โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เตรียมพร้อมบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปี'66 อ่างเก็บน้ำใหญ่-กลางเหลือน้ำ 55%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 พ.ค. 2566 เวลา 04.48 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2566 เวลา 23.25 น.
ประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน

กรมชลประทานเตรียมพร้อมบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปี’66 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่–ขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวม41,774 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น55% พร้อมเดินหน้าโครงการศึกษาความเหมาะสมการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนบน–ตอนกลาง จังหวัดอุดรธานี เร่งเครื่อง4 โครงการสำคัญ หวังบรรเทาปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยหลวง

วันที่ 23 พฤษภาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (22 พ.ค.) วันที่22 ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบVideo Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานครการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่ต่อไป

พร้อมกับเปิดเผยว่าปัจจุบัน(22 พ.ค. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน41,774 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ55 ของความจุอ่างรวมกัน สามารถรองรับน้ำรวมกันได้อีกประมาณ34,563 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะ4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน12,328 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ50 ของความจุอ่างรวมกัน สามารถรองรับน้ำรวมกันได้อีกประมาณ12,543 ล้าน ลบ.ม.

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา วันที่22-27 พ.ค. 66 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง กรมชลประทานได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ติดตามสภาพอากาศและสภาพฝนอย่างใกล้ชิด และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือ เข้าไปดำเนินการกำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง

กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำ

พร้อมเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการบริหารจัดการน้ำฤดูฝนปี2566 ที่กรมชลประทานกำหนดไว้ ได้แก่1.จัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอตลอดทั้งปี2.บริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด3. ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้น้ำฝนเป็นหลักในการเพาะปลูก4.กักเก็บน้ำในเขื่อน รวมไปถึงแหล่งน้ำต่าง ๆ ให้มากที่สุด5.วางแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัย ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี2566 ของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่เพียงพอสำหรับทุกกิจกรรม และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด

พร้อมกันนี้ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้วางแผนในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งอย่างเป็นระบบในลุ่มน้ำห้วยหลวงโดยที่ผ่านมาได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องทั้งในปัจจุบันและอนาคตของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนบน–ตอนกลางจังหวัดอุดรธานี เพื่อนำเสนอโครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วนในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำและบรรเทาอุทกภัย

สำหรับ4 โครงการสำคัญ ประกอบไปด้วย

1.โครงการฝายบ้านกุดหมากไฟ ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ ส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานได้กว่า8,300 ไร่

2.โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านขอนยูงน้อย ตำบลขอนยูง อำเภอกุดจับ ความจุ4.38 ล้าน ลบ.ม. ส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทาน6,789 ไร่ รวมทั้งผันน้ำส่วนเกินไปลงอ่างเก็บน้ำเขื่อนห้วยหลวงได้ปีละกว่า2 ล้าน ลบ.ม.

3.โครงการประตูระบายน้ำห้วยเชียง2 ตำบลกุดจับ อำเภอกุดจับ ส่งน้ำให้พื้นที่ชลประทานได้กว่า1,300 ไร่ รวมทั้งผันน้ำส่วนเกินไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนห้วยหลวงได้ประมาณปีละ4.13 ล้าน ลบ.ม.

4.โครงการบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำบ้านสามพร้าว ที่สร้างปิดกั้นลำน้ำห้วยหลวง ตำบลสามพร้าว อำเภอเมืองอุดรธานี มีความจุเก็บกักประมาณ1.88 ล้าน ลบ.ม.

กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำ

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดแนวทางการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ ซึ่งมุ่งเน้นในการบรรเทาทั้งปัญหาอุทกภัยและปัญหาการขาดแคลนน้ำ รวมไปถึงการพัฒนาลุ่มน้ำและพื้นที่ชลประทานอย่างมีประสิทธิภาพ หากดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงานที่วางไว้ จะทำให้มีพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น99,728 ไร่ มีพื้นที่รับประโยชน์24,289 ไร่ และมีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น103.36 ล้าน ลบ.ม. ช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำและปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ รวมทั้งยังจะทำให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความยั่งยืน ตอบสนองต่อการพัฒนา ทั้งในปัจจุบันและอนาคต อันจะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...