โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมธนารักษ์เตรียมปรับราคาประเมินที่ดินใหม่ ขยับใกล้ราคาตลาด เริ่ม 1 ม.ค. 70

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ก.พ. เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 07 ก.พ. เวลา 03.13 น.

กรมธนารักษ์ ประกาศแผนปี 69 เตรียมปรับราคาประเมินที่ดินใหม่ในเดือน ธ.ค. 69 เริ่มบังคับใช้ปี 70 เน้นที่ดินเกษตร-ที่อยู่อาศัย ให้ห่างจากราคาตลาดไม่เกิน 20%

7 ก.พ. 2569 นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในปี 2569 กรทธนารักษ์จะเร่งศึกษาการปรับราคาประเมินที่ดิน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ และใกล้เคียงกับราคาขายตลาดของ ไม่เกิน 20% จากปัจจุบันแตกต่างกัน 30-40% โดยจะเริ่มจากราคาที่ดินเพื่อการเกษตรและที่อยู่อาศัย ซึ่งแต่ละจังหวัดจะต้องไปทำราคาประเมินเพื่อส่งมายังทางกรมธนารักษ์ เพื่อประกาศราคาประเมินใหม่ภายในเดือน ธ.ค. 2569 และบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2570 เป็นต้นไป

ทั้งนี้เป็นไปตามรอบของการปรับราคาประเมินที่ดินทุกๆ 4 ปี ส่วนที่ดินเพื่อการพาณิชย์ มีการปรับทุก 3 ปี

“ราคาที่ดินที่จะปรับขึ้นนั้นแต่ละจังหวัดจะไม่เท่ากัน เพราะต้องพิจารณาตามสภาพเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่ด้วย”

สำหรับราคาประเมินทีดินปัจจุบันจะครบกำหนด 4 ปี ในสิ้นปี 2569 อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นราคาประเมินที่ดิน ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบและเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยคาดว่าภายในเดือนส.ค.2569 นี้จะมีความชัดเจนและสามารถนำเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาได้ ส่วนจะปรับขึ้นเท่าใดนั้นขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป

“การปรับราคาประเมินที่ดินต้องดูตามสภาพเศรษฐกิจ รายภูมิภาคจะปรับขึ้นได้หรือไม่ต้องรอผลการศึกษาก่อน และอาจจะปรับเป็นรายแปลงได้ ราคาที่ดินที่ถูกที่สุดอยู่ที่อมก๋อย อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ตารางวาละ 28 บาท ส่วนราคาที่ดินที่แพงสุด 1 ล้านบาทต่อตารางวา อยู่ที่ ถนนเพลินจิต และถนนวิทยุ”

นอกจากนี้ยังจะนำที่ดินที่ราชพัสดุที่ส่วนราชการไม่ได้ใช้ประโยชน์และเป็นที่ดินที่ยึดทรัพย์รวม 41 แปลง นำมา นำมาเปิดประมูลเพื่อเปิดให้เช่า และหากยังไม่มีการเช่า จะนำออกจำหน่ายขายขาด เพื่อสร้างรายได้ให้กับกรมธนารักษ์

นายอัครุตม์ เปิดเผยว่า การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2569 มั่นใจว่าจะจัดเก็บได้เกินเป้าหมาย 20% เนื่องจาก ในช่วง 4 เดือน ของปีงบประมาณ2569 (ต.ค.68-ม.ค.2569) จัดเก็บได้ 8 ,059 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายการจัดเก็บรายได้ ปี 2569 อยู่ที่ 13,000 ล้านบาท

สำหรับปัญหาที่ดินหมอชิตเก่า ติดถนนพหลโยธิน ขณะนี้ได้ข้อยุติแล้วว่าจะไม่มีการสร้างหรือย้ายหมอชิตกลับมาและอยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียดของสัญญา และการดำเนินการคาดว่าจะเจรจาแล้วเสร็จภายในเดือนก.ย.2569 ซึ่งหากมีการเจรจาสัญญาแล้ว กรมธนารักษ์จะได้รับเงินจากการทำสัญญาล่วงหน้า 300 ล้านบาท

ส่วนปัญหาการบุกรุกที่ดินของราชพัสดุ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้จัดทำโครงการธนารักษ์เอื้อราษฎร์สัญญาเช่าที่ดิน พลิกชีวิตได้แจกสัญญาไปแล้วจำนวนมากแล้ว เหลืออีก 24,388 ราย จะครบ 140,200 ราย คาดว่าจะดำเนินการเซ็นสัญญาให้ครบภายในปี2573

สำหรับการจำหน่ายเหรียญกษาปณ์ อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด เพื่อปรับยุทธศาสตร์การผลิตเหรียญ เนื่องจากปัจจุบันคนหันไปใช้ QR Code ในการชำระสินค้าแทนการใช้เหรียญมากยิ่งขึ้น ทำให้กรมธนารักษ์ต้องปรับวิธีการทำงานใหม่ ซึ่งอาจจะต้องปรับเปลี่ยนการ การผลิตเป็นเหรียญที่ระลึกมากเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้กับกรมธนารักษ์

นอกจากนี้ยังจะเร่งสำรวจที่ดินราชพัสดุทั้งหมด ที่ส่วนราชการนำไปใช้ แต่ไม่มีการใช้งาน ปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า กรมธารักษ์จะขอนำกลับมาใช้งาน มาพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับกรมธนารักษ์ ซึ่งกรมธนารักษ์ มีที่ดินราชพัสดุทั้งหมด 321 ล้านไร่

ขณะเดียวกันจะเร่งจัดทำข้อมูลที่ราชพัสดุให้ทันสมัย เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน สามารถใช้บริการค้นหาทำเล ราคาประเมินที่ดิน ผ่านระบบออนไลน์ได้

สำหรับโครงการ "ที่พักอาศัยผู้สูงอายุ รามาฯ-ธนารักษ์" (Senior Complex) บนที่ดินราชพัสดุ จ.สมุทรปราการ เป็นโครงการพักอาศัยระยะยาว 30 ปี ร่วมกับรพ.รามาธิบดี เน้นดูแลผู้สูงอายุที่ดูแลตนเองได้ในเร็วๆ นี้ จะเข้าหารือกับทางผู้บริหารโรงพยาบาลรามาฯ เพื่อหาแนวทางการดำเนินงานว่าจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ในส่วนของการขายห้องชุดนั้นกรมธนารักษ์ได้ขายไปหมดแล้ว

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...