HPT แบ็กล็อกแน่น 91 ล. ออเดอร์ออสเตรเลียจ่อ
#HPT #ทันหุ้น – HPT ส่งซิกครึ่งปีหลังทิศทางธุรกิจสดใส รับปัจจัยต้นทุนลด หนุนมาร์จิ้นฟู ด้านผู้บริหาร “นิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ” อวดแบ็กล็อกเต็มหน้าตัก 91 ล้านบาท จ่อบุ๊กช่วงที่เหลือเพียบ ลุยพัฒนาสินค้าร่วมกับพาร์ตเนอร์ออสเตรเลีย คาดโกยออเดอร์เพิ่ม ปักธงยอดขายโตตามเป้า 15-20%
นางสาวนิจวรรณ เชาว์กิตติโสภณ กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โฮมพอตเทอรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ HPT ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเซรามิกระดับสากล เปิดเผยว่า จากการดำเนินธุรกิจครึ่งปีแรก 2566 ต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะค่าขนส่ง และพลังงานปรับตัวขึ้นสูง โดยในครึ่งปีแรกบริษัทได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นดังกล่าว และทำให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้น(Gross Profit Margin) และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ลดลง ขณะที่ทิศทางต้นทุนดังกล่าวทรงตัวและเริ่มลดลง จะส่งผลดีต้นทุนผลิตในครึ่งปีหลัง
** ครึ่งปีหลังสดใส
จากทิศทางต้นทุนปรับตัวดีขึ้น คาดผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2566 จะดีกว่าครึ่งปีแรก อีกทั้งในครึ่งปีหลังเป็นช่วงที่คำสั่งซื้อ (ออเดอร์) มีปริมาณสูง เนื่องจากเป็นไฮซีซันของการท่องเที่ยว และดีมานด์การใช้สินค้า อุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร และห้องครัว จะสูงไปตามทิศทางไฮซีซัน เบื้องต้นคาด Gross Profit Margin ครึ่งปีหลังมีโอกาสจะกลับมาอยู่ที่ระดับ 20-25% จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ระดับ 13-15%
โดย ณ เดือน 7 หรือเดือนกรกฎาคมบริษัทมียอดรอส่งมอบ (Backlog) อยู่ที่ 91 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับก่อนหน้านี้ โดยจะทยอยส่งมอบตามแผนให้มากที่สุด ปัจจุบันบริษัทมีออเดอร์ยาวไปถึงสิ้นปีนี้แล้ว และยังเดินหน้าผลิตสินค้าตามแผน สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ออเดอร์เข้ามา หลักๆ เป็นลูกค้าฝั่งยุโรป อเมริกา ขณะเดียวกันแนวโน้มออเดอร์จากลูกค้าฝั่งออสเตรเลียกลับมาเติบโตอีกครั้ง จากก่อนหน้านี้ออเดอร์จากออสเตรเลียลดลง สำหรับสัดส่วนยอดขายจากฝั่งออสเตรเลียอยู่ที่ 10%
อีกทั้งบริษัทจะพัฒนาสินค้าร่วมกับพาร์ตเนอร์ออสเตรเลีย เพื่อให้ตรงกับความต้องการทั้งพาร์ตเนอร์และลูกค้า หากเป็นไปตามแผนคาดจะมีออเดอร์จากกลุ่มออสเตรเลียเพิ่มขึ้นจากช่วงที่เหลือปีนี้ สำหรับสัดส่วนยอดขายปัจจุบันจากลูกค้าต่างประเทศ ในอเมริกา และยุโรป รวมกันคิดเป็นสัดส่วน 80% และอีก 20% เป็นสัดส่วนลูกค้าในประเทศ
** เจรจาออเดอร์ใหม่
ส่วนการขายในประเทศมีสัญญาณออเดอร์เพิ่มขึ้น หลังจากเปิดประเทศ และดีมานด์การใช้เครื่องใช้บนโต๊ะอาหารเซรามิกเพิ่มขึ้น หลังจากร้านอาหารและโรงแรมในประเทศกลับมาเปิดบริการเป็นปกติ โดยบริษัทเจรจากับลูกค้า และอยู่ระหว่างรอคอนเฟิร์มออเดอร์
บริษัทมองทิศทางยอดขายรวมปีนี้จะเติบโตได้ใกล้เคียงเป้า หรือมีอัตราเติบโตที่ 15-20% โดย 3 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้แล้ว 68.57 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4.07 ล้านบาท โดยสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือต้นทุนการผลิต และค่าแรงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนผลิตโดยรวมสูงขึ้น
นางสาวนิจวรรณ กล่าวต่อว่า ด้านแผนกลยุทธ์ในระยะยาวบริษัทจะเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อลดการใช้พลังงานและเพิ่มปริมาณการผลิต โดยบริษัทได้วางงบลงทุนไว้ที่ประมาณ 27 ล้านบาท เพื่อขยายเตาเผาบิสกิต โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 15 ล้านบาท
ส่วนที่เหลือจะเป็นการพัฒนาอาคารและเครื่องจักรเสริมในไลน์ การผลิตส่วนอื่น และคาดว่าในปี 2567 บริษัทจะสามารถทยอยเพิ่มปริมาณการผลิตได้ประมาณ 10-15% และจะเพิ่มไปจนถึง 30-40% ของปริมาณการผลิตเดิม
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?igshid=YTY2NzY3YTc=