โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหภาพ-ลูกจ้างโรงงานยางรถยนต์ ปักหลักเรียกร้องความเป็นธรรม ยัน ไม่มีใครเชื่อว่าปิดเพราะพิษ ศก.

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ธ.ค. 2562 เวลา 07.08 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2562 เวลา 07.08 น.

สืบเนื่อง บริษัท พงศ์พาราโคดันรับเบอร์ จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 402 หมู่ 2 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ประกาศปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงานอย่างกะทันหันเมื่อวานนี้ (23 ธ.ค. 62) ด้วยเหตุผลว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องปิดกิจการอันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางธุรกิจ โดยจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายให้แก่แรงงานทุกคน ซึ่งการปิดกิจการบริษัทนี้ให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป จนส่งผลทำให้พนักงานหรือลูกจ้างของบริษัท จำนวน 997 คน ต้องตกงานแบบฟ้าผ่า แล้วก็นำไปสู่การรวมตัวที่สหภาพแรงงานผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไทย ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 26/12 หมู่ 3 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เพื่อเรียกร้องคืนความเป็นธรรมให้แก่พนักงานหรือลูกจ้างทุกคนนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศด้านหน้าบริษัท พงศ์พาราโคดันรับเบอร์ เป็นไปอย่างเงียบเหงา เมื่อสอบถามพนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าประตู ได้รับการเปิดเผยว่า คนงานที่แต่งกายด้วยชุดสีอื่น ซึ่งไม่ใส่เสื้อสีน้ำเงิน หรือชุดพนักงาน บ.พงศ์พาราโคดันรับเบอร์ เนื่องจากเป็นคนงานบริษัทอื่นที่มาขอแบ่งเช่าพื้นที่ บ.พงศ์พาราโคดันรับเบอร์ ประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นอะไหล่ยางยนต์เหมือนกัน

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สำนักงานสหภาพแรงงานผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไทย ที่นี่มีพนักงานของ บ.พงศ์พาราโคดันรับเบอร์ มารวมตัวกันอยู่จำนวนมาก เพื่อรอรับฟังข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ ของทางบริษัทผ่านทางสหภาพแรงงานฯ อีกทั้งยังร่วมกันหาแนวทางขับเคลื่อนเรียกร้องคืนความเป็นธรรม และต้องการไขข้อข้องใจว่า การประกาศปิดกิจการครั้งนี้เป็นการปิดกิจการจริงหรือไม่ หรือเพียงแค่ปิดแล้วปลด เพื่อไปขอจดชื่อใหม่ ทำเหมือนเปิดโรงงานใหม่ทั้งที่ยังอยู่ในที่เดิม และรับคนงานใหม่ เพื่อจะได้เป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเรื่องค่าจ้างของทางบริษัท ทั้งนี้ หากเป็นจริงก็ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรมเป็นอย่างมากกับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างทั้ง 997 คน ส่วนเหตุที่ไม่เชื่อว่าโรงงานปิดกิจการเพราะพิษเศรษฐกิจนั้น ก็เพราะว่าทางผู้บริหารบริษัทเคยทำในลักษณะนี้กับโรงงานอีกแห่งหนึ่งมาแล้ว กล่าวคือ ปิดแล้วโละคนงานเก่าทั้งหมด จากนั้นก็ไปขอจดชื่อบริษัทใหม่ แล้วก็กลับมาเปิดใหม่อีกครั้งในที่เดิม พร้อมกับรับคนงานเข้ามาใหม่ด้วยอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ

นอกจากนี้ทางบริษัทยังมีผลกำไรทุกปี อีกทั้งยังมีการให้พนักงานทำงานล่วงเวลาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ทุกคนไม่เชื่อว่าบริษัทปิดกิจการเพราะแบกรับภาระในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำไม่ไหว

ผ้สื่อข่าวรายงานว่า นอกเหนืกจากจะมีพนักงานมารวมตัวกันที่สำนักงานสหภาพแรงงานฯ เพื่อแลกเปลี่ยนคววามคิดเห็นแล้ว ยังมีการจัดเลี้ยงอาหารแบบพอกินพออยู่ให้กับลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างทุกคนด้วย โดยการมารวมตัวกันนี้จะดำเนินต่อไปทุกวัน จนถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2562 ซึ่งในแต่ละวันจะสิ้นสุดการรวมตัวกันในเวลาประมาณ 16.00 น. ทั้งนี้ หลังจากวันที่ 26 ธันวาคมเป็นต้นไป พนักงานจะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ก่อนจะนัดหมายกันกลับมารวมตัวอีกครั้งหลังปีใหม่

นายสาคร ตะภา รองประธานสหภาพฯ (คนใส่เสื้อสีแดง) บอกว่า ทางสหภาพแรงงานฯและลูกจ้างทุกคนไม่มีใครเชื่อว่าบริษัทจะปิดกิจการด้วยเหตุผลพิษเศรษฐกิจ ซึ่งนับจากวันนี้ไป ทางสหภาพฯนอกจากจะคอยให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องชัดเจนแก่ลูกจ้างแล้ว ยังจะรอฟังด้วยว่าทางโรงงานจะมีการติดต่อเข้ามาอย่างไรบ้าง อีกทั้งยังจะหาคำตอบให้ได้ว่า เหตุผลที่แท้จริงของการปิดโรงงานคืออะไร เพื่อจะได้มีแนวทางในการขับเคลื่อนเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ลูกจ้างทั้งเกือบ 1,000 คนนี้ นอกจากนี้หลังปีใหม่แล้ว เมื่อทุกคนกลับมารวมกันอีกครั้งก็อาจจะมีการเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงแรงงานต่อไป

นายสว่าง เชียงรอด พนักงานที่ถูกเลิกจ้าง บอกว่า หลังถูกเลิกจ้างอย่างกะทันหัน นอกจากจะเกิดผลกระทบในเรื่องของการครองชีพแล้ว ยังมีผลกระทบต่อจิตใจของพนักงานทุกคนด้วย เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งในส่วนของตนมองว่า บริษัทเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และเหตุผลก็ไม่ใช่อย่างที่ปิดประกาศไว้  เพราะบริษัทมีผลประกอบการที่ได้กำไรทุกปี ดังนั้น จึงจะขอปักหลักร่วมกับพี่น้องแรงงานทุกคน ต่อสู้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม หรือนายจ้างเห็นใจให้ทุกคนกลับเข้าไปทำงานเหมือนเดิม

นางสาวสุพรรษา ปัญญาสิตร พนักงานหญิงที่ทำงานมา 8 ปี บอกว่า ตนมาทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว เมื่อต้องมาตกงานก็รู้สึกตกใจและยังไม่รู้ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ซึ่งก็รอแนวทางจากทางสหภาพแรงงานฯว่าจะมีแนวทางการขับเคลื่อนอย่างไร แต่ก็ยืนยันว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด เพราะเห็นว่าการเลิกจ้างครั้งนี้ไม่เป็นธรรมกับทุกคน ส่วนเหตุผลที่เลิกจ้างแบบยกคนงานทั้งบริษัทฯ ตนเชื่อว่ามาจากความต้องการที่จะล้มสหภาพแรงงานยานยนต์ฯ

“ในปีใหม่นี้ก็ตั้งใจจะซื้อข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้ากลับไปฝากพ่อแม่พี่น้องคนในครอบครัวที่อยู่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ แม้จะยังคงเดินทางกลับบ้านตามความตั้งใจเดิม แต่เรื่องของฝากก็คงต้องลดลงเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย” นางสาวสุพรรษากล่าวว

ด้านนางสาวสำเนียง สุขพิณ อายุ 54 ปี ทำงานกับบริษัทมานานถึง 24 ปี บอกว่า วันนี้ใจหายที่บริษัทมาเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ทุกวันนี้เงินเดือนที่ได้มาก็แทบจะไม่พอค่าใช้จ่าย ตนก็ต้องหารายได้เพิ่มด้วยการค้าขาย แต่พอมาถูกเลิกจ้างอีกยิ่งทำให้ตนรู้สึกชีวิตย่ำแย่ ซึ่งตนก็เชื่อว่าบริษัทไม่ได้ปิดกิจการด้วยเหตุผลที่กล่าวอ้างอย่างแน่นอน เพราะบริษัทนั้นให้พนักงานทำงานล่วงเวลาทุกวัน วันละ 3 ชั่วโมง ทำจนกระทั่งวันสุดท้ายก่อนที่จะมีการประกาศปิดกิจการ ดังนั้น จึงอยากให้นายจ้างกลับมาเห็นใจลูกจ้างทุกคน เพราะทุกคนนั้นก็ทำงานอยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...