โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

สงสัยไหมว่าชาที่เราดื่มกันนั้นมีกี่ประเภท??

INN News

เผยแพร่ 27 ม.ค. 2564 เวลา 02.40 น. • Innnews

          ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ร้อยกี่พันปี การดื่ม ชา นั้นก็ได้รับความนิยมอยู่ทุกยุคทุกสมัย หลายๆคงจะชื่นชอบการดื่ม ชา กัน ไม่ว่าจะเป็นชาเย็น ชานมเย็น ชาเขียว ชาดำ ชาอู่หลง และอีกหลายชาสารพัดรูปแบบอีกมากมาย แต่หลายคนอาจะไม่รู้ว่าจุดกำเนิดของชานั้นมันมีกี่ประเภท และเขาใช้หลักเกณฑ์อะไรในการแบ่งกัน ไปดูพร้อมๆกันเลย 

          ประเภทของชา 

          ประเภทของชานั้นแบ่งได้หลากหลายรูปแบบมากๆ เพื่อความเข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน เราจึงแบ่งชาเป็น 6 ประเภทใหญ่ๆให้ทุกคนได้รู้จักกัน 

  • ชาเขียว (Green Tea)

          ชาเขียวเป็นชาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ชาเขียวเก็บมาจากยอดอ่อนของชา โดยการนำไปอบแห้งทันที ไม่ผ่านการหมัก เพื่อไม่ให้ใบชาเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันกับออกซิเจน ทำให้ได้ใบชาที่ยังมีสีเขียว มีรสชาติ สี และกลิ่นที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด สรรพคุณชาเขียวมีคุณสมบัติต้านทานโรคได้หลายชนิด ประโยชน์ของชาเขียวนั้นสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ ช่วยพัฒนาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งยังลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานอีกด้วย

  • ชาดำ (Black Tea)

          ชาดำ เป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักอย่างสมบูรณ์ด้วยวิธีการบ่มเพาะอาศัยแบคทีเรียเป็นตัวทำปฏิกิริยา หากยิ่งบ่มนานยิ่งได้รสชาติมากขึ้น สรรพคุณชาดำโดดเด่นในเรื่องช่วยการย่อยอาหาร ลดคอเลสเตอรอล และลดการดูดซึมไขมันในลำไส้ ชาดำที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หลายคนคงได้ยินชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ชาซีลอน ชาอัสสัม ชาดาจีลิ่ง ซึ่งมีแหล่งผลิตในประเทศศรีลังกาและประเทศอินเดียตามชื่อชานั่นเอง นอกจากนี้ยังนิยมนำมาผสมแต่งกลิ่นเป็นรสชาติใหม่ๆ 

  • ชาขาว (White Tea)

          ชาขาว เป็นชาที่มีราคาค่อนข้างแพง เพราะเก็บเกี่ยวได้ปีล่ะสองครั้งเท่านั้นเอง หลังจากเก็บเกี่ยวนั้นต้องรีบนำมาตากแดดให้แห้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นวิธีแบบดั้งเดิม โดยไม่ผ่านการหมักบ่ม กลิ่นและรสชาติของชาขาวนั้นมีความสดชื่นและนุ่มนวล ชาขาวจึงเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้ นั่นเป็นเพราะว่าชาขาวมีสารโพลีฟีนอลที่ช่วยปรับปรุงหลอดเลือดให้สามารถไหลเวียนได้ดี

  • ชาอู่หลง (Oolong Tea)

          เป็นชาที่ผ่านกระบวนการหมักแบบกึ่งหมัก โดยการนำยอดอ่อนของชามานวดให้ผิวช้ำเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นสารแทนนินให้ออกมามากขึ้น ผู้คนจึงนิยมดื่มชาประเภทนี้หลังจากทานอาหารเพื่อแก้เลี่ยน และยังช่วยล้างชำระล้างเชื้อโรค สิ่งสกปรกในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้อีกด้วย ใครที่อยากลดน้ำหนัก ชาอู่หลงก็คงเป็นตัวเลือกแรกๆที่หลายคนเลือกดื่ม เพราะคุณสมบัติเด่นๆคือการช่วยดักจับไขมัน และควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากชาอู่หลงมีสารชนิดพิเศษที่เรียกว่า OTTPS ซึ่งเป็นสารที่เกิดขึ้นจากการหมักใบชา มีส่วนช่วยลดการดูดซึมไขมันของร่างกาย และ เร่งการเผาผลลาญ

  • ชาอโรม่า หรือชาแต่งกลิ่น (Aromatic Tea, Flavored Tea)

          ชาอโรม่าก็คือ ชาที่นำผลิตภัณฑ์มาใส่ให้มีกลิ่นหอม เช่น ลาเวนเดอร์ อบเชย(ชินนามอน) เปลือกส้ม นำมาผสมกับใบชาต่างๆอาจจะเป็นชาดำ ชาขาว หรือชาเขียวก็ได้ ชาชนิดนี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระคล้ายกับในชาชนิดอื่นๆ เรียกได้ว่าเป็นเป็นชาสูตรใหม่ที่นำชาดำมาแต่งกลิ่นด้วยผลไม้หรือดอกไม้ จึงให้รสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมเฉพาะตัว เพื่อให้รสชาติถูกปากมากขึ้น

  • ชาสมุนไพร (Herbal Tea)

          ชาสมุนไพรนั้นจริงๆแล้วไม่ใช่ชา หลายคนต้องเข้าใจผิดกันแน่ๆ เพราะชาสมุนไพรทำมาจากสมุนไพร ผลไม้ ดอกไม้ และสมุนไพรตากแห้ง แต่เราก็ยังเรียกว่าชา เพราะวิธีการชงนั้นเหมือนกับการชงชาทั่วๆไปนั่นเอง ชาชนิดนี้ไม่มีคาเฟอีน แต่ไม่แนะนำให้ดื่มชาสมุนไพรยี่ห้อที่อ้างสรรพคุณว่าช่วยลดน้ำหนัก เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะเจอชาที่ผสมยาระบายที่อาจเป็นพิษต่อร่างกายของเราได้

          และนี่ก็คือการแยกประเภทของชาที่ไม่ซับซ้อน เห็นไหมล่ะว่าการดื่มชานั้นให้ประโยชน์แก่ร่างกาย ที่สำคัญเวลาชงชาหรือดื่มชาไม่ควรเติมความหวานลงไป เพราะอาจทำให้สรรพคุณในชาลดลงได้

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...