โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดฉากฟันทุนต่างชาติ ‘ฮุบทั้งสวน’ นอมินียึดตลาดมะพร้าวไทย

เดลินิวส์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
เมื่อผลไม้ที่ควรจะเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเกษตรกร ถูกกลุ่มทุนข้ามชาติ “เอื้อมมือ” เข้ามา “เด็ด” กินจนถึงราก ด้วยยุทธวิธี “กินรวบทั้งห่วงโซ่อุปทาน” ที่ออกแบบมาเพื่อปิดประตูตายไม่ให้คนไทยมีที่ยืน

เริ่มตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ใช้วิธีเช่าที่ดินระยะยาวฮุบสวนมะพร้าวไว้ในมือ เพื่อคุมผลผลิต คืบคลานสู่ “กลางน้ำ” ด้วยการตั้ง “ล้งนอมินี” บังหน้า กดราคารับซื้อตามใจชอบ และเบ็ดเสร็จที่ “ปลายน้ำ” ส่งออกผ่านเครือข่ายตัวเองในต่างประเทศ

“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามเบื้องหลังปฏิบัติการปอกเปลือกนอมินี หลัง กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เริ่มเช็กบิล 6 ล้งมะพร้าวนอมินีจีน กับ พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. เผยว่า การสืบสวนเริ่มต้นจากเบาะแสของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และข้อมูลร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ นำไปสู่การขอหมายเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 8 จุด พื้นที่ จ.ราชบุรี

จากข้อมูลหลักฐานเบื้องต้นพบข้อบ่งชี้บุคคลที่เป็น “ตัวการใหญ่” มีอำนาจสั่งการและควบคุมธุรกิจทั้งหมด สาเหตุที่เจ้าหน้าที่เริ่ม “เอะใจ” ว่ามีการใช้ “นอมินี” บังหน้า เพราะพบความผิดปกติในข้อมูลการจดทะเบียนบริษัท จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ทั้งโครงสร้างผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท รวมถึงเอกสารที่ตรวจยึดได้จากการตรวจค้น สะท้อนว่ากลุ่มล้งมะพร้าวดังกล่าวดำเนินการในลักษณะนี้มานานหลายปีแล้ว

สำหรับบุคคลสัญชาติไทยที่เข้าไปมีชื่อถือหุ้น หรือเป็นกรรมการบริษัท แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มที่รู้เห็นเจตนา ว่าชื่อของตนจะถูกนำไปใช้จัดตั้งบริษัท โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือน

2.กลุ่มที่ถูกหลอกใช้ชื่อ โดยไม่ทราบว่าจะถูกนำไปใช้จดทะเบียนบริษัท

3.กลุ่มที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ นำเอกสารส่วนตัวไปให้บุคคลใกล้ชิด หรือเพื่อนใช้จัดตั้งบริษัท

ปัจจุบันตำรวจมีข้อมูลเครือข่ายล้งมะพร้าวในทุกจังหวัดที่มีการปลูกมะพร้าวน้ำหอม แต่ยังไม่พบกลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวข้องกับล้งผลไม้ชนิดอื่น ส่วนเงินทุนหมุนเวียนเครือข่ายคาดว่ามีจำนวนสูง เพราะแค่ทุนจดทะเบียนของกลุ่มบริษัทที่ตรวจพบก็มีมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท ขณะนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยนำเลขทะเบียนนิติบุคคลไปตรวจสอบการเคลื่อนไหวเพิ่มเติม

“พฤติการณ์ของกลุ่มนี้ถือเป็นการแทรกแซงกลไกตลาดมะพร้าวอย่างชัดเจน เพราะเข้าไปผูกขาดตั้งแต่การรับซื้อ การกำหนดราคา ไปจนถึงการส่งออก ทำให้กลไกการค้าบิดเบือนจากสภาพปกติ”

จากการตรวจค้น พ.ต.อ.จำนาญ พบพฤติกรรมการโอนเงินจากล้งมะพร้าวแต่ละแห่งไปยังบริษัทแม่โดยตรง ที่มีนายทุนสัญชาติจีนเป็นผู้มีอำนาจสั่งการรับซื้อ กำหนดราคา และบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ทั้งหมด ขณะที่คนไทยทำหน้าที่เพียง “ตัวแทนบังหน้า” เพื่อให้ธุรกิจดูเหมือนเป็นกิจการของคนไทย

อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบงบการเงินย้อนหลังยังพบความผิดปกติ เพราะบริษัทรายงานผลประกอบการเป็น “ขาดทุน” ต่อเนื่องทุกปี สวนทางตัวเลขรายได้ที่กลับเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เข้าข่ายใช้ช่องว่างทางกฎหมายและการจัดทำบัญชีเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่เสียภาษีอย่างถูกต้อง ทั้งยังเป็นการครอบงำธุรกิจที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทย ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและกลไกการค้าของประเทศอย่างรุนแรง

การสืบสวนยังพบว่าเครือข่ายนายทุนดังกล่าวดำเนินธุรกิจในลักษณะเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ และเชื่อว่าเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้ว จึงสามารถสร้างโครงสร้างธุรกิจและเครือข่ายได้กว้างขวางเช่นนี้

พ.ต.อ.จำนาญ ระบุ รูปแบบการดำเนินธุรกิจที่มีลักษณะกินรวบทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ กลายเป็นสามารถควบคุมห่วงโซ่ธุรกิจทั้งหมด ทำให้นายทุนต่างชาติมีอำนาจผูกขาดการกำหนดราคา จากหลักฐานมีการกดราคารับซื้อหน้าสวนจากเกษตรกรไทยเหลือเพียงลูกละ 2-5 บาท แต่นำไปแปรรูปและส่งออก โดยเฉพาะที่จีนราคาลูกละ 35-50 บาท “ส่วนต่าง” กำไรมหาศาลจะถูกโอนกลับไปยังเครือข่ายนายทุนต่างชาติ

“พฤติการณ์ดังกล่าวไม่เพียงส่งผลให้เกษตรกรไทยเสียเปรียบในการค้าขาย แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคามะพร้าวหน้าสวนทั่วประเทศตกต่ำและสูญเสียเสถียรภาพของตลาด” พ.ต.อ.จำนาญ กล่าว

ในจำนวน 8 เป้าหมาย มี 6 บริษัท พบเข้าข่ายกระทำผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตามบัญชีท้ายบัญชีหนึ่ง ข้อ 2 เกี่ยวกับการทำนา ทำไร่ หรือทำสวน และบัญชีสาม ข้อ 13, 14 และ 15 ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผลิตผลทางการเกษตร รวมถึงการค้าปลีกและค้าส่ง มีผู้ร่วมกระทำความผิด 17 ราย (คนไทย 10 ราย ต่างชาติ 7 ราย)

น่าจับตาปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” อาจไม่ได้เพียงทลายล้งมะพร้าวผิดกฎหมายไม่กี่แห่ง แต่ยังเป็นการเปิดโปงโครงสร้างธุรกิจที่ถูกออกแบบอย่างเป็นระบบ ให้ทุนต่างชาติสามารถแทรกซึม ครอบงำตลาดผลไม้ไทยทั้งวงจร จนกลไกตลาดบิดเบี้ยว กำไรไหลไปอยู่ในมือทุนต่างชาติ

สิ่งสำคัญเรื่องนี้จึงไม่ได้หยุดแค่ ใครอยู่เบื้องหลัง แต่รวมถึงข้อสงสัยเครือข่ายลักษณะเดียวกันนี้แผ่กิ่งก้าน “ฝังรากลึก” อยู่ในห่วงโซ่ไปแล้วมากแค่ไหน เพราะหากปล่อยให้กลไกถูกครอบงำโดยทุนเหล่านี้ต่อไป สักวัน “ผลไม้เศรษฐกิจของไทย” อาจไม่ใช่ของคนไทยอีกต่อไป…ก็เป็นได้.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...