โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PTL โชว์ผลงานไตรมาสแรก กำไรสุทธิเพิ่ม 40% พุ่ง 818 ล้านบาท เชื่อไตรมาส 2 เศรษฐกิจโลกฟื้น เร่งลงทุนเพิ่มกำลังผลิต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 ส.ค. 2563 เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2563 เวลา 11.03 น.

นายอมิต ปรากาซ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PTL ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายแผ่นฟิล์ม PET เพื่อใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหารและอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 รอบปีบัญชี 2563/64 (1เมษายน-30 มิถุนายน 2563) ได้รับปัจจัยจากอุตสาหกรมแผ่นฟิล์มแผ่น PET ชนิดบาง ที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหารขยายตัว 30-40% ซึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถือเป็นสินค้าหลักของบริษัทฯ คิดเป็นสัดส่วน 70-75% ของรายได้รวม ส่งผลให้กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น เพิ่มขึ้น 40% หรือ คิดเป็น 818 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับราคาวัตถุดิบที่ลดลง จึงช่วยสนับสนุนการเติบโตดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ไตรมาส 2 รอบปีบัญชี 2563/64 (กรกฎาคม-กันยายน 2563) คาดว่าความต้องการแผ่นฟิล์ม PET ชนิดบางในอุตสาหกรรมอาหารยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่องจากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ Flexible Packaging แต่เป็นไปในทิศทางชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก เนื่องจากผู้บริโภคคลายความกังวลเรื่องการแพร่ระบาด COVID- 19 อย่างไรก็ตาม ด้วยประสิทธิภาพการผลิตจะช่วยผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง

นายอมิต กล่าวว่า ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์แผ่นฟิล์ม PET ชนิดหนา ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ในช่วงที่ผ่านมาจะชะลอตัวลง แต่คาดว่าจะค่อยๆ ดีขึ้นตามสภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ PET ชนิดหนา ที่มีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 25-30% ของรายได้รวมของบริษัทฯ ให้มีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น “ผลการดำเนินงานทางการเงินของ PTL ได้รับการสนับสนุนจากสถานะที่แข็งแกร่งของ บริษัท ในฐานะผู้ผลิตฟิล์ม PET รายใหญ่อันดับ 5 ของโลก และการบริหารการผลิตแผ่นฟิล์มมาตรฐานและแผ่นฟิล์มชนิดพิเศษ ประกอบกับการมีฐานลูกค้าที่มั่นคงและการสร้างสรรนวัตกรรมผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องจึงช่วยสนับสนุนการเติบโตได้ดี” นาย อมิต กล่าว

ทั้งนี้ PTL ได้จัดสรรงบประมาณประมาณ 90-100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเพิ่มผลผลิตและยกระดับกำลังการผลิตในอินโดนีเซียไทยและตุรกี ขณะเดียวกันก็มั่นใจว่าโรงงานในสหรัฐฯ ของบริษัทฯ จะมีประสิทธิภาพการผลิตที่ดีที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...