ จิ” ในการมาเป็นตัวแทนในการสื่อสารแคมเปญนี้ เพื่อสร้าง Brand Awareness และ Brand Recall 2.Social Media : จะเน้นไปที่ช่องทาง TikTok เพื่อสร้างกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่รวมถึงมีการทำแอปทำนายดวงเพื่อเป็น Gimmick ให้กับ Campaign นี้ด้วย

3.Out of Home Media : จะมีการติดป้ายโฆษณา ณ จุดขายในร้านสะดวกซื้อ โดยเราจะทำ Offline to Online-จาก OOH to Social Media – ดังนั้นการรับรู้ของผู้บริโภคจะครบ 360 องศา 4.Influencer : เราจะร่วมมือกับ KOL คนดังและผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ เพื่อให้แคมเปญเราดังและเป็น Viral 5.การแจก Sampling : เราจะมีการแจกสินค้าทดลองให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองก่อน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้ถึงความอร่อย และกลับมาซื้อใหม่

จากแคมเปญนี้คาดว่าจะสร้างกระแสในสังคม และทำให้เกิดการพูดถึงแคมเปญอย่างกว้างขวางรวมถึงดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ และรักษาฐานลูกค้าเดิมไปพร้อมกับการเพิ่มความถี่ในการซื้อ ตลอดจนคาดว่าจะช่วยขยายการรับรู้แบรนด์หมูแท่งเจ้าสัว และเพิ่มยอดขายหมูแท่งกรอบอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมเติบโตดับเบิลดิจิต ในทุกปี รวมถึงสร้างการเติบโตสู่ตลาดระดับโลกและสร้างการรับรู้ของแบรนด์เจ้าสัว และโฮลซัมไปสู่โกลบอลแบรนด์ได้อย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจ้าสัว” บุกตลาดโลก ขยายโรงงานเร่งส่งออก “ข้าวตัง-หมูแท่ง”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...