โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ธุรกิจสีเทา 'คิงส์โรมันส์' กับคำถามถึงรัฐบาลไทย-ลาว

VoiceTV

อัพเดต 12 มิ.ย. 2565 เวลา 05.24 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2565 เวลา 05.12 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีข่าวเล็กๆ ถูกนำมาเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง กรณีที่คนไทยถูกหลอกไปทำงานที่นี่ บางส่วนหลบหนีกลับมาเอง บางส่วนได้รับความช่วยเหลือจากทางการไทย-ลาว

ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565 แรงงานไทยอีกราว 20 คน ได้เดินทางกลับข้ามด่านชายแดนไทย-ลาวที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย

กว่า 10 ปีที่อาณาจักรคิงส์โรมันส์เติบโตทางการกายภาพ นอกจากคาสิโนที่เป็นรายได้หลักแล้ว ยังมีธุรกิจต่อเนื่องอีกหลายประเภท

ขณะที่สนามบินบ่อแก้วในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง ที่ก่อสร้างไปแล้วกว่า 75% ถูกนำมาเปรียบเทียบกับสนามบินแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ของไทยซึ่งเป็นพื้นที่ติดกันเพียงแค่มีแม่น้ำโขงกั้นพรมแดน

เป็นการพัฒนาที่ดูจะเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของทางการลาวโดยไม่สนใจทุนที่มาว่ามีสีอะไร ทำให้เกิดคำถามถึงอนาคตว่าอาณาเขตที่เป็นเสมือนดินแดนสิทธิสภาพนอกอาณาเขตแห่งนี้จะเป็นไปทางใด

การแปลงที่ดินและอธิปไตยให้เป็นเม็ดเงินจะมีความยั่งยืนแค่ไหน

ปัจจุบันชุมชนท้องถิ่นริมแม่น้ำโขงทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ต่างรับรู้อิทธิพลของแหล่งอบายมุขแห่งนี้ ทั้งๆ ที่เป็นธุรกิจที่ขัดต่อวิถีวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาด เรื่องการค้าสัตว์ป่า จนกระทั่งล่าสุดคือเรื่องการค้ามนุษย์

แม่น้ำโขงกลายเป็นสมรภูมิหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาให้น้ำหนักในการคานอำนาจจีนและอาณาจักรคิงส์โรมันส์แห่งนี้ก็เป็นพื้นที่ที่สหรัฐฯ จับตามองเป็นพิเศษ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2565 ท็อดด์ โรบินสัน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ลงพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำและตั้งคำถามมากมายถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีนในฝั่งลาวพื้นที่นี้ (อ่านรายละเอียดเพิ่ม https://transbordernews.in.th/home/?p=31687)

ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์หญิงสาวชาวไทยรายหนึ่งที่ถูกหลอกไปทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ โดยเธอเล่าว่าตัดสินใจข้ามไปทำงานในคิงส์โรมันส์หลังจากถูกชักชวนจากญาติให้เข้าไปเป็นพนักงานในคาสิโนของคิงส์โรมันส์โดยคาดว่าจะได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท

หญิงสาวพร้อมเพื่อนๆ ใช้เส้นทางธรรมชาตินั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงไปยังฝังลาวโดยมีชายฉกรรก์ชาวจีนมารอรับและพาพวกเธอไปที่อาคารหลังหนึ่งใกล้คาสิโน แต่ปรากฏว่างานที่พวกเขาให้พวกเธอทำกลับไม่ใช่พนักงานในบ่อน แต่เป็นสกิมมิ่งที่ต้องสร้างอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กปลอมเพื่อใช้ตีสนิทกับเหยื่อทางออนไลน์ ก่อนที่จะหลอกให้ลงทุน เมื่อเหยื่อติดเบ็ดแล้วก็ปิดบริษัทหนี หลายคนต้องสูญเสียเงินนับล้านบาท

หญิงสาวถูกบังคับให้ทำงานวันละ 15 ชั่วโมง เจ้าของบริษัทที่เป็นคนจีนได้ให้ลูกน้องควบคุมอยู่ตลอด นักลงทุนที่ตกเป็นเหยื่อมีทั้งคนไทย จีนและฝรั่ง หากพนักงานไม่ยอมทำงานก็จะถูกขายต่อให้กับบริษัทอื่นเป็นทอดๆ และบั้นปลายของหญิงสาวคือธุรกิจการค้าประเวณี

นอกหญิงสาวและเพื่อนๆ กลุ่มนี้แล้ว เธอบอกว่ายังมีคนไทยและคนลาวอีกหลายร้อยคนที่ถูกหลอกให้เข้าไปทำงานในลักษณะเดียวกัน แม้พยายามขอกลับออกมาแต่ก็ทำไม่ได้ บางคนยอมเสียเงินจ้างคนท้องถิ่นพาหนี บางส่วนแจ้งไปยังสถานทูตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่กระบวนการเป็นไปอย่างชักช้านอกจากเป็นข่าว

การค้ามนุษย์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นในนั้น แต่ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ เพราะในพื้นที่ดังกล่าวเสมือนเป็นเขตปกครองตนเอง

เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำตั้งขึ้นเมื่อปี 2007 โดยเจ้าของเป็นกลุ่มทุนจากจีนที่มีชื่อว่ากลุ่มดอกงิ้วคำหรือคิงส์โรมันส์ ซึ่งมีจ้าวเหว่ย เป็นหัวเรือใหญ่ โดยได้รับสัมปทานพื้นที่ 3,000 เฮกตาร์ นาน 99 ปีบริเวณสามเหลี่ยมทองคำในฝั่งลาวเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์การค้า โรงแรม คาสิโน สนามบิน ฯลฯ

“จ้าวเหว่ยไม่เพียงแต่กลายเป็นนักลงทุนต่างชาติที่รัฐบาลลาวเชื่อถือที่สุด แต่เขต(เศรษฐกิจพิเศษ)ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลลาวนิยมมาเยือนอย่างเป็นทางการ” ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุไว้ในงานวิจัย “การแปลงอธิปไตยให้เป็นสินค้า เขตเศรษฐกิจพิเศษจีนกับการสร้างอารยะในชายแดนลาว” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือทุนนิยมจีนในอุษาคเนย์ที่มี ศ.ยศ สันตสมบัติ เป็นบรรณาธิการ

“เจ้าเหว่ยมาจากเมืองฮาร์บิน ในจังหวัดเฮยหลงเจียง ภาคเหนือที่หนาวเบย็นของมณฑลตงเป่ย เขาสร้างชื่อเสียงจากควาสำเร็จในธุรกิจคาสิโนในเมืองลา เมืองหลวงของเขตเศรษฐกิจพิเศษหมายเลข 4 ในภาคตะวันออกของรัฐฉาน ประเทศพม่าซึ่งอยู่ติดกับต้าลู่ เมืองชายแดนในมณฑลยูนาน แต่เนื่องจากธุรกิจการพนันของเขามักดึงดูดข้าราชการจีนจำนวนมากข้ามพรมแดนมาเล่นการพนันในเมืองลา ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา รัฐจีนจึงทำทุกทางเพื่อกดดันให้คาสิโนต้องปิด ภายใต้แรงกดดันอันหนักหน่วง จ้าวเหว่ยและครองครัวจึงต้องย้ายมาสร้างคาสิโนที่เมืองต้นผึ้งในลาวซึ่งที่ดินราคาถูกและรัฐบาลลาวมีความยืดหยุ่นกว่า”

เมื่อ 10 กว่าปีก่อนผมเคยเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์กิจกรรมที่ชาวบ้านเมืองต้นผึ้งร่วมกันบวชป่าและบวชน้ำเพราะไม่ต้องการให้พื้นที่ป่าและหมู่บ้านของพวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของสัมปทาน ตอนนั้นพวกเขารู้สึกโกรธมากเมื่อรับรู้ว่ารัฐบาลกลางของลาวกำลังจะยกพื้นที่ของพวกเขาให้กับนายทุนจีน แม้ชาวบ้านจะร่วมกันลงชื่อทักท้วงไปยังผู้มีอำนาจของรัฐบาลกลางของลาว แต่สุดท้ายชาวบ้านต่างพ่ายแพ้ ทั้งป่า ที่ดินทำกิน ชุมชน และวัดเก่าแก่ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรคิงส์โรมันส์

จริงๆ แล้วรัฐบาลไทยในยุคที่มี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี เคยคิดเสนอให้พื้นที่สองฝั่งโขงย่านนี้เป็นเมืองมรดกโลก เพราะในอดีตบริเวณนี้คืออาณาจักรโบราณที่รุ่งเรืองในพุทธศาสนาชื่อสุวรรณโคมคำ โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมาย แต่น่าเสียดายที่ข้อเสนอนี้ถูกฝังกลบด้วยเม็ดเงินจากนักลงทุนจีน

ทุนของคิงส์โรมันส์ถูกมองว่าเป็นทุนสีเทาเพราะเจ้าเหว่ยถูกขึ้นบัญชีดำจากรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจากมีข้อมูลว่าพัวพันยาเสพติด ซึ่งสอดรับกับสถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้ที่ดินแดนสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขงเป็นเส้นทางสำคัญในลำเลียงยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า

“พวกเขาจะทำอะไรกันก็ได้ ส่วนพวกเรานอกจากเสียที่นาและบ้านเรือนจนไม่รู้จะทำมาหากินอะไรแล้ว ยังถูกห้ามนั่นนี่มากมาย มันเหมือนไม่ใช่แผ่นดินของเราแล้ว” ชาวลาวคนหนึ่งเล่าให้ฟังเมื่อครั้งที่ผมข้ามไปเที่ยวดอนซาวซึ่งตอนนี้ต้องเสียค่าเหยียบแผ่นดินให้กับชาวจีน

“ตึกที่พวกเราถูกบังคับให้ทำงานนั้นอยู่ใกล้ๆ อาคารคาสิโน ในตึกหลังอื่นๆ ก็มีบริษัทแบบเดียวกันอีกมาก ทางการลาวเขาไม่เคยเข้ามายุ่ง เพื่อนร่วมงานที่เป็นคนลาวเองก็อยากออกมา แต่ไม่มีใครช่วยพวกเขา และหากร้องเรียนมากๆ อาจถูกเอาไปขายต่อ” เหยื่อสาวชาวไทยที่ถูกหลอกไปทำงานเล่าให้ผมฟัง

ทุกวันนี้รัฐบาลไทยยังไม่เคยแสดงทรรศนะใดๆ เกี่ยวกับอาณาจักรสีเทาในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ แม้มีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนไทย

ครั้งหนึ่งอาณาจักรคาสิโนของจ้าวเหว่ยเคยถูกกดดันให้ออกจากชายแดนพม่า-จีนเพราะสร้างผลร้ายให้กับประชาชนจีนและต้องมาย้ายมาอยู่ชายแดนสามเหลี่ยมทองคำ ผลก็คือความเลวร้ายต่างๆ ได้เคลื่อนย้ายมาเบียดเบียนดินแดนที่เคยสุขสงบด้วยบวรพุทธศาสนาแห่งนี้

วันนี้จึงมีคำถามถึงรัฐบาลไทยว่าได้เข้ามาดูแลปกป้องประชาชนของตัวเองแค่ไหน เหมือนกับที่จีนเคยปกป้องประชาชนของเขาโดยการผลักดันให้ทุนคาสิโนอันชั่วร้ายออกจากพื้นที่หรือไม่ ขณะเดียวกันก็ควรตั้งคำถามกับรัฐบาลลาวอย่างตรงไปตรงมาว่าจะเข้ามาดูแลเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้อย่างไร หรือจะปล่อยให้พื้นที่นี้เป็นสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของจ้าวเหว่ยไปอีก 90 ปี

--------------------------------------

เรื่อง : ภาสกร จำลองราช

padsakorn@Gmail.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...