โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวสวยกับอาชีพเลี้ยงวัว ลูกผสมปล่อยป่า ตัวผู้จับขุน มีกว่า 300 ไร่ ที่ต้องดูแล

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 12 พ.ค. 2563 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2563 เวลา 11.00 น.

สวัสดีครับ เปิดหัวบทความของผมในฉบับนี้ ขอน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาให้ทราบกัน

“…เมืองไทยนี้ต้องพึ่งเกษตรกรเป็นสำคัญ เพราะว่าเกษตรกรเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศและต้องยึดอาชีพนี้มาและไม่ใช่เพราะเหตุนั่นเท่านั้นเอง แต่ว่าประเทศหนึ่งประเทศใดจะอยู่ได้ก็เพราะว่ามีกสิกรรม การประกอบอาชีพ ในด้านผลิตผลที่ได้จากธรรมชาติ ทั้งในด้านที่จะเป็นการปลูกข้าว ปลูกพืชไร่ ปลูกผลไม้ หรือทำมาหากินในด้านปศุสัตว์หรือประมง…”

พระราชดำรัสในโอกาสที่คณะกรรมการสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมง และสมาชิกผู้รับนมสดเข้าเฝ้าฯ ณ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2530

พระองค์ท่านมีพระราชดำรัสถึงการเกษตรในประเทศเราอยู่เสมอ ควรแล้วที่พวกเราชาวเกษตรในสาขาต่างๆ ควรเอาใจใส่ รักและให้ความสำคัญในอาชีพของตนเอง เหมือนกับเจ้าของฟาร์มสาวสวยที่ผมนำเสนอในฉบับนี้ ไปพบกับเธอเลยครับ

 

สาวสวยกับอาชีพเลี้ยงวัว มีกว่า 300 ไร่ ที่ต้องดูแล

พาท่านมาที่ บ้านเลขที่ 107 หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งกระเชาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ไปพบกับ คุณนิตยา จันทะโพธิ์ หรือคุณนิด

คุณนิตยา เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า “นิดเรียนจบสาขาอุตสาหกรรมเกษตร มาจากมหาวิทยาลัยนเรศวร แต่ตอนนี้หันมาจับงานที่บ้านที่ทำต่อเนื่องกันมากว่า 35 ปีแล้ว ก็คือการเลี้ยงวัวเนื้อ จริงๆ การเลี้ยงวัวของที่บ้านเริ่มมาจากสมัยปู่ให้วัวพ่อมา 9 ตัว­ แล้วก็มีการเลี้ยงต่อเ­นื่องจนทุกวันนี้ รวมก็ประมาณ 35 ปี ตอนนี้นิดก็มาทำเอง เลี้ยงเอง โดยมีพ่อ­แม่เป็นพี่เลี้ยงให้ม­า 4 ปีแล้วค่ะ”

ในฟาร์มของคุณนิตยามีพื้นที่ให้ดูแลถึง 300 ไร่ “พื้นที่ของเราเองทั้งหมดประมาณ 300 ไร่ แบ่งเป็นแปลงปลูกหญ้าเนเปียร์­ 10 ไร่ แปลงหญ้าธรรมชาติ 50 ไร่ และมีแปลงปลูกหญ้ารูซี่อีก 240 ไร่ นอกจากนั้น ก็จะมีบ้านพัก คอกวัว ของเราด้วย”

ทำทั้งต้นน้ำสร้างลูกผสม และกลางน้ำวัวขุน

คุณนิตยา เล่าต่อไปว่า เธอเลี้ยงวัวทั้งแบบต้นน้ำโดยมีฝูงแม่วัวเพื่อผลิตวัวลูกผสม และทำกลางน้ำโดยใช้ลูกวัวตัวผู้ที่มีเข้าขุน “ตอนนี้มีวัวทั้งหมด 130 ตัว แบ่งเป็น วัวขุนตัวผู้อายุ 2-3 ปี มีอยู่ 20 ตัว วัวตัวผู้ที่เป็นวัวหนุ่มเลี้ยงไว้ก่­อนเข้าขุนอายุ 1 ปีกว่า อีก 20 ตัว มีวัวพ่อพันธุ์บรามันห์เลือดสูงประมาณ 75% 1 ตัว พ่อพันธุ์ชาโรเลส์เลือดสูงประมาณ 75% อยู่ 2 ตัว มีฝูงแม่วัวท้องพร้อมมีลูกอยู่­ 49 ตัว วัวสาว 20 ตัว และสุดท้ายมีลูกวัวเพิ่งคลอดหรืออ­ายุน้อย 3-4 เดือน อีก 18 ตัว วัวทั้งหมดมี 2 สายพันธุ์คือ เ­ป็นวัวลูกผสมอเมริกันบรา­มันห์กับลูกผสมชาโรเลส์ เราทำทั้งต้นน้ำและกลางน้ำค่ะ วัวฝูงแม่พันธุ์ของเราจะปล่อยให้พ่อพันธุ์คุมฝูง ลูกวัวที่ได้หากเป็นตัวผู้เราจะเก็บไว้เพื่อให้ได้อายุแล้วเอาเข้าขุน หรือบางส่วนอาจจะคัดขายออกไป ส่วนวัวตัวเมียเราจะเก็บไว้ทำแม่พันธุ์”

 

เลี้ยงฝูงแม่พันธุ์ปล่อยเข้าป่า

เนื่องจากพื้นที่ที่จังหวัดตากนั้นส่วนใหญ่จะมีสภาพเป็นป่าเต็งรังซึ่งพอมีหญ้าธรรมชาติให้วัวได้หากินได้ คุณนิตยาจึงใช้ประโยชน์จากหญ้าธรรมชาติในป่าเหล่านั้น “ลักษณะการเลี้ยงวัวของเราจะปล่อยวัวแม่พันธุ์ของเราออกไปทั้งฝูงให้ออกไปหากินหญ้าธรรมชาติในป่าโดยมีวัวพ่อพันธุ์คอยคุมฝูง ในช่วงหน้าฝนแม่วัว วัวสาว และลูกวัว จะได้เข้ามากินอาหารที่ฟาร์มเป็นบา­งครั้งประมาณ 1-2 เดือนครั้ง ในช่วงเดือนสิงหาคมกับกันยายน นอกนั้นจะปล่อยให้หากินอยู่ในป่า และจะต้อนให้เข้ามากินอาหารที่ฟาร์มอีกทีช่วงปลายเดือนธันว­าคม หลังจากนั้น จะปล่อยให้ออกหากินในป่าอีกช่วงกุม­ภาพันธ์ไปจนถึงพฤษภาคม แต่จะมีก­ารต้อนฝูงวัวกลับเข้าฟาร์มเป็นบ­างเวลาเพราะป่ายังอุด­มสมบูรณ์ ในเวลาที่ต้อนวัวฝูงกลับมาที่ฟาร์มก็จะมีการตัดหญ้ามาให้กิน วิธีการเลี้ยงแบบนี้ทำให้เราสามารถเก็บหญ้าในฟาร์มไว้ให้แม่วัวที่มีลูกเล็กและเก็บหญ้าไว้ใช้ในกร­ณีฉุกเฉิน เช่น ตอนที่ไม่มีเวลาดูแลวัว ตอนเรายุ่งๆ หรือตอนที่แล้งๆ มากจนหญ้าธรรมชาติหายาก” คุณนิตยา เล่ารายละเอียด

ปัญหาจากการเลี้ยงวัวฝูงปล่อยป่าแบบนี้ คุณนิตยา บอกว่า “ปัญหาจากการเลี้ยงวัวฝูงปล่อยป่าก็มีอยู่บ้าง อย่างกรณีที่วัวเข้าป่าการ­ดูแลอาจไม่ทั่วถึง ในกรณีที่วัวป่วยเราอาจจะไม่รู้ พอรู้ก็อาจจะช้าไป หรือปัญหาในบางปีถ้าแล้งจัดแหล่ง­น้ำที่เรามีบางครั้งจะไม่พอ­ ต้องมีการย้ายวัวไปกิ­นที่สระสาธารณะบ้าง แต่ปัญหานี้จะน้อยมาก ส่วนปัญหาที่วัวอาจจะไปรุกล้ำที่คนอื่นหรือไปกินพืชปลูกของชาวบ้าน ที่ผ่านมาไม่มีปัญหานี้เพราะพื้นที่ที่มีเจ้าของส่วนใหญ่จะมีการกั้นรั้วเอาไว้ วัวของเราเข้าไปสร้างความเดือดร้อนไม่ได้ สรุปคือเลี้ยงวัวแบบนี้ปัญหาน้อยค่ะ” คุณนิตยา สรุปให้ฟัง

 

ตัวผู้เข้าขุนด้วยหญ้า

การจัดการวัวในฝูงนั้น คุณนิตยา เล่าว่า “แม่วัวจะคัดขายเป็นบา­งครั้งในกรณีที่วัวอา­ยุมาก วัวพฤติกรรมไม่ดี เช่น ชอบโดดรั้ว หรือวัวที่ไม่ยอมอยู่­ติดฝูงเราจะคัดขาย ส่วนวัวตัวผู้อายุน้อยหลังอดนมเราจะแยกออกมาจากฝูงเพื่อเตรียมเอาไว้เข้าขุนเอง แต่บางครั้งก็จะแ­บ่งขายวัวหนุ่มเหล่านี้ออกไปบ้าง วัวตัวผู้หนุ่มที่เตรียมขุนเราจะปล่อยให้หากินในฟาร์มที่มีแปลงห­ญ้าให้กินตลอดทั้งปี ไม่ได้ป­ล่อยป่าและไม่ต้องตัด­เนเปียร์ให้กิน ปล่อยให้เดินแทะเล็มกินตลอดวัน จะมีอาหารข้นเสริมบ้างนิดหน่อย”

คุณนิตยา บอกว่า การขุนวัวจะขุนด้วยหญ้าเป็นหลัก “ในส่วนวัวขุนเราจะตัดเนเปี­ยร์ให้กิน ไม่ได้ปล่อย เราจะเอาวัวอายุ 1 ปีกว่าๆ จนถึง 2 ปีเข้าขุน และจะใช้เวลาขุนจนอายุ 3 ปี จะขุนเป็นรุ่นๆ ไป รุ่นละ 20 ตัว โดยตัดเนเปียร์มาให้ หญ้าเนเปียร์ 1 ไร่ ตัดและช็อปแล้วสามารถขุนวัวได้ 5-7 ตัว เรามีแปลงปลูกเนเปียร์อยู่ 10 ไร่ จึงสามารถขุนวัว 10 ตัวได้สบายๆ ส่วนการจับวัวขุนออกขายเราจะจับขายเป็นรุ่นๆ ไป โดยจะขุนให้ได้น้ำหนัก 500 กิโลกรัมขึ้นไป เป็นวัวใหญ่ สำหรับอาหารข้นวัวขุนเราจะให้ในช่วงก่อนจับขาย 3 เดือน เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้เร็วขึ้น ที่ผ่านมาเราจะเน้นขายวัวขุนเป็นหลัก ส่วนผู้ซื้อขึ้นอยู่กับราคาว่า­ใครให้ราคาดี ที่ผ่านมาก็มีทั้งพ่อ­ค้าคนกลาง พ่อค้าเวียดนาม และจีนเข้ามาติดต่ออยู่ตลอด” คุณนิตยา อธิบายเทคนิคขุนวัวให้ฟัง

ขายพันธุ์หญ้า

นอกจากธุรกิจวัวเนื้อแล้ว คุณนิตยายังมีพันธุ์หญ้าเอาไว้จำหน่ายด้วย

“เรามีแปลงหญ้าพันธุ์รูซี่ในพื้นที่กว่า 200 ไร่ ทุกปีเราจะเก็บเมล็ดพันธุ์หญ้ารูซี่เอาไว้เพื่อขายให้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจในราคาย่อมเยา หญ้ารูซี่ของเราไม่ได้ปล่อยให้วัวเข้าไปกินจึงสามารถอยู่ได้นาน เราปลูกครั้งเดียวก็สามารถเก็บเกี่ยวทั้งหญ้าและเมล็ดพันธุ์ได้เป็น 10 ปี เราจะผลิตเมล็ดพันธุ์ใหม่ทุกปี ปีละหลายสิบตัน ไม่ใช้เมล็ดพันธุ์เก่ามาจำหน่ายเพื่อให้คนซื้อมั่นใจเรื่องพันธุ์และเปอร์เซ็นต์การงอก นอกจากนั้น เรายังมีพันธุ์หญ้าเนเปียร์เอาไว้จำหน่ายอีกด้วย” คุณนิตยา เล่าให้ฟัง

 แผนในอนาคต

คุณนิตยา เล่าว่า “อนาคตเราก็ยังเน้นขายวัวขุนและวัวหนุ่ม ตั้งใจจะปรับปรุงสายพัน­ธุ์วัวไปเรื่อยๆ เพราะตามประสบการณ์วัวลูกผสม­บรามันห์และลูกผสมชาโรเลส์จะเลี้ยงง่าย โตเร็ว ทนต่อสภาพอากาศ ไม่เจ็บไม่ป่วย เรื่องการตลาดก็ไปได้ดี ผู้ซื้อ­ไม่ปฏิเสธ แต่การเลี้ยงวัวลูกผสมชาโรเลส์ในพื้นที่พบปัญหาอยู่บ้างในเรื่องอากาศร้อน วัวลูกผสมชาโรเลส์ที่มีเลือดสูงจะอยู่ยาก มันจะหาแหล่งน้ำแล้วลงไปแช่ หรือหากร้อนมากๆ มันจะออกอาการดุ ในพื้นที่ปีที่แล้วมีคนเลี้ยงวัวลูกผสมชาโรเลส์โดนขวิดตายก็เป็นเรื่องที่น่ากลัวพอสมควร แต่วัวลูกผสมชาโรเลส์มีข้อดีคือ โตเร็ว ราคาดี ตรงนี้ก็อาจจะต้องคุยกันว่าจะรักษาระดับสายเลือดชาโรเลส์เอาไว้เท่าไรดี เพราะหากทำเป็นวัวชาเบรย์ก็อาจจะมีเลือดชาโรเลส์สูงไปจนเป็นปัญหา”

ส่วนธุรกิจนั้นยังไปได้ดีทั้งวัวเนื้อและพันธุ์หญ้า “เราทำฟาร์มแบบไม่จ้างแรงงาน เราทำกันเองทุกอย่างทั้งปลูกหญ้า เกี่ยวหญ้า เก็บเมล็ดพันธุ์ ดูแลวัว เราจึงไม่มีต้นทุนการจ้างแรงงาน หากราคาวัวยังยืนอยู่ระดับนี้เราก็ยังประคองตัวอยู่ได้ ในช่วงที่วัวราคาถูกเราก็ยังมีกำลังที่จะซื้อหาวัวมาเข้าฝูง หากเจอวัวหุ่นดี สายเลือดดีก็ซื้อเข้ามา” คุณนิตยา สรุปปิดท้าย

คุณนิตยา ยังฝากบอกว่า ที่ฟาร์มมีวัวหนุ่มขาย แต่ใครสนใจอยากซื้อวัวคงต้องติดต่อนัดวันกันล่วงหน้าครับ ใครสนใจอยากสอบถาม อยากซื้อวัว หรือเมล็ดพันธุ์หญ้า ติดต่อคุณนิตยามาได้ที่ โทร. (087) 985-1081 ฉบับนี้หมดพื้นที่แล้ว ขอลากันไปก่อน สวัสดีครับ

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน, มติชนสุดสัปดาห์ และศิลปวัฒนธรรม ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...