โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วุฒิภูมิ จุฬางกูร ดัน “นกแอร์” สู่พรีเมี่ยมแอร์ไลน์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 มิ.ย. 2565 เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 09.00 น.

สัมภาษณ์

กลางปี 2564 ที่ผ่านมา สายการบิน “นกแอร์” ได้ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ 5 ปีต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โดยที่ประชุมมีมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการจากเจ้าหนี้ถึง 76.72%

แผนดังกล่าวจึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของนกแอร์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่ปกติของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจการบิน

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “ดร.วุฒิภูมิ จุฬางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ถึงทิศทาง นโยบาย และเป้าหมายการดำเนินงาน รวมถึงภาพรวมและแนวโน้มของธุรกิจการบินของไทยไว้ดังนี้

มั่นใจธุรกิจการบินฟื้นตัว

“ดร.วุฒิภูมิ” บอกว่า หลังการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 คาดว่าสถานการณ์ภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบินของไทยจะฟื้นตัวดีขึ้น เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการลงทุนและการจ้างงานในอุตสาหกรรม

โดยประเมินว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาในช่วงครึ่งปีหลังนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเป็นส่วนใหญ่ และนักท่องเที่ยวอินเดียที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย เลือกเดินทางไปยังพื้นที่พัทยา ภูเก็ต ซึ่งพบว่าหลายภาคส่วนมีการจัดแคมเปญเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวแล้ว

“มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ทางภาครัฐ ซึ่งรวมไปถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดขึ้นจะช่วยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางมากขึ้น และยังคงเป็นปัจจัยบวกของอุตสาหกรรมการบินในครึ่งปีหลังนี้”

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ดีดตัวสูง และค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบิน และเป็นปัจจัยลบสำคัญในช่วงครึ่งปีหลังนี้

เพิ่มความถี่-รุกเมืองรอง

สำหรับนกแอร์นั้น “ดร.วุฒิภูมิ” บอกว่า ยังมีแผนเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป มีแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินเส้นทางภายในประเทศให้มีปริมาณมากขึ้น โฟกัสกับสนามบินหัวเมืองใหญ่ และจะมีเที่ยวบินที่ออกเดินทางช่วงดึกมากขึ้น

ขณะที่ในส่วนของเส้นทางบินข้ามภาค ปัจจุบันได้ขยายแล้วหลายเส้นทาง เช่น ภูเก็ต-อุบลราชธานี, อุบลราชธานี-เชียงใหม่ เป็นต้น

และในอนาคตสายการบินนกแอร์ยังเตรียมขยายเส้นทางบินไปต่างประเทศด้วย เช่น นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม, ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ฯลฯ ซึ่งอาจเริ่มทำการบินตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ และขยายเส้นทางสู่ภูมิภาคเอเชียใต้ อาทิ อินเดีย ในช่วงไตรมาส 4 ในปีนี้

นอกจากนี้ ในส่วนของท่าอากาศยานนครราชสีมานั้น “นกแอร์” วางแผนเชื่อมโยงเส้นทางบินกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) สู่นครราชสีมา-เชียงใหม่ และเชียงใหม่-นครราชสีมา-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง)

ซึ่งหากสามารถเปิดบินได้จริง คาดว่าจะใช้เครื่องบินประเภท Q400 และหากได้รับการตอบรับที่ดีอาจใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737-800 บินแทน

อย่างไรก็ตาม สายการบินได้ยื่นขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อสนับสนุนการเปิดเส้นทางบินดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ยังรอการตอบกลับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เตรียมรับมือสงครามราคาตั๋ว

“ดร.วุฒิภูมิ” ยังประเมินภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินในช่วงครึ่งปีหลังนี้ด้วยว่า คาดว่าการแข่งขันระหว่างสายการบินยังคงดุเดือด และเกิดสงครามราคาขึ้นเช่นเดิม ซึ่งประเด็นนี้สายการบินแต่ละแห่งต้องหามาตรการรับมือให้ดี เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้นานมากที่สุดจนกว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่

“ส่วนตัวมองว่ากลยุทธ์ราคาส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมการบินโดยรวม อีกทั้งอาจส่งผลให้เกิดผลกระทบกับผู้โดยสาร เช่น การยกเลิกเที่ยวบิน” วุฒิภูมิกล่าว

พร้อมให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันรัฐมีการกำหนดเพดานราคาบัตรโดยสาร แต่ไม่มีการกำหนดราคาขั้นต่ำ จึงเสนอว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามากำกับดูแล เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมา เช่น การลดคุณภาพการให้บริการ ซึ่งส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม

สำหรับนกแอร์นั้นมีแผนรับมือโดยการเตรียมขยายธุรกิจอื่น ๆ หรือโปรเจ็กต์ที่สร้างรายได้นอกเหนือจากการหารายได้จากการขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า (คาร์โก้) ที่ยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท พร้อมกับพัฒนา soft skills ให้กับพนักงานเพิ่มมากขึ้น

เตรียมรับเครื่องใหม่ 6 ลำ

“ดร.วุฒิภูมิ” อัพเดตด้วยว่า ปัจจุบันสายการบินนกแอร์มีเครื่องบินในฝูงบินทั้งสิ้น 17 ลำ แบ่งเป็นเครื่องบินแบบโบอิ้ง 737-800 จำนวน 14 ลำ เครื่องบินแบบ Q400 จำนวน 3 ลำ และมีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบิน (aircraft utilization) อยู่ที่ประมาณ 7 ชั่วโมง ซึ่งยังน้อยกว่าช่วงก่อนหน้าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ใช้อยู่ที่ 11-12 ชั่วโมง

และมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย 85% ขณะที่เส้นทางเบตง (นราธิวาส) มีอัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย 90% อย่างไรก็ตาม คาดว่าเส้นทางดังกล่าวจะยังขาดทุนต่อเนื่อง (อ่านต่อในล้อมกรอบ)

“เดิมสายการบินนกแอร์มีเครื่องบิน Q400 อยู่ทั้งหมด 8 ลำ เมื่อบริษัทเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ จึงพิจารณาคืนเครื่องบินไป 5 ลำ ซึ่งเป็นแผนก่อนการเกิดเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-เบตง ส่วนปีนี้นกแอร์มีแผนรับมอบเครื่องบินใหม่ โบอิ้ง 737-800 จำนวน 6 ลำเข้ามารองรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป”

พร้อมก้าวสู่พรีเมี่ยมแอร์ไลน์

“ดร.วุฒิภูมิ” ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมอีกว่า หลังจากสายการบินนกแอร์ประกาศแผน repositioning จาก “โลว์คอสต์แอร์ไลน์” สู่ “พรีเมี่ยมแอร์ไลน์” ไปเมื่อสิงหาคม 2564 ปัจจุบันนกแอร์ยังเดินหน้าต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดให้บริการห้องพักรับรองผู้โดยสาร (lounge) ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ในช่วงไตรมาส 4 ในปีนี้

และในอนาคตจะกลับมาให้บริการน้ำดื่มบนเครื่องบินอีกครั้ง โดยเบื้องต้นต้องรอสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลาย และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) อนุญาตให้กลับมาให้บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบินเสียก่อน

ไม่เพียงเท่านี้ “นกแอร์” ยังอยู่ระหว่างการพิจารณากลับมาให้บริการเสิร์ฟกาแฟจากสตาร์บัคส์ บนเที่ยวบินสำหรับผู้โดยสารที่สำรองที่นั่ง Nok Premium Seat และบริการเสิร์ฟขนมบนเที่ยวบินให้ผู้โดยสารที่สำรองบัตรโดยสาร Nok Extra

นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาระบบจองตั๋วรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยให้สามารถจองบัตรโดยสารได้สะดวกและง่ายมากขึ้น ผสานกับช่องทางการขายบัตรโดยสารที่มีอยู่ เช่น การซื้อบัตรโดยสารที่ร้านหนังสือซีเอ็ด ซึ่งเป็นการนำศักยภาพของพันธมิตรและผู้ถือหุ้นเข้ามาผสานกับธุรกิจสายการบิน

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือ อยากให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมองว่าอุตสาหกรรมการบินเป็นหนึ่งในฟันเฟืองขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จำเป็นต้องมีแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเบตงได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...