โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมป่าไม้ชี้แจงเหตุดำเนินคดีเหมืองทองอัครา

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 02 ต.ค. 2563 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 04.29 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ  16 ต.ค. – กรมป่าไม้ชี้แจงเหตุดำเนินคดีเหมืองทองอัครา ยืนยันไม่กระทบการพิจารณาคดีตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการกับรัฐบาลไทย

นายอดิศร นุชดำรง อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)  และศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) ร่วมกันขยายผลตรวจสอบเหมืองทองของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) กรณีการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 ของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) จ.พิจิตร และเพชรบูรณ์ โดยตรวจสอบพบการบุกรุกพื้นที่ครอบครองการทำประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตและทำลายทางสาธารณะประโยชน์ของประเทศที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันในรายของบริษัท อัครา จำนวน 15 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 73 ไร่ ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือเป็นการนำไปต่อสู้คดีความที่มีการฟ้องร้องระหว่างบริษัทแม่กับรัฐบาลไทย

ด้าน พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. กล่าวว่า คดีดังกล่าวกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เคยรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีบริษัทอัครารีซอร์สเซส และผู้เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ทางหลวง พร้อมส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการอนุญาตให้บริษัทอัคราไมนิ่ง เปลี่ยนแปลงผังโครงการเหมืองแร่โดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชน ซึ่งมีการชี้มูลไปแล้วเมื่อปี 2559

สำหรับ 15 คดีใหม่ครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับคดีเดิม ดังนั้น บก.ปทส.จะเสนอ บช.ก. ตั้งคณะทำงานสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งการดำเนินคดีเป็นไปตามพยานหลักฐานที่กรมป่าไม้รวบรวมหลักฐานซึ่งพิสูจน์ความผิดจริง เนื่องจากมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนและแจ้งความไว้ก่อนแล้ว หลังจากนี้ต้องดูว่า เหมืองแร่จะมีข้อโต้แย้งใดอีกบ้าง ตำรวจพร้อมให้มาชี้แจง ยืนยันไม่มีผลกับการพิจารณาคดีตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการกับรัฐบาลไทย

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ที่ปรึกษาชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า ปี 2559 คสช.มีคำสั่งให้เหมืองหยุดกิจการเพื่อปรับปรุงข้อผิดพลาดจากเรื่องสิ่งแวดล้อม สาธารณสุขและชีวอนามัย ไม่ใช่สั่งปิดกิจการ ซึ่งแต่ปี 2560 ได้ประสานการปฏิบัติภารกิจหลายหน่วย พบการขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้โดยไม่ถูกต้อง ประกอบกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันได้ว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

ล่าสุดจากการลงพื้นที่ตรวจสอบประกอบการรวบรวมพยานหลักฐานพบการกระทำผิดเกี่ยวกับที่ดินของบริษัทฯ รวมพื้นที่ 15 แปลง ใน 3 จังหวัด แบ่งเป็นการแปลงประทานบัตร อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร บุกรุกผืนป่ารวม 35 ไร่, แปลงประทานบัตร อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ 16 ไร่, บ่อกักโลหะกรรมที่ 1 พื้นที่บ้านวังทรายพูนใน บุกรุกป่า 4 ไร่ บ่อกักโลหะกรรมที่ 2 พื้นที่เดียวกัน บุกรุกป่า 3 ไร่ เป็นการกระทำผิด 3 ประการ คือ ทำลายถนน ทางสาธารณะที่ไม่ได้ขอใช้ประโยชน์กับกรมป่าไม้ ทำเหมืองแร่ออกนอกพื้นที่ได้รับอนุญาต นำพื้นที่ที่อนุญาตใช้ประโยชน์ไปออกเอกสารสิทธิ์ จึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับ บก.ปทส.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...