โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปาน้ำแข็งใส่ทำของขึ้น ?

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2566 เวลา 16.47 น. • RS PCL
เปิดฉนวนฆ่าล็อกคอหนุ่มดับคาผับ ฉุนถูกปาน้ำแข็ง-เต้นชน ควักปืนยิงเผาขนดับ 2 ศพ

จากกรณีเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. เกิดเหตุยิงกันในผับแห่งหนึ่งย่านแปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พบผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งสองคนนี้เป็นเพื่อนกันโดยพบว่ารายที่หนึ่งคือ นายกฤษฎา หรือ เจมบอน โดยคนนี้น้องชายเพิ่งบวชได้เพียงแค่ 1 วัน อีกรายนายอดิศร หรือ เอ็ม ผู้เสียชีวิต

ล่าสุดตอนนี้ตำรวจได้ออกหมายจับกับผู้ก่อเหตุแล้วซึ่งผู้ก่อเหตุทราบชื่อต่อมาคือนายณัฐพล เทียมองอาจ หรือ นายโน๊ต เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว

ทีมข่าวช่อง 8 ยังได้หลักฐานจากทางญาติของผู้เสียชีวิตซึ่งเปิดเจอในโทรศัพท์มือถือของนายเอ็มผู้เสียชีวิตโดยลักษณะเป็นการถ่ายคลิปในวันที่ไปเที่ยวก่อนที่จะเกิดเหตุซึ่งเป็นบริการภายในร้านและเห็นผู้ก่อเหตุนั่งอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณที่กลุ่มผู้เสียชีวิต นั่งอยู่และยังมี การทักทายหยอกล้อจากผู้ก่อเหตุซึ่งหยอกล้อเล่นกับญาติผู้ใหญ่ของกลุ่มผู้เสียชีวิตโดยปรากฏในคลิป

จากการสอบถามข้อมูลทีมข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของผู้ก่อเหตุคือ นายณัฐพล หรือ โน๊ต ซึ่งเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายกฤษฎาและนายอดิศร จนเป็นเหตุให้ทั้งสองได้เสียชีวิต เมื่อทีมข่าวเดินทางถึงบ้านนายโน๊ต ได้พบกับ พ่อของนายโน๊ตซึ่งเบื้องต้นบอกว่านายโน๊ตไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุทีมข่าวจึงได้ขอให้พ่อของนายโน๊ต ให้ข้อมูลกับทีมข่าวแต่เรื่องความกระทบกระเทือนทางจิตใจจึงยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ เหลือได้ให้ทีมข่าวสัมภาษณ์พี่สาวในโน้ตแทน

ขณะที่ทีมข่าวได้พูดคุยกับคุณใหม่ (นามสมมุติ) พี่สาวของนายโน้ต เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับนานโน๊ต เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ช่วงวันที่เกิดเหตุนายโน๊ตได้โทรกลับมา หลังจากที่เกิดเหตุแล้วและบอกกับตนว่ามีเรื่องที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งโดยถูกทานน้ำแข็งปามาใส่ที่โต๊ะ และจึงเกิดการชกต่อยกันโดยนายโน้ตถูกล็อกคอจึงใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีไป เพียงเท่านี้ก็วางสายไปแล้วติดต่อไม่ได้อีกเลย

โดยปกติแล้วนายโน๊ต จะกลับบ้านทุกวันแต่อาจจะดึกบ้างเร็วบ้างแล้วแต่เพราะนานโน๊ต มักจะไป กับเพื่อนเพื่อนอยู่เป็นประจำซึ่งบางทีก็ไปเล่นสนุ้กบางทีก็ไปเที่ยวสถานบันเทิงจึงกลับบ้านไม่ตรงเวลาแต่หลังจากที่เกิดเหตุก็ไม่กลับบ้านเลยแล้วติดต่อไม่ได้อีกเลย โดยปกติแล้วนายโน๊ตจะเป็นคนเฉยเฉย ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยคุยกับใครและที่อยู่มาก็ไม่ค่อยมีเรื่องกับใครถ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงก็จะไม่บอกที่บ้านเลย ส่วนเรื่องอาวุธปืนตนไม่ทราบว่านายโน๊ตนำมาจากที่ใด ซึ่งตนไม่เคยเห็นว่านายโน๊ตมีปืนภายในบ้าน และไม่เคยเห็นนายโน๊ตพกปืนเลย

จากนั้นทีมข่าวได้พบกับ นายกฤษฎา หรือ นายเบี้ยว ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ตายทั้งสองคน โดยสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก แล้ววันที่เกิดเหตุก็ได้อยู่ในเหตุการณ์ ทีมข่าวจึงสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยนายเบี้ยวเล่าให้ทีมข่าวฟังว่า

"ช่วงวันที่เกิดเหตุหลังจากงานเลี้ยงฉลองบวชของน้องเจมส์บอลเสร็จแล้วทางญาติญาติและผู้ใหญ่ก็ยังติดลมอยู่และได้ชวนให้เจมส์บอลนานเอ็ม และตนพาไปหาสถานบันเทิงเพื่อดื่มและเต้นรำกันต่อ จากนั้นก็ได้พากันขึ้นรถแล้วไปต่อที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลเมื่อ ถึงสถานบันเทิงก็ได้ดื่มเหล้าเต้นรำกันอย่างสนุกสนานจนร้านปิดและเปิดไฟต้นจึงสังเกตเห็นว่าเพื่อนสนิทของตนทั้งสองคนคือเจมส์บอนด์และนายเอ็มได้เข้าไปมีปากเสียงกับโต๊ะใกล้ใกล้โดยทีแรกก็เห็นคุยกันเบาเบาแต่ตอนหลังเสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อยเรื่อยจนต้นสังเกตเห็นว่ามีคู่กรณีคนหนึ่ง ได้ชักอาวุธปืนขึ้นมาจากเอว ต้นและเพื่อนจึงหาอะไรปาไปยังมือ ของผู้ก่อเหตุเพื่อหวังให้ปืนหลุดจากมือแต่หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุ ก็ยิงไปที่เจมส์บอนด์ซึ่งขนาดนั้นเจมส์บอลได้วิ่งหนีออกมาห่างได้สักระยะหนึ่งแล้วเจมส์บอลได้โดนยิงเข้าทีหลังทะลุหน้าอกนั่นคือนัดแรก ที่ผู้ก่อเหตุยิงจากนั้นเจมส์บอลได้วิ่งหนีไปยังรถส่วนนายเอ็ม เมื่อเห็นผู้ก่อเหตุยิงไปที่เจมส์บอล ก็ได้กระโดดล็อคผู้ก่อเหตุแต่ถูกผู้ก่อเหตุสะบัดหลุดและจ่อยิงระยะเผาขนเข้าทีหลังเช่นกันจนนายเอ็ม ล้มลงและแน่นิ่งในที่เกิดเหตุ"

"เมื่อตนเหตุดังนั้น จึงรีบเข้าไปอุ้มนายเอ็มแต่ขณะนั้น นายเอ็มเกิดอาการเกร็ง ตนจึงอุ้มไม่ไหวและเรียกเพื่อนเข้ามาช่วย ขณะส่งโรงพยาบาล เจมส์บอลยังมีสติพูดคุยรู้เรื่องแต่ในเอ็มหมดสติตั้งแต่ที่เกิดเหตุ เมื่อถึงโรงพยาบาลแพทย์ได้พยายามช่วยชีวิตนายเอ็ม ได้ประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาแจ้งว่านายเอ็มเสียชีวิต แต่เจมส์บอนด์ตอนถึงโรงพยาบาลก็ยังเดินลงรถได้อย่างปกติและมาเสียชีวิตในช่วงเช้า โดยแพทย์แจ้งว่าเจมส์บอนด์ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ซึ่งชนวนของการเกิดเหตุครั้งนี้ตนก็ไม่แน่ใจว่าเกิดจากเรื่องใดแต่มีอยู่สองประเด็นคือหนึ่งเรื่องการลวนลามของโต๊ะผู้ก่อเหตุ ซึ่งฝ่ายของตนไปกันจำนวนหลายคนโดยมีทั้งผู้ใหญ่และวัยรุ่นผู้หญิงจำนวนหลายคนส่วนอีกประเด็นอาจมีการเต้นรำกันแล้วไปโดนโต๊ะทำให้แก้วหล่นแตกจึง เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...