โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลัง ยังไม่ออกพ.ร.บ.ค้ำกู้กองทุนน้ำมัน ชี้ลดภาษีสรรพสามิตเป็นมาตรการสุดท้าย

PostToday

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 00.25 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 07.17 น.

ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวน และเริ่มส่งสัญญาณผ่านราคาหน้าปั๊มในหลายประเทศ หลายฝ่ายจับตาว่ารัฐบาลไทยอาจต้องออกมาตรการพิเศษเพื่อพยุงราคาพลังงาน โดยเฉพาะการออกกฎหมายหรือ พ.ร.บ. เพื่อผ่อนผันให้กระทรวงการคลังสามารถเข้าค้ำประกันการกู้เงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในขณะนี้กระทรวงการคลังและกระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินจังหวะและเงื่อนไขในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการพิจารณาจุดที่จะต้องดำเนินการกู้เงิน และรูปแบบการกู้ที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงการคลังยังไม่มีการออกกฎหมาย หรือ พ.ร.บ. ผ่อนผันเพื่อให้กระทรวงการคลังเข้าค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจากกองทุนยังมีศักยภาพในการบริหารจัดการสภาพคล่องของตนเอง โดยปัจจุบันยังมีวงเงินที่สามารถกู้ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งการค้ำประกันจากรัฐบาลอยู่อีกประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถรองรับสถานการณ์ได้อีกระยะหนึ่ง

นายลวรณกล่าวว่า หากมีการดำเนินการให้รัฐบาลเข้าค้ำประกันเงินกู้ตามกฎหมาย วงเงินกู้ดังกล่าวจะต้องถูกนับเป็นหนี้สาธารณะทันที ดังนั้นในระยะนี้จึงยังคงใช้กลไกหลักผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการบริหารจัดการราคาพลังงาน แม้ว่ากองทุนจะมีภาระติดลบเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

กระทรวงการคลังได้วางลำดับมาตรการช่วยเหลือประชาชนไว้เป็นขั้นตอน โดยจะเริ่มจากการใช้กลไกภายในของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเป็นการให้กองทุนกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง ส่วนมาตรการทางภาษี โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะถูกเก็บไว้เป็นมาตรการหรือทางเลือกสุดท้าย

“มาตรการลดภาษีตอนนี้ยังไม่ ยังต้องอยู่บรรทัดสุดท้าย ในบรรดาทางเลือกทั้งหมดที่จะนำมาบริหารจัดการราคาน้ำมัน ซึ่งในขณะนี้กลไกหลักที่ใช้อยู่คือการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการพยุงราคา ซึ่งแม้ว่าจะมีการติดลบอยู่ทุกวันแต่ยังถือว่าจัดการได้"

นอกจากมาตรการด้านการคลังแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการส่งสัญญาณเรื่องการประหยัดพลังงาน โดยนายลวรณมองว่า การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้(10 มี.ค.2569) ออกมาตรการเข้มงวดเป็นเรื่องที่เหมาะสม เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นสะท้อนว่าทุกภาคส่วนควรช่วยกันลดการใช้พลังงาน

ในส่วนของกระทรวงการคลังได้เริ่มดำเนินมาตรการภายใน เช่น การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้สูงขึ้น และส่งเสริมการลดการเดินทาง โดยเฉพาะการประชุมข้ามหน่วยงานให้หันมาใช้ระบบประชุมออนไลน์เป็นหลัก เพื่อลดการใช้น้ำมันอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม การประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมยังต้องรอให้สถานการณ์ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพมากกว่านี้ เนื่องจากปัจจุบันมีความผันผวนสูงมาก เช่น การที่ราคาน้ำมันสวิงจากระดับประมาณ 130 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลงมาเหลือประมาณ 90 เหรียญสหรัฐภายในวันเดียว ทำให้ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจนในขณะนี้

ทั้ง สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 8 มี.ค.2569 ติดลบ 786 ล้านบาท เคยติดลบสูงสุดประมาณ 120,000 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...