โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครดิตบูโร จ่อแยกข้อมูล SME ปีหน้า ฟาก Grab-Sea ยันข้อมูลลูกค้าปลอดภัย

efinanceThai

เผยแพร่ 19 ต.ค. 2564 เวลา 04.27 น.

เครดิตบูโร จ่อแยกข้อมูล SME ปีหน้า ฟาก Grab-Sea ยันข้อมูลลูกค้าปลอดภัย 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 ต.ค. 64 11:27 น.

เครดิตบูโร เผยปี 65 เตรียมแยกข้อมูล SME-นิติบุคคล หวังวิเคราะห์การกู้ยืมชัดเจน ด้าน Grab-Sea ขอลูกค้ามั่นใจข้อมูลปลอดภัย ไร้การรั่วไหล แนะทุกฝ่ายร่วมมือให้ความรู้บริการทางการเงิน รู้เท่าทันการโกง เลี่ยงการให้ข้อมูลบุคคลอื่น

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เปิดเผยในงาน Bangkok FinTech Fair 2021 ในหัวข้อสัมมนา ใช้ข้อมูลอย่างไรให้ทรงพลังและยั่งยืน ว่า ปัจจุบัน เครดิตบูโรได้เก็บข้อมูลพฤติกรรมการก่อหนี้และการชำระหนี้ของคนตั้งแต่ปี 45 โดยในถังข้อมูลของเครดิตบูโร ปัจจุบันมี 2 ถัง คือ ถังข้อมูลที่มีตัวตน และมีความลับสูง (privacy) ซึ่งสามารถระบุได้ว่า บุคคลนั้นมีการก่อหนี้ที่ใดบ้าง ซึ่งปัจจุบันมีการเก็บข้อมูลลูกหนี้รวม 31 ล้านลูกหนี้ หรือ 120 ล้านบัญชี

นอกจากนี้ ยังมีถังเก็บข้อมูลลูกหนี้ที่เป็นนิติบุคคล 340,000 บริษัท มีบัญชี 4.5 ล้านบัญชีสินเชื่อ ซึ่งในปี 65 เครดิตบูโรจะแยกข้อมูลว่าบุคคลใดเป็นเอสเอ็มอี และนิติบุคคลรายใดเป็นนิติบุคคลเอสเอ็มอี เพื่อเกิดถังตรงกลางเรียกว่าถังเอสเอ็มอีเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้สามารถระบุพฤติกรรมได้แน่ชัดว่า นิติบุคคล หรือ เอสเอ็มอีรายนั้นกู้ยืมเพื่อใช้จ่าย หรือ เพื่อใช้ในการทำธุรกิจ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเกิดวิกฤติโควิด โดยเครดิตบูโร ได้นำฐานข้อมูลลูกหนี้บุคคลธรรมดา จำนวน 3 ล้านคน หรือ คิดเป็น 10% ของฐานข้อมูล โดยใช้เกณฑ์เครดิตสกอริ่ง เพื่อวิเคราะห์ว่ามีความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจอย่างไร ทั้งช่วงก่อนโควิด (สิ้นปี 62) ระหว่างการแพร่ระบาดโควิด และช่วงสิ้นปี 63 ที่จะเจอสายพันธุ์เดลต้า พบว่า มีคนตกเกรดเครดิตสกอริ่ง หรือ เกรดเคลื่อนที่ เช่น คนที่ระดับคะแนน CC ไหลมาอยู่คะแนน DD หรือ คนอยู่ระดับ AA เคยได้คะแนนสูง คะแนนต่ำลงมา

นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการบริหาร Grab (ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มร้านค้า และคนขับ (ไรเดอร์) ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบได้อย่างเหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าถึงได้แค่การเปิดบัญชีเงินฝาก หรือ ซื้อประกันเท่านั้น แต่หากเป็นบริการที่มีความต้องการมากขึ้น เช่น สินเชื่อเงินสด หรือ สินเชื่อผ่อนสินค้า จะเริ่มมีทางเลือกน้อยลง เนื่องจากวิธีการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน จะต้อมีข้อมูลแบบใดแบบหนึ่ง คือ ข้อมูลเครดิตบูโร เพื่อพิสูจน์ประวัติทางการเงิน รวมถึงสินเชื่อบางประเภทจะต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งกลุ่มร้านค้า และคนขับมอเตอร์ไซด์จะไม่มีข้อมูลในส่วนดังกล่าว

จากปัญหาดังกล่าว ทำให้บริษัทเล็งเห็นช่องทางดังกล่าว และนำข้อมูลที่กลุ่มคนขับ หรือร้านอาหาร สามารถนำข้อมูลยอดขายผ่านแพลตฟอร์มของบแกรบ เรตติ้งร้านค้า มาเป็นเครดิตเพื่อใช้ประเมินการให้สินเชื่อได้ ซึ่งข้อมูลที่ได้จะนำมาใช้ในการเสนอการให้บริการสินเชื่อประเภทต่างๆให้คนขับ และร้านอาหาร

นายวรฉัตร กล่าวว่า ส่วนการรักษาความลับของลูกค้านั้น ยืนยันว่า ปัจจุบัน บริษัทมีแนวทางการเก็บข้อมูลของร้านค้า ลูกค้า หรือผู้ซื้อ คนขับไว้อย่างปลอดภัย และไม่มีใครสามารถเข้าถึงบริการของข้อมูลชุดนี้ได้ แม้แต่บริษัทในเครือ เพราะจะต้องได้รับการยินยอมจากลูกค้าเป็นรายๆไป ส่วนกรณีที่มีข่าวเรื่องการถูกเจาะข้อมูลจากแพลตฟอร์มนั้น มองว่า เป็นสิ่งที่น่ากังวล เพราะหากแพลตฟอร์มไม่สามารถดูแลหรือรักษาข้อมูลได้อย่างถูกวิธีก็จะทำให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลได้ แต่สำหรับแกรบนั้น ยืนยันว่า ข้อมูลของลูกค้าไม่มีการรั่วไหล และปลอดภัย เป็นความลับแน่นอน

นางสาวมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea Group (ประเทศไทย) กล่าวว่า ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ขายบนช้อปปี้จะเป็นตั้งแต่ระดับรายย่อย รายขนาดกลางและรายเล็ก ทำให้มีความยากในการเข้าถึงบริการทางการเงินในรูปแบบของสินเชื่อ เนื่องจากไม่มีหลักฐานรายการเดินบัญชี (Statement) ดังนั้น ช้อปปี้จึงได้มีแนวคิดในการใช้ข้อมูลต่างๆ ตั้งแต่เริ่มขายของ พฤติกรรมการขายของบนช้อปปี้แพลตฟอร์ฒเป็นอย่างไร เพื่อเก็บข้อมูลและนำมาวิเคราะห์เป็นเครดิตสกอริ่ง และวิเคราะห์การให้สินเชื่อกับผู้ขายบนแพลตฟอร์มช้อปปี้

เช่นเดียวกับผู้ซื้อ โดยเห็นการขอสินเชื่อระยะสั้น โดยเฉพาะในช่วงโควิดขึ้นมา ซึ่งอาจเกิดการขาดสภาพคล่อง รายได้ที่อาจจะน้อยลง ดังนั้นการที่จะซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน อาจต้องการสินเชื่อระยะสั้น ดังนั้นช้อปปี้จึงใช้พฤติกรรมการซื้อของ วิธีการชำระเงิน มาทำการวิเคราะห์ในการปล่อยสินเชื่อให้ผู้ซื้อเช่นกัน

ทั้งนี้ การให้บริการดังกล่าวนั้น ถือเป็นการสนับสนุนให้กับผู้ซื้อและผู้ขายที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงิน สินเชื่อในรูปแบบปกติได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานตามที่สถาบันการเงินต้องการ จึงใช้เดต้าบนแพลตฟอร์มของบริษัทมาตอบสนองความต้องการการเข้าถึงบริการทางการเงินเพิ่มเติมได้

นางสาวมณีรัตน์ กล่าวว่า สำหรับข้อมูลของลูกค้าถือเป็นความลับ เป็นเป็นสินทรัพย์ของบริษัท ที่ใช้สำหรับการต่อยอด การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ หรือ บริการที่เหมาะสมให้กับลูกค้าเท่านั้น และไม่มีใครสามารถเข้าถึงหรืออ่านข้อมูลเดต้าดังกล่าวได้ นอกจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหน้าที่ดังกล่าวเท่านั้น จึงยืนยันถึงความปลอดภัยได้ แต่อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาอาจเห็นประชาชน หรือผู้ใช้บริการ โดนแฮกข้อมูล โดยการขอ OTP ซึ่งหากลูกค้ารู้ไม่เท่าทันให้ข้อมูลดังกล่าวไป ระบบไม่ว่าจะดีแค่ไหนก็ตาม ก็สามารถเกิดการรั่วไหลของข้อมูลได้เช่นกัน ดังนั้นเรื่องนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และให้ความรู้กับประชาชนให้เกิดความเข้าใจ และเข้าถึงการบริการทางการเงินได้อย่างรู้เท่าทันด้วย

รายงาน   โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์ เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข 
                อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...