ปูตินเตือนเพื่อนกลุ่ม SCO ว่าความขัดแย้ง-ความเสี่ยงวิกฤตเศรษฐกิจกำลังเพิ่มสูงขึ้น
เมื่อผู้นำสามประเทศใหญ่อย่างจีน รัสเซีย และอินเดีย เจอกันในเวทีประชุมผู้นำชาติสมาชิกองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ไฮไลต์อยู่ตรงที่ปูตินเตือนร่วมกลุ่มว่า ความขัดแย้งและความเสี่ยงวิกฤตเศรษฐกิจโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้น ด้านสี จิ้นผิง เรียกร้องเพิ่มความร่วมมือและร่วมระวังการปลุกระดมให้เกิด “สงครามเย็นครั้งใหม่”
ผู้นำของชาติสมาชิกองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organisation : SCO) กลุ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงและการเมือง ซึ่งประกอบด้วย จีน รัสเซีย อินเดีย ปากีสถาน คาซัคสถาน สาธารณรัฐคีร์กีซ ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน ประชุมผ่านออนไลน์ โดยประเทศอินเดียเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 ซึ่งการประชุมนี้มีการหารือกันทั้งด้านความมั่นคง การเมือง และเศรษฐกิจ
การประชุมสุดยอด SCO ครั้งนี้เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่สองหลังจากที่ นเรนทรา โมดี (Narendra Modi) นายกรัฐมนตรีอินเดียไปเยือนสหรัฐอเมริกาที่เป็นอริของทั้งรัสเซียและจีน ในขณะที่อินเดียนั้นเป็นประเทศใหญ่ที่ยังวางตัวเป็น “หุ้นส่วน” กับทั้งสามประเทศ
สำนักข่าว Reuters (รอยเตอร์) รายงานว่า การประชุมครั้งนี้เป็นความพยายามที่จะสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกันให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และส่งเสริมความร่วมมือภายในกลุ่มความร่วมมือในเอเชียซึ่งกำลังจะขยายตัว แต่พวกเขาย้ำว่ากลุ่มความร่วมมือนี้ไม่ได้ก่อตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อต่อต้านรัฐอื่นใด
ในการประชุมครั้งนี้ อิหร่านเข้าร่วมเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุด เป็นประเทศที่ 9 ในกลุ่ม SCO ส่วนเบลารุสได้ลงนามในข้อบันทึกผูกพันซึ่งจะนำไปสู่การเป็นสมาชิกในปี 2567 ขณะที่กลุ่ม SCO พยายามที่จะขยายการเข้าถึงประเทศต่าง ๆ และต่อต้านอิทธิพลของชาติตะวันตกในเอเชีย
หลังการประชุมสุดยอดผู้นำ SCO มีการออกแถลงการณ์ร่วม ซึ่งกล่าวว่าสมาชิก SCO คัดค้านกลุ่ม อุดมการณ์ และการเผชิญหน้าที่สร้างปัญหาและความท้าทายด้านความมั่นคง
บรรดาผู้นำประเทศกลุ่ม SCO วิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็นผลกระทบเชิงลบของ “การขยายระบบป้องกันขีปนาวุธทั่วโลกเพียงฝ่ายเดียวอย่างไม่จำกัด โดยบางประเทศหรือกลุ่มประเทศ” แต่ไม่ได้กล่าวถึงการขยายตัวของนาโต้ และความช่วยเหลือทางทหารของชาติตะวันตกต่อยูเครนโดยตรง
สมาชิกทุกคนยังคงสนับสนุนโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน ซึ่งจะสร้างเส้นทางสายไหมในอดีตขึ้นมาใหม่ เพื่อเชื่อมโยงจีน เอเชีย ยุโรป และประเทศอื่น ๆ โดยมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก เป็นเม็ดเงินมหาศาล
ไฮไลต์ของการประชุมนี้ย่อมเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากคำพูดของวลาดิมีร์ ปูติน(Vladimir Putin)แห่งรัสเซีย และสี จิ้นผิง (Xi Jinping) แห่งจีน สองผู้นำประเทศยักษ์ใหญ่ที่มีบทบาท-มีอิทธิพลต่อความเป็นไปของโลกทั้งปัจจุบันและอนาคต
งานนี้เป็นการปรากฏตัวของ วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การก่อการจลาจลของกลุ่มวากเนอร์ในช่วงสั้น ๆ เมื่อเดือนที่แล้ว และเขากล่าวให้ผู้นำ SCO มั่นใจถึงเสถียรภาพและเอกภาพของรัสเซีย
ปูตินเตือนว่าความขัดแย้งและความเสี่ยงของวิกฤตเศรษฐกิจโลกกำลังเพิ่มสูงขึ้น และบอกว่ารัฐบาลรัสเซียกำลังวางแผนที่จะยกระดับความสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศ SCO มากขึ้น
เขาบอกกับที่ประชุมว่า รัสเซียจะยืนหยัดต่อสู้กับแรงกดดันจากตะวันตก การคว่ำบาตรและการยั่วยุต่อสิ่งที่รัฐบาลรัสเซียเรียกว่า “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ในยูเครน
ซึ่งรัสเซียมองว่าประเทศต่าง ๆ เช่น จีน อินเดีย และอิหร่าน เป็นหุ้นส่วนสำคัญในการเผชิญหน้ากับสหรัฐ และต่อต้านอะไรที่แสดงออกว่าเป็นความพยายามของสหรัฐที่จะกำหนดระเบียบโลก
ด้าน สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ประธานาธิบดีจีน กล่าวเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก SCO เสริมสร้างการแลกเปลี่ยน การสร้างหลักประกันความปลอดภัยร่วมกัน เสริมสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความไว้วางใจซึ่งกันและกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
“เราควรคำนึงถึงผลประโยชน์โดยรวมและระยะยาวของภูมิภาคของเรา และกำหนดนโยบายต่างประเทศของเราอย่างเป็นอิสระ เราต้องระมัดระวังอย่างสูงต่อความพยายามจากภายนอกที่จะปลุกระดมให้เกิดสงครามเย็นครั้งใหม่ หรือการเผชิญหน้าในค่ายในภูมิภาคของเรา” สี จิ้นผิง กล่าว
ทั้ง สี จิ้นผิง และปูติน ผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ เปลี่ยนมาใช้ระบบการค้าระหว่างประเทศที่ชำระค่าสินค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยลดการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นความพยายามที่จะลดความสำคัญของเงินดอลลาร์สหรัฐลง
ด้านอินเดียซึ่งเป็นประธาน SCO และ G20 ปีนี้นั้น อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องระมัดระวังอย่างมากในทางการทูต ต้องประคับประคองความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ไปพร้อม ๆ กับประคองการเป็นหุ้นส่วนกับรัสเซียและจีน ซึ่งเต็มไปด้วยอุปสรรค
โมดีกล่าวเปิดการประชุมสุดยอด SCO โดยเรียกร้องให้ชาติสมาชิก SCO ร่วมกันต่อสู้กับการก่อการร้าย และรับมือกับความท้าทายระดับโลก เช่น การขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิง และปุ๋ย
ทั้งนี้ อินเดียจะมีบทบาทเป็นเวทีสำคัญทางการเมืองระหว่างประเทศในปีนี้ ซึ่งคาดว่าทั้งสี จิ้นผิง และปูติน จะเดินทางไปเยือนกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ในเดือนกันยายนี้ เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำประเทศ G20 ซึ่งมีประเทศตะวันตกเป็นสมาชิก ทั้งสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป (อียู)