โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ควายตัน ที่พรหมพิราม

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 21 ธ.ค. 2565 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

“จุดเริ่มต้นจริงๆ แล้ว ตอนนั้นผมต้องการเลี้ยงควายเพื่อกำจัดหญ้าในพื้นที่เท่านั้น”

นายสมบัติ ทำละเอียด บอกกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงควาย และได้พัฒนาจนมาเป็นฟาร์มควายแหล่งใหญ่ของจังหวัดพิษณุโลก ภายใต้ชื่อบิ๊กไอซ์ฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ 53 หมู่ที่ 1 ตำบลทับยายเชียง อำเภอพรหมพิราม โทร. 081-886-2033

บิ๊กไอซ์ฟาร์ม ในวันนี้ ไม่เป็นเพียงเฉพาะแหล่งอนุรักษ์สายพันธุ์ควายแหล่งใหญ่เท่านั้น ยังเป็นฟาร์มที่เน้นการเลี้ยงควายที่มีน้ำหนักตัวของควายไม่ต่ำกว่า 1,000 กิโลกรัม อันเป็นที่มาของชื่อเรียกกันเล่นๆ ว่า ควายตัน

ปัจจุบันปัญหาสำคัญของการเลี้ยงควายในประเทศไทย นอกจากปริมาณควายจะมีจำนวนที่ลดลงเป็นอย่างมากแล้ว ยังพบว่าควายที่เกษตรกรเลี้ยงกันโดยทั่วไปนั้นมีขนาดของลำตัวเล็กลงไปด้วย อันเป็นผลมาจากการขนาดการพัฒนาสายพันธุ์

โดยที่ผ่านมานั้นจะมีการคัดควายที่มีขนาดใหญ่จำหน่ายออกไป และควายที่เหลืออยู่ก็ขาดการพัฒนาปรับปรุงพันธ์ุ จึงส่งผลให้ควายไทยมีขนาดลำตัวเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด โดยน้ำหนักควายไทยในวันนี้เหลือน้ำหนักเพียงตัวละ 300-400 กิโลกรัมเท่านั้น

ดังนั้น การที่มีฟาร์มเลี้ยงควายที่มีการวางแผนการพัฒนาสายพันธุ์ ทำให้ได้ควายที่ตัวใหญ่และน้ำหนักมากถึง 1 ตัน จึงนับเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจ และจะเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาสายพันธุ์ควายของประเทศไทย

สำหรับจุดเริ่มต้นการเลี้ยงควาย เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ด้วยจำนวนควายตัวเมียที่มีลูกติดท้องมาเพียง 2 ตัว และได้มีการเพิ่มจำนวนควายที่เลี้ยง ทั้งที่มาจากการขยายพันธุ์ภายในฟาร์มและควายจากเกษตรกร จากตลาดนัดวัวควายและจากโรงฆ่าสัตว์เข้ามาเพิ่ม จนทำให้ฟาร์มแห่งนี้เคยมีปริมาณควายสูงสุดเกือบ 200 กว่าตัว

“ผมเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด แต่ย้ายมาปักหลักทำมาหากินที่จังหวัดพิษณุโลก โดยประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว และพอดีว่าได้ซื้อที่ดินไว้จำนวน 75 ไร่ แต่มีปัญหาว่ามีหญ้าวัชพืชขึ้นมากเลย แต่ก่อนนั้นก็ใช้เครื่องตัดหญ้าเข้ามาใช้อยู่ระยะหนึ่ง แต่ก็มีปัญหาว่า คนตัดหญ้าตัดไม่ทัน บางทีก็มีปัญหาเครื่องตัดหญ้าพัง อีกทั้งยังต้องสิ้นเปลืองค่าน้ำมันเป็นจำนวนมาก”

“ต่อมาจึงทำให้มาคิดหาวิธีการอื่นที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ซึ่งผมก็มาคิดได้ว่า เราก็เป็นลูกชาวนา คลุกคลีกับการเลี้ยงควายมาก่อน น่าที่จะเลี้ยงควายเอาไว้กินหญ้าแทนที่จะใช้เครื่องตัดหญ้า การเริ่มต้นเลี้ยงเพื่อประโยชน์ในการกำจัดหญ้าที่ขึ้นในพื้นที่”

“การเลือกซื้อควายมาเลี้ยงนั้น ผมก็จะเน้นการคัดควายที่มีลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตดี เช่น ดูที่ขา ขาต้องใหญ่ ข้อขาต้องสูง อุ้มกีบต้องใหญ่ และช่วงขาสูง รวมถึงช่วงท้ายลำตัวต้องใหญ่ และต้องมีความสวยงามตามลักษณะควายที่ดีด้วย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งบ่งชี้ได้ว่า ควายตัวนี้จะโตดีมีขนาดใหญ่หรือไม่”

“ตอนแรกผมตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะเลี้ยงแม่พันธุ์ให้ได้ประมาณ 300 ตัว ซึ่งปีหนึ่งๆ หากจำหน่ายควายที่เกิดฟาร์มออกไป จะได้เงินไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท แต่เราไปถึงจุดนั้นไม่ได้เพราะติดปัญหาเรื่องการซื้อที่ดินเพื่อขยายฟาร์มเพิ่มให้มีพื้นที่เพียงพอกับควายที่เลี้ยง ที่ดินมีราคาเพิ่มสูงมาก จนไม่สามารถซื้อได้ ผมจึงตัดสินใจขายควายออกไปส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งเอาไปให้เกษตรกรที่สนใจเลี้ยงและได้เข้ามาร่วมเป็นเครือข่ายของฟาร์มเอาไปช่วยเลี้ยง”

“ตอนนี้เรียกว่าผมมีความสุขกับการเลี้ยงควายมากที่สุด เพราะได้ความสุขทางใจ จึงอยากให้คนไทยกลับมารักควายและเลี้ยงควายกันมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเลี้ยงควายนั้นไม่มีจน ทุกอย่างสามารถจำหน่ายสร้างรายได้หมด” นายสมบัติ กล่าว

ส่วนความเป็นมาของการเริ่มต้นการเลี้ยงควายตันนั้น เจ้าของฟาร์มบอกว่า เริ่มจากที่ได้ซื้อควายที่ชื่อ ทองสุข จากเกษตรกรที่จังหวัดอุทัยธานีเข้ามาเลี้ยง ด้วยจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นพ่อพันธุ์คุมฝูงภายในฟาร์ม

“ทองสุขเป็นควายที่ผมดูแล้วมีความสวยงาม มีรูปร่างดี จึงซื้อเข้ามาเลี้ยง ปรากฏว่า หลังจากที่เลี้ยง นอกจากจะมีลักษณะของการเป็นพ่อควายที่ดีแล้ว ยังมีอัตราการเจริญเติบโตที่ดีด้วย โดยตอนที่ซื้อเข้ามาเลี้ยงนั้นมีน้ำหนักตัวประมาณ 800 กิโลกรัม เมื่ออยู่ที่ฟาร์มได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ทำให้มีการเจริญเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง จนมีน้ำหนักถึง 1,500 กิโลกรัม”

สำหรับการถ่ายทอดพันธุกรรมในเรื่องการของการเจริญเติบโตของทองสุขไปสู่รุ่นลูกนั้น นายสมบัติ บอกว่า ลูกของทองสุขที่ออกมานั้นสามารถเจริญเติบโตได้ดี สามารถมีน้ำหนักได้มากกว่า 1 ตัน

“ผมรีดน้ำเชื้อจากทองสุขไปผสมให้กับแม่ควายที่มีรูปร่างดี ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ซึ่งผมมองว่าแม่พันธุ์นั้นเป็นส่วนสำคัญในการถ่ายทอดพันธุกรรมที่ดีไปยังลูกด้วย ดังนั้น เราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการคัดแม่พันธุ์ที่ดีๆ มีลักษณะชัดเจนตามที่เรากำหนด ซึ่งผลจากการผสมทำให้ได้ลูกของทองสุขมาอีก 3 ตัว ซึ่งแต่ละตัวมีการเจริญเติบโตที่ดีและให้น้ำหนักมาก

โดยลูกทั้ง 3 ตัวของทองสุข ประกอบด้วย เสาร์ ขุนทอง และดาวเหนือ

“แต่ใช่ว่าการมีพ่อแม่พันธุ์ดีแล้วจะทำให้ได้ควายที่น้ำหนักดีมากกว่า 1 ตัน ยังต้องมีเรื่องการจัดการดูแลเอาใจใส่บำรุงดูแลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่างแม่ควายที่ตั้งท้องผมจะมีการบำรุงดูแลเป็นอย่างดีตั้งแต่ท้องได้ 2 เดือน จนกว่าจะคลอดเลย ผมเชื่อว่า การที่เราบำรุงดูแลเต็มที่จะส่งผลทำให้ลูกออกมาสมบูรณ์แข็งแรงเติบโตดีด้วย”

จากที่บิ๊กไอซ์ฟาร์ม มีควายที่มีพันธุกรรมดี สามารถเจริญเติบโตจนกลายเป็นควายตันได้ ผู้เป็นเจ้าของฟาร์มจึงวางเป้าหมายที่จะเน้นการพัฒนาสายพันธุ์ควายเป็นหลัก

“ตอนนี้ผมไม่เลี้ยงเพื่อเข้าโรงฆ่าแล้ว แต่จะเลี้ยงเพื่อให้ได้ควายที่น้ำหนักมากกว่าตัน และขยายไปสู่เกษตรกรที่สนใจ ซึ่งตอนนี้ผมจำหน่ายลูกควายที่อายุ 1 ปี ในราคาตัวละประมาณ 20,000 บาท ซึ่งผู้สนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มข้าราชการที่ปลดเกษียณและจะทำอาชีพการเกษตรเป็นหลัก ติดต่อซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก”

ส่วนน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ตัวเด่นๆ อย่าง เจ้าเสาร์และดาวเหนือ ตอนนี้ทางบิ๊กไอซ์ฟาร์มได้เปิดจำหน่ายในราคาหลอดละประมาณ 300 บาท

นอกจากมีรายได้จากการจำหน่ายสายพันธุ์แล้ว ที่บิ๊กไอซ์ฟาร์ม ยังมีรายได้จากการจำหน่ายขี้ควายด้วย โดยแต่ละปีนั้นจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท

“เราบรรจุกระสอบขาย โดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ฟาร์มในราคากระสอบละ 10 บาท ซึ่งจะนำไปใช้เป็นปุ๋ยคอกในสวนส้มเขียวหวานแถบทางภาคเหนือ”

“ อนาคตที่ผมวางเป้าหมายไว้สำหรับการเลี้ยงควาย คือต้องได้พ่อแม่พันธุ์ที่เป็นสุดยอดที่สุด ทั้งเรื่องของความสวยงามและการเจริญเติบโต ควายทุกตัวในฟาร์มจะต้องเหมือนกัน ทั้งหน้าตา รูปร่าง ความสูง ความยาว ความลึกของลำตัว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้พยายามทุ่มเททำมาโดยตลอดจนเห็นผลในทุกวันนี้”

ในส่วนของการเลี้ยงดูควายภายในฟาร์มนั้น เจ้าของฟาร์มบอกว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องมีคือ มีใจรัก พร้อมที่จะดูแลเอาใจใส่ควายที่เลี้ยง ซึ่งตรงนี้จะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การทำฟาร์มควายสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จ

ส่วนรูปแบบการเลี้ยงนั้น ทางบิ๊กไอซ์ฟาร์มจะเน้นการเลี้ยงแบบไล่ปล่อยไปหากินตามทุ่งหญ้าต่างๆ ตั้งแต่ช่วงเช้า

“พอตอนกลางวันเราก็จะต้อนกลับมาเข้าคอกเพื่อให้พักผ่อน และเมื่อถึงช่วงบ่ายก็จะปล่อยออกไปทุ่งอีกครั้ง ซึ่งในช่วงที่นำมาเข้าพักในคอกนั้นจะมีการให้ฟางข้าวและหญ้าสดเสริมอย่างเต็มที่ด้วย โดยวันหนึ่งควายจะต้องได้กินหญ้ากินฟางไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัว”

พอช่วงตอนเย็นนอกจากจะเสริมด้วยฟางข้าวและหญ้าสดแล้ว ยังจะให้อาหารข้นเสริมด้วย โดยเฉพาะในพ่อพันธุ์และแม่ควายตั้งท้องที่จะต้องมีการเสริมอาหารข้นให้อย่างต่ำวันละ 3 กิโลกรัม โดยวัตถุดิบหลักที่ใช้คือ รำข้าวและมันสำปะหลัง

นอกจากนี้ ยังมีการสร้างความคุ้นเคยต่อเสียงดังให้กับควายที่เลี้ยง ด้วยการเปิดเพลงลูกทุ่งให้ฟังทุกวัน

“การส่งควายเข้าประกวดเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ผมทำเริ่มทำในปี 2554 เป็นปีแรก ดังนั้น เมื่อจะต้องเข้าสนามประกวด ซึ่งจะมีเสียงต่างๆ ดังมาก อาจทำให้ควายตกใจได้ ดังนั้น ผมจึงต้องสร้างความคุ้นเคยให้กับควายด้วยการเปิดเพลงลูกทุ่งให้ฟัง”

“อนาคตที่ผมวางเป้าหมายไว้สำหรับการเลี้ยงควายคือ ต้องได้พ่อแม่พันธุ์ที่เป็นสุดยอดที่สุด ทั้งเรื่องของความสวยงามและการเจริญเติบโต ควายทุกตัวในฟาร์มจะต้องเหมือนกัน ทั้งหน้าตา รูปร่าง ความสูง ความยาวของลำตัว เรียกว่าออกมาในรูปแบบพิมพ์เดียวกันหมด” นายสมบัติ กล่าวทิ้งท้ายในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...