โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'หม้อน้ำร้อน' ลวกช้อนใน 'ศูนย์อาหาร' ฆ่าเชื้อโรคไม่ได้!

กรุงเทพธุรกิจ

เผยแพร่ 24 ก.พ. 2563 เวลา 18.00 น.

เกิดกระแสตื่นตัวด้านสุขภาพในโลกโซเชียลอีกครั้งกับกรณี "หม้อน้ำร้อน" ตาม "ศูนย์อาหาร" ที่ใช้สำหรับลวกช้อนส้อมเพื่อฆ่าเชื้อโรคนั้น จริงๆ แล้วส่วนใหญ่ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้จริง ซึ่งข้อมูลนี้จริงๆ มีการพูดถึงกันมา 2-3 ปีแล้ว แต่ที่มีการนำมาพูดถึงอีกครั้งอาจเป็นเพราะทั่วโลกกำลังเผชิญกับการระบาดของ "โควิด-19" หรือโรคจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่อยู่ในขณะนี้ รวมถึงประเทศไทยด้วย

ประเด็นดังกล่าวได้รับการยืนยันทั้งจากกรมอนามัยและจากเพจดัง "อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์" ว่าหากไปรับประทานอาหารใน "ศูนย์อาหาร" ต่างๆ แล้วได้นำช้อนส้อมไปลวกในหม้อน้ำร้อนตามศูนย์อาหาร ทำให้มีโอกาสติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้นั้น เป็นความจริง!!

กรมอนามัยระบุว่า น้ำร้อนในหม้อตามศูนย์อาหารส่วนใหญ่อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียสเท่านั้น ซึ่งเป็นความร้อนที่ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ ทั้งเชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย แถมการที่ทางศูนย์อาหารต้มน้ำไว้ทั้งวันยิ่งจะเป็นการเพิ่มจำนวนชื้อโรคให้มากขึ้นไปอีก หากผู้บริโภคนำช้อนส้อมไปจุ่มในหม้อน้ำร้อนก็เท่ากับผู้บริโภคได้รับเชื้อโรคเหล่านั้นที่ติดตามช้อนส้อมไปด้วย

โดยเชื้อโรคนั้นอาจจะเข้าไปในระบบทางเดินอาหารกลายเป็นโรคท้องร่วงได้ นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่ระบุว่า ปัจจุบันตามศูนย์การค้าหลายแห่งมีการติดตั้งเทอโมมิเตอร์เพื่อควบคุมอุณหภูมิของน้ำให้สูงอยู่ตลอด และเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการ ซึ่งการตั้งหม้อน้ำร้อนในศูนย์​อาหารสำหรับลวกช้อนส้อมที่ถูกต้อง และสามารถฆ่าเชื้อได้จริงนั้น ต้องตั้งอุณภูมิน้ำร้อนให้สูงถึง 80-90 องศาเซลเซียส และผู้บริโภคต้องลวกช้อนส้อมนานถึง 4 นาที จึงจะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้

158254626818

ด้านรศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก "อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์" ก็ออกมายืนยันในประเด็นดังกล่าวด้วยเช่นกันว่า การจุ่มช้อนส้อมในหม้อน้ำร้อนตามศูนย์การค้าไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้

158254621737

ส่วนการแก้ไขเกี่ยวกับประเด็นนี้ แนะนำให้ผู้บริโภคพกช้อนส้อมส่วนตัวในการรับประทานอาหารในศูนย์อาหารสาธารณะ หรือหากไม่สะดวกพกช้อนส้อมส่วนตัว แนะนำว่าเวลาไปหยิบช้อนส้อมส่วนกลางตามศูนย์อาหารก็ไม่ควรนำไปจุ่มในหม้อน้ำร้อน เปลี่ยนมาใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชู่สะอาดเช็ดช้อนส้อมแทนจะดีกว่า และอย่าลืมหลักการดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างการ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" ที่ควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัดทุกวัน

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหนะนำโรค ระบุถึงการใช้ความร้อนในการฆ่าเชื้อไวรัสและเชื้อโรคอื่นๆ ไว้ว่า การทำลายเชื้อไวรัสนั้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้ความร้อน, การใช้แสงอัลตร้าไวโอเลต (UV), การใช้สารเคมี เป็นต้น ซึ่งการใช้ความร้อนน่าจะเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดในการฆ่าเชื้อโรคกับของใช้ในชีวิตประจำวัน

158254626821

เมื่อเชื้อไวรัสอยู่ภายนอกร่างกายของโฮสต์ หรือเชื้อล่องลอยอยู่ในอากาศมักจะค่อยๆ ตายไปเอง ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นกับสภาวะแวดล้อม ได้แก่ อุณหภูมิ ความชื้น สภาพอากาศถ่ายเท ฯลฯ แต่การทำลายเชื้อไวรัสที่ปนเปื้อนอยู่ในเลือด สารคัดหลั่ง และสิ่งขับถ่ายต่างๆ ของผู้ป่วย จำเป็นต้องมีวิธีการมาตรฐานเพื่อให้ได้ผลแน่นอนและรวดเร็ว มิฉะนั้นเชื้อจะแพร่กระจายไปก่อการติดเชื้อแก่ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องและผู้ใกล้ชิด

สำหรับการใช้ความร้อนในการฆ่าเชื้อโรคสำหรับข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันนั้น โดยทั่วไปการใช้ความร้อน 50-60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที จะฆ่าไวรัสส่วนใหญ่ได้ ยกเว้นเชื้อไวรัสที่ทนทานเป็นพิเศษ เช่น rhinovirus, enterovirus, ไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น แต่ถ้าต้มในน้ำเดือด 100 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20-30 นาที จะสามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ทั้งหมดทุกประเภท

แต่ถ้าต้องการประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและต้องการฆ่าเชื้อทุกชนิดให้หมดอย่างสมบูรณ์รวมทั้งสปอร์ของแบคทีเรียด้วย ต้องใช้วิธี autoclave คือ การนึ่งด้วยไอน้ำที่ความดัน 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ใช้อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียส ซึ่งจะฆ่าเชื้อได้ทั้งหมดภายใน 15 นาที

158254626840

----------------------------

อ้างอิง :

https://www.facebook.com/OhISeebyAjarnJess/

https://administer.pi.ac.th/uploads/eresearcher/upload_doc/2016/academic/1469514734383889004314.pdf

ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค

http://www.healthcarethai.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%84/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...