การผลิตน้ำหมักไคโตซานจากปูนาบำรุงข้าวแตกกอ
รักบ้านเกิด
อัพเดต 23 มี.ค. 2563 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 23 มี.ค. 2563 เวลา 05.55 น. • รักบ้านเกิด.คอมสารไคตินเป็นสารตั้งต้นในการผลิตไคโตซานที่ได้จากเปลือกกุ้ง เปลือกปู ปัจจุบันได้มีการผลิตมาในรูปแบบของปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่รู้จักกันในนามสารไคโตซาน ที่จำหน่ายกันในราคาสูง ในขณะที่ ปูนา ซึ่งเป็นสัตว์ที่หาง่ายในท้องถิ่นก็มีปริมาณสารไคตินที่เป็นประโยชน์ต่อพืชเช่นกัน เกษตรกรสามารถนำมาผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพในรูปแบบของ สารไคโตซาน สำหรับบำรุงข้าวด้วยต้นทุนต่ำ
ด้วยแนวคิดจากการผลิตสารไคโตซานที่ได้จากการสกัดเปลือกกุ้ง กระดองปู และกระดองหมึก เพื่อนำมาเสริมความแข็งแรงให้กับต้นข้าว สร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ข้าวถูกทำลายจากแมลงศัตรูข้าวได้ง่าย และช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของข้าว ให้ข้าวแตกกอดี จากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลการเกษตรของ จนท.Farmer Info. ประจำสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีโอกาสร่วมพูดคุย กับนายเลื่อน สามารถ หรือ กำนันเลื่อน วัย 58 ปี กำนันและหมอดินอาสาประจำตำบลดินแดง อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ แกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปลอดสารพิษในอำเภอ ก่อตั้งกลุ่มผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ ภายใต้การส่งเสริมของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนาอำเภอไพรบึง ปัจจุบันได้นำเอาความรู้ต่างๆมาเผยแพร่ และส่งเสริมให้เกษตรกรในชุมชนให้หันมาลดต้นทุนการผลิต ด้วยการทำเกษตรในรูปแบบอินทรีย์ กำนันเลื่อน ได้แนะนำวิธีการผลิตสารไคโตซานด้วยวิธีการง่ายๆ โดยนำปูนาที่หาได้ในท้องนา มาหมักเป็นน้ำหมักชีวภาพด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ซึ่งน้ำหมักสูตรดังกล่าวมีประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่าสารไคโตซานที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป โดยมีขั้นตอน และวิธีการทำที่ไม่ยุ่งยาก ดังนี้
วัตถุดิบในการผลิต :
- ปูนา 10 กิโลกรัม
- กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม
- สารเร่ง พด.2(จากกรมพัฒนาที่ดิน) จำนวน 1 ซอง
- น้ำสะอาด 20 ลิตร
- ถังพลาสติกทึบ 1 ใบ
ขั้นตอนและวิธีการทำ : - ทุบ หรือแกะกระดองปูออกจากลำตัวใส่ลงในถังหมักที่เตรียมไว้ จากนั้นเทกากน้ำตาลลงไปผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
- ละลายสารเร่ง พด.2 (จากกรมพัฒนาที่ดิน) จำนวน 1 ซอง กับน้ำสะอาด 10 ลิตร คนละลายให้เข้ากันนาน 5 นาที แล้วใส่เติมลงไปในถังหมัก คลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง
- เติมน้ำสะอาดที่เหลืออีก 10 ลิตร ลงไปให้ท่วมวัตถุดิบในถังหมัก จากนั้นคนวัตถุดิบทั้งหมดคลุกเคล้าให้เข้าเป็นขั้นตอนสุดท้าย แล้วปิดฝาถังหมักไม่ต้องสนิท หมักทิ้งไว้ในที่ร่ม อย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป จะได้สารไคโตซานที่เป็นประโยชน์ต่อต้นข้าว
การนำไปใช้งานและประโยชน์ :
- ใช้ผ้าขาวบางกรองเอาเฉพาะน้ำหมัก ผสมกับน้ำสะอาด อัตราส่วนน้ำหมัก 20 ซี.ซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร(1 ปี๊บ) ฉีดพ่นทางใบในนาข้าวช่วงเช้าหรือเย็น ภายหลังจากปักดำหรือหว่านข้าว 15-20 วัน หรือช่วงที่ข้าวตั้งต้นแล้ว โดยทำการฉีดพ่นทุกๆ 10-15 วัน จะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของข้าว กระตุ้นให้ข้าวแตกกอดี เสริมความแข็งแรงให้กับต้นข้าวเพื่อป้องกันการเข้าทำลายของโรค-แมลงศัตรูข้าว
หมายเหตุ : หยุดใช้น้ำหมักฉีดพ่นก่อนข้าวออกรวง 30 วัน เพื่อให้ข้าวมีความพร้อมสำหรับการผสมเกสรต่อไป
เรียบเรียงโดย : อภัย นามเพ็ง เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.อุบลราชธานี.