โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

G7 ส่งสัญญาณคุมราคาพลังงาน แต่ชี้ยังไม่ถึงเวลาระบายน้ำมันสำรอง ด้าน “ทรัมป์” เล็งผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย

efinanceThai

เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 02.12 น.

G7 ส่งสัญญาณคุมราคาพลังงาน แต่ชี้ยังไม่ถึงเวลาระบายน้ำมันสำรอง ด้าน ทรัมป์ เล็งผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 มี.ค. 69 9:12: น.

รัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศหรือกลุ่ม G7 ระบุว่า พร้อมใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อรับมือการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่ยังไม่ได้ให้คำมั่นว่าจะปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วานนี้ ท่ามกลางสงครามระหว่างสหรัฐฯอิสราเอลกับอิหร่าน ที่ส่งผลต่ออุปทานน้ำมัน

แถลงการณ์หลังการประชุมทางไกลเมื่อวันจันทร์ กลุ่ม G7 ระบุว่าจะติดตามสถานการณ์ในตลาดพลังงานอย่างใกล้ชิด ประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานงานกับพันธมิตรในต่างประเทศเพื่อรักษาเสถียรภาพของอุปทานพลังงาน

ด้านโรลองด์ เลสกูร์ รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประธานการประชุม กล่าวว่า ขณะนี้ทางกลุ่มยังไม่ถึงเวลาปล่อยน้ำมันจากคลังสำรอง แต่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับทบวงทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency - IEA)

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 29% ระหว่างวัน ก่อนจะลดช่วงบวกลง หลังมีรายงานว่า G7 กำลังหารือความเป็นไปได้ในการปล่อยน้ำมันสำรอง หลังสงครามในตะวันออกกลางทำให้ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เช่น ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ลดกำลังการผลิต ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ถูกปิด

เลสกูร์ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนที่กรุงบรัสเซลส์ว่า พัฒนาการในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาได้ทำให้กลุ่มประเทศตัดสินใจที่จะส่งสัญญาณที่ชัดเจนและหนักแน่นต่อตลาดพลังงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย ย้ำว่า ขณะนี้สหรัฐฯ และยุโรปยังไม่มีปัญหาการขาดแคลนอุปทานน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ

G7 ชี้ต้องมีฉันทามติก่อนระบายน้ำมันสำรอง

โดยปกติแล้ว การปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์จะดำเนินการภายใต้การประสานงานของ IEA ซึ่งเข้าร่วมการหารือกับรัฐมนตรีคลังของกลุ่ม G7 ครั้งนี้ด้วย พร้อมกับผู้นำจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), ธนาคารโลก (World Bank) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

ด้านลาร์ส คลิงเบล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี กล่าวว่า กลุ่ม G7 จำเป็นต้องมีฉันทามติเป็นการภายในก่อนดำเนินมาตรการระบายน้ำมันออกจากคลังสำรอง ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม แต่เยอรมนีพร้อมดำเนินการร่วมกันเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

ขณะที่คาร์ลอส กูเอร์โป รัฐมนตรีคลังสเปน ย้ำถึงความสำคัญของการติดตามราคาพลังงานและผลกระทบต่อเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม โจอาคิม มิรันดา ซาร์เมนโต รัฐมนตรีคลังโปรตุเกส ระบุว่า ปัจจุบันไม่ได้เกิดปัญหาขาดแคลนอุปทานน้ำมัน แต่ปัญหาหลักคือ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงในตลาดโลก และควรเก็บน้ำมันสำรองไว้ใช้ในกรณีที่อุปทานขาดแคลนจริง ๆ

สถานการณ์พลังงานในปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในความปั่นป่วนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมัน เนื่องจากประมาณ 20% ของน้ำมันโลกและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์ เล็งผ่อนคลายคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่ามีแผนจะยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย รวมถึงให้กองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมคาดว่าสงครามกับอิหร่านจะยุติลงในอีกไม่ช้า ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองที่เพิ่มขึ้น หลังจากตลาดน้ำมันเผชิญความผันผวนอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ผู้นำสหรัฐฯ มองว่า ความขัดแย้งจะยังไม่ยุติลงภายในสัปดาห์นี้ แต่ยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารคืบหน้าเร็วกว่ากำหนด พร้อมพยายามสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนที่กังวลมากขึ้นเกี่ยวกับราคาพลังงาน นอกจากนี้ ยังเตือนว่าจะเพิ่มระดับการโจมตีทางอากาศให้หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม หากอิหร่านพยายามขัดขวางการส่งออกน้ำมัน พร้อมกับประกาศแผนผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร

ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวที่รีสอร์ตในรัฐฟลอริดาว่า เรากำลังพยายามรักษาราคาน้ำมันไม่ให้สูงเกินไป ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างผิดปกติจากเหตุการณ์ครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนดังกล่าว นอกจากระบุว่า ได้หารือประเด็นนี้กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียทางโทรศัพท์ในช่วงเช้าวันเดียวกัน ซึ่งปัจจุบัน รัสเซียยังคงเผชิญมาตรการคว่ำบาตรรายได้จากน้ำมัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระหว่างประเทศในการจำกัดแหล่งเงินทุนของรัสเซียสำหรับการทำสงครามในยูเครน

ทรัมป์กำลังพิจารณามาตรการหลายทางเลือกเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันและน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูงขึ้น หลังเกิดสงครามกับอิหร่าน โดยแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าวระบุว่า แนวทางที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอาจรวมถึงการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน, การระงับการจัดเก็บภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงของรัฐบาลชั่วคราว ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส และ การให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมัน

ด้าน สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เคยระบุก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐฯ อาจผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซียเพิ่มเติม หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลได้ดำเนินมาตรการชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้โรงกลั่นน้ำมันในอินเดียสามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้มากขึ้น

ชี้ปฏิบัติการทหารใกล้บรรลุเป้าหมาย ส่งสัญญาณอาจยุติสงครามในอีกไม่ช้า

ถ้อยแถลงของทรัมป์ล่าสุดยังสะท้อนท่าทีใหม่ของทำเนียบขาว ที่เริ่มส่งสัญญาณว่า อาจยุติการสู้รบในไม่ช้า ทรัมป์กล่าวว่า เรากำลังร่วมกับพันธมิตรอย่างอิสราเอล บดขยี้ศัตรู ด้วยศักยภาพด้านเทคโนโลยีและกำลังทางทหารที่ล้นเหลือ

ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในอิฟหร่านไปแล้วกว่า 5,000 จุด พร้อมอ้างว่าขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านลดลงเหลือเพียง 10% ขณะที่การปล่อยโดรนจากอิหร่านลดลง 83% เรียกได้ว่า เป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ เกือบจะบรรลุทั้งหมดแล้ว และยังระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้จมเรือของอิหร่านไปแล้วมากกว่า 50 ลำ แต่เตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ สหรัฐฯ อาจขยายการโจมตีไปยังเป้าหมายสำคัญเพิ่มเติม รวมถึงโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตไฟฟ้าของอิหร่านด้วย

ตลาดน้ำมันผันผวนหนัก พุ่งสูงสุดรอบ 3 ปี ก่อนดิ่งหลังทรัมป์หารือปูติน

ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 7% ในวันจันทร์ (9 มี.ค.) ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังซาอุดีอาระเบียและประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นในกลุ่มโอเปกปรับลดกำลังการผลิต ท่ามกลางสงครามที่ขยายตัวระหว่างสหรัฐฯอิสราเอลกับอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม หลังปิดตลาดไม่นาน ราคาน้ำมันพลิกติดลบ หลังการหารือระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับผู้นำรัสเซีย โดยราคาน้ำมันปรับตัวลดลงต่อเนื่องมากกว่า 5% ในการซื้อขายหลังปิดตตลาด ก่อนหน้านั้น ปูตินระบุว่า รัสเซียพร้อมจัดหาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติให้กับยุโรป หากจำเป็น

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 94.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.87 ดอลลาร์ หรือ 4.3%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 98.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 6.27 ดอลลาร์ หรือ 6.8%

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 29% ในระหว่างวัน ก่อนปิดตลาดย่อตัวลงมาอยู่ที่ราว 7% โดยราคาปิดดังกล่าวยังเป็นระดับสูงสุดของทั้งสองสัญญานับตั้งแต่เดือนส.ค. 2022 นอกจากนี้ ยังเพิ่มขึ้นมากกว่า 35% นับตั้งแต่สงครามกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น

ที่มา Reuters,Bloomberg(1)และ (2)

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...