โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] Lingering โรงแรมผีจอง(เวร) : เช็กอินเรื่องสยองเคล้าดราม่าที่ห้อง 504

BT Beartai

อัพเดต 22 ส.ค. 2563 เวลา 11.21 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2563 เวลา 04.04 น.
[รีวิว] Lingering โรงแรมผีจอง(เวร) : เช็กอินเรื่องสยองเคล้าดราม่าที่ห้อง 504

เรื่องย่อ เรื่องราวของ “ยูมิ” (อีเซยอง) ซึ่งเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนสาวของแม่ และนำน้องสาวไปส่งที่โรงแรมลึกลับแห่งหนึ่ง แต่ทริปธรรมดากลับกลายเป็นฝันร้ายสุดสยอง เมื่อโรงแรมดังกล่าวซ่อนปริศนาสุดสะพรึงเกินกว่าที่เธอจะทันตั้งตัว…

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

แน่นอนว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อ “โรงแรมผี” เป็นอย่างดี เพราะในโลกภาพยนตร์ คำว่า “โรงแรม” กับ “ผี” ถือว่าเป็น Combination คลาสสิกที่มีมาอย่างยาวนาน ชนิดที่ว่าน่าจะแยก category ย่อยออกมาได้แล้วมั้ง 555 และภาพยนตร์ “โรงแรมผีจอง(เวร)” ก็เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่เอา Combination นี้มาเล่าใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์โรงแรมผีเรื่องนี้น่าสนใจก็คือ นี่คือโรงแรมผีเวอร์ชันเกาหลี (ซึ่งแน่นอนว่าเป็นหนังผีเกาหลีที่ไม่ค่อยมีมาบ่อย ๆ) กับพล็อตที่ผมว่าน่าสนใจดี บวกกับด้วยชั้นเชิงการเล่าเรื่องแบบหนังเกาหลี ถ้าว่ากันด้วยหน้าหนัง ก็ต้องบอกว่ามันก็มีความน่าสนใจดีทีเดียวเลยแหละ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องของ ยูมิ หญิงสาวโดดเดี่ยวที่ต้องดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงชีพแบบปากกัดตีนถีบ ที่สำคัญคือเธอพบว่าตัวเธอเองมีน้องสาวร่วมแม่แต่ละคนละพ่ออยู่ด้วย ด้วยปัญหาหลาย ๆ อย่าง เธอจึงต้องไปรับเด็กหญิงมาจากสถานรับเลี้ยงเด็ก แต่ด้วยความที่เธอเองก็มีชีวิตที่ค่อนข้างลำบากอยู่แล้ว แถมตัวเด็กก็มีปมเรื่องที่มักจะชอบจินตนาการและพูดอะไรลอย ๆ จนผู้ใหญ่มักจะคิดว่าเด็กคนนี้พูดโกหกอีก การเลี้ยงน้องสาวอีกคนไปด้วยก็อาจจะลำบาก เธอเลยนึกขึ้นได้ว่า แม่ของเธอที่เสียชีวิตไปแล้ว มีเพื่อนที่รู้จักกันซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมหรูที่อยู่ติดทะเลสาบ เธอเลยตั้งใจว่าอยากจะฝากน้องสาวไว้กับคุณน้าที่เป็นเพื่อนแม่คนนี้

พร้อม ๆ กับที่เธอเองก็ต้องเดินทางมาอยู่ที่โรงแรมนี้ ในระหว่างที่โรงแรมปิดพักช่วงโลว์ซีซันอยู่พอดี แต่แล้วจู่ ๆ เธอก็ได้พบกับเหตุการณ์ที่น้องสาวของเธอหายตัวไปอย่างลึกลับ อดีตในวัยเด็กที่เธอเคยประสบ ปมปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่ และ “อะไรบางอย่าง” ที่มาพบกับเธอในรูปแบบของวิญญาณจองเวร

แน่นอนว่า พอตัวหนังพูดถึงโรงแรมผี หลายคนก็อาจรู้สึกว่าพล็อตโรงแรมผีนั้นแทบจะไม่มีอะไรใหม่แล้ว ซึ่งภาพโดยรวมของหนังเรื่องนี้ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ครับ โอเค แม้ว่าสิ่งที่ต้องชื่นชมเป็นอย่างแรกเลยก็คือ หนังเรื่องนี้โดยรวมแล้วก็ถือว่าเป็นหนังผีสไตล์เกาหลีที่มีความเป็นเกาหลีมาก ๆ เรื่องหนึ่งเลยครับ แถมยังมีการพูดถึงการหายตัวอย่างลึกลับของชาวเกาหลีเหนือที่อพยพเข้ามายังเกาหลีใต้อีกด้วยแน่ะ แต่สิ่งที่ผมเชื่อว่า หลายคนที่ดูหนังอาจรู้สึกไปก่อนล่วงหน้าแล้วว่ามันไม่ได้มีอะไรใหม่มาตั้งแต่แรก ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ นั่นแหละ

ท่านผู้อ่านอาจไม่เห็นด้วยก็ได้ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกคือ ตัวหนัง พล็อต และช็อตต่าง ๆ ทำให้ผมอดคิดถึงหนังโรงแรมผีสุดคลาสสิกอย่างThe Shining (1980) ไม่ได้จริง ๆ ครับ การมีห้องลึกลับที่มีวิญญาณสิงสถิต การที่มีอะไรบางอย่างมาเชิญชวนให้เด็กแอบวิ่งซนเข้าไปในห้อง รวมถึงการพาเข้าไปสำรวจยังซอกเล็กซอกน้อยในโรงแรม ถือได้ว่าเป็นการหยิบเอาอิทธิพลและกลิ่นอายเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพล็อตมาผสมกับความเป็นเกาหลีใต้ ซึ่งก็ถือว่าทำได้อย่างไม่ถึงกับลอก แต่ก็พอได้กลิ่นอะไรบางอย่างออกมา

สิ่งที่ทำให้ตัวหนังเรื่องนี้ (ที่ก็รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่าจะมีอะไร) ก็คือ การที่พล็อตไม่ได้พยายามจะขายความน่ากลัวของผี หรือเดินหน้าเสนอความสยองขวัญแบบโหดเหี้ยมเหมือนอย่างหนังผีสเปน หรือเป็นหนังผีตุ้งแช่ ๆ อะไรแบบนั้นครับ หนังเรื่องนี้น่าสนใจตรงที่มีส่วนผสมของหนังสยองขวัญ-สืบสวนสอบสวน-ทริลเลอร์-ดราม่า ในการที่นางเอกอย่าง ยูมิ ต้องกลับไปอยู่ในโรงแรมที่เธอเองก็เคยมาอยู่แล้วเมื่อเธอเป็นเด็ก ซึ่งเธอเองก็ต้องพยายามที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต

ตั้งแต่เรื่องราวความทรงจำในวัยเด็กที่เธอซุกซ่อนไว้ ปมปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแม่ที่เต็มไปด้วยความแหว่งวิ่น สาเหตุที่แม่ของเธอต้องตายลง ที่มาของน้องสาวของเธอ รวมทั้งเรื่องราวลึกลับภายในโรงแรม ปริศนาที่เธอได้ค้นพบเมื่อมาอยู่ในโรงแรม รวมถึงวิญญาณอาฆาตที่ดูเหมือนว่าพยายามจะมุ่งตรงมาที่ยูมิเป็นพิเศษอีกด้วย รวมทั้งพาร์ตดราม่า ที่พอพะยี่ห้อว่าเป็นหนังเกาหลีแล้ว แทบไม่ต้องห่วงเลยครับว่า ดราม่าเกาหลีนี่มันดราม่าเกาหลีจริง ๆ

แม้ว่าตัวหนังจะพยายามโปรโมตความเป็นหนังสยองขวัญเต็มขั้น แต่สิ่งที่หนังทำได้มากกว่านั้นก็คือเรื่องของการเล่าประเด็นที่ใหญ่ที่สุด นั่นก็คือเรื่องประเด็นความสัมพันธ์ที่แหว่งวิ่นระหว่างแม่กับลูกนี่แหละครับ ในหนัง ประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะดีระหว่างยูมิและแม่ของเธอ ปมความขัดแย้งต่าง ๆ นานา จนถึงเรื่องของปมที่ทำให้แม่ของเธอต้องฆ่าตัวตาย และไหนจะน้องสาวตัวน้อยของยูมิที่เกิดมาจากคนละพ่อ ที่เป็นเหมือนกึ่งพี่น้องร่วมสายเลือด แต่ก็เป็นเหมือนกับภาระไปด้วยพร้อม ๆ กัน จนกระทั่งเธอต้องตัดสินใจเอามาฝากไว้กับน้าสาวผู้เป็นเพื่อนกับแม่ของเธอมาก่อน ท่ามกลางกลิ่นอายความไม่น่าไว้วางใจที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา ทำให้ยูมิต้องออกตามสืบค้นเรื่องราวและปะติดปะต่อเรื่องราวในอดีตหลายปม ซึ่งพาร์ตของการสืบสวนสอบสวน และดราม่าเรื่องแม่ ๆ ลูก ๆ นั้นทำได้ในระดับที่ใช้ได้เลย

แต่แม้ว่าบรรยากาศโดยรวมของหนังจะมีความน่ากลัว และสยองขวัญในระดับที่ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว แต่หนังเรื่องนี้ก็มีข้อสังเกต 2 เรื่องใหญ่ ๆ ที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยังไปได้ไม่สุดของความสยองขวัญ นั่นก็คือ หนึ่ง ถ้าไม่นับตัวละครหลักอย่าง ยูมิ ที่รับบทโดย อีเซยอง ที่รับหน้าที่แบกหนังทั้งเรื่อง และน้องพักโซยี ที่เล่นเป็นน้องสาวของยูมิ ตัวละครอื่น ๆ กลับดูง่ายและชัดเจนไปหมดเลย บทบาทที่ดูชัดซะจนแทบไม่มีเหลี่ยมมุม ทำให้สามารถเดาทางพล็อตของหนังได้ง่ายไปโดยปริยาย

และจุดสังเกตที่สองคือ ฉากสยองขวัญ อย่างที่ผมกล่าวถึงแล้วว่า บรรยากาศของหนังเรื่องนี้นั้นถือว่าสยองขวัญใช้ได้ การเล่นกับซอกหลืบเร้นลับต่าง ๆ ในโรงแรม การเล่นกับความสว่างและความมืด การปรับโทนสีให้แตกต่างกันมาก ๆ ระหว่างซีนสยองขวัญและไม่สยองขวัญเพื่อให้เห็นความแตกต่าง ความพยายามของตัวหนังเองที่ไม่ได้ใส่ Jump Scare จนเกินงาม และพยายามคุมโทนโดยไม่ยัดเยียดความเป็น “หนังผีที่หันไปทางไหนก็มีแต่ผี” นั้นทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังสยองขวัญที่ก็ยังมีกลิ่นอายความเป็นหนังสยองขวัญอยู่ แต่กลายเป็นว่า ฉากการปรากฏของผีที่ทำให้รู้สึกสยอง กลับมีแต่เฉพาะฉากที่ผีมาแบบลึกลับ ๆ หรือมาแบบแอบ ๆ เห็นแต่เพียงเลือนรางเท่านั้น แต่ผีที่มากันแบบโต้ง ๆ แบบโผล่หน้ามาให้เห็น ผมกลับรู้สึกว่ามันยังก๊องแก๊งเหมือนผีในละครไทยไปหน่อย

โดยรวมแล้ว ความสนุกลุ้นระทึกของหนังสยองขวัญเรื่องนี้ อาจไม่ได้น่ากลัวที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง คือด้วยบรรยากาศความหลอนโดยรวมก็หลอนดีอยู่นะครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ตัวหนังเองก็ไม่ได้ถึงกับว่าน่ากลัวสุด ๆ หลายจุดก็แอบหลุด ๆ ก๊องแก๊งไปบ้าง แต่ในฝั่งของเนื้อเรื่องและธีมหลักนั้น ทำได้ดีพอสมควร แม้ว่าจะเดาง่ายไปหน่อยในเชิงการดำเนินและสรุปเรื่อง แต่ด้วยตัวละครและบรรยากาศก็ยังชวนให้มีอะไรที่น่าลุ้นและติดตามได้บ้างในแง่ของการสืบสวนสอบสวน พาร์ตดราม่า รวมถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกที่ดูแล้วอาจซาบซึ้งจนอาจน้ำตาซึม เรียกว่าเป็นความบันเทิงสไตล์เกาหลีที่ดูสนุกได้ในระดับที่ไม่น่าเกลียด และไม่เสียดายเงินครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Lingering โรงแรมผีจอง(เวร)ความสมบูรณ์ของเนื้อหา7คุณภาพงานสร้าง5.8คุณภาพของบท / เนื้อเรื่อง7.4การตัดต่อ / การลำดับ และการดำเนินเรื่อง8ความคุ้มค่าเวลาในการรับชม7จุดเด่นแม้จะเป็นหนังสยองขวัญ แต่ก็แอบแทรกประเด็นความสัมพันธ์ที่แหว่งวิ่นระหว่างแม่กับลูกได้เป็นอย่างดี Jump Scare มีบ้าง แต่ไม่เยอะมาก ไม่น่าเกลียดพล็อตมีส่วนผสมของหนังสยองขวัญ-สืบสวนสอบสวน-ทริลเลอร์-ดราม่า จุดสังเกตฉากผีมีทั้งแบบแอบ ๆ ถือว่าหลอนใช้ได้เลย แต่ผีที่มาแบบโต้ง ๆ ยังดูก๊องแก๊งเหมือนละครไทยไปหน่อย แอบมีกลินอายและอิทธิพลมาจาก The Shining อยู่เหมือนกันตัวละครและพล็อตดูชัดเจนไปหน่อย เลยทำให้เดาง่าย7

[รีวิว] Lingering โรงแรมผีจอง(เวร) : เช็กอินเรื่องสยองเคล้าดราม่าที่ห้อง 504
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...