โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TOA ยกระดับ SuperShield นวัตกรรมสีสะท้อนความร้อนสูงถึง 99.2% ลดร้อน ลดค่าไฟ คืนทุนค่าสีในครึ่งปี

TODAY

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 11.24 น. • TODAY

“ความร้อนที่เราปล่อยให้เข้าสู่ตัวบ้าน คือภาระค่าไฟที่เพิ่มขึ้นในบิลทุกเดือน”

ทุกครั้งที่ค่าไฟพุ่งขึ้นในหน้าร้อน เรามักมองไปที่เครื่องปรับอากาศก่อนเป็นอันดับแรก จะปิดก็ร้อน จะเปิดก็เปลืองไฟ จนกลายเป็นภาระหลักของครัวเรือนโดยปริยาย

แต่ในขณะที่เราพยายามจัดการกับปลายเหตุอย่างเครื่องปรับอากาศ ความร้อนจำนวนมากกลับเข้าสู่บ้านตั้งแต่ต้นทาง ผ่านผนังที่รับแดดเต็ม ๆ ตลอดทั้งวัน

ผนังภายนอกไม่ได้เป็นเพียงเปลือกหุ้มบ้าน หากแต่ทำหน้าที่เหมือนแผ่นสะสมพลังงานความร้อน ก่อนจะค่อย ๆ ถ่ายทอดเข้าสู่ภายใน แม้หลังพระอาทิตย์ตก อุณหภูมิที่กักเก็บไว้ก็ยังไม่หายไปไหน และส่งต่อภาระให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้นโดยอัตโนมัติ

คำถามจึงไม่ใช่แค่จะเลือกเครื่องปรับอากาศแบบไหนให้ประหยัดขึ้น แต่อาจเป็นว่าเราจะลดความร้อนตั้งแต่ก่อนที่มันจะเข้าบ้านได้อย่างไร

และตรงนี้เองที่ “สีทาบ้าน” ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเพียงเรื่องของความสวยงามและความทนทาน เริ่มมีบทบาทมากกว่าที่คิด ในฐานะอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญของการลดภาระค่าไฟในระยะยาว

[ เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนผนังบ้านให้กลายเป็นเกราะกันความร้อน ]

เมื่ออุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญและภาวะโลกร้อน ความร้อนไม่ได้เป็นเพียงความไม่สบายกายอย่างเดียวอีกต่อไป แต่กำลังสะท้อนอยู่ในบิลค่าไฟของทุกครัวเรือน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่ระบบปรับอากาศอาจใช้พลังงานสูงถึง 50-60% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในบ้านพักอาศัย

สำหรับ จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOAนี่คือโจทย์สำคัญที่ไม่ใช่เพียงจะทำอย่างไรให้บ้านทนแดดทนฝนได้ดีขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้บ้านช่วยลดภาระการใช้พลังงานตั้งแต่ต้นทาง

SuperShield ในวันนี้จึงไม่ได้ถูกพูดถึงในฐานะสีที่ทนทานต่อสภาพอากาศเพียงอย่างเดียว แม้จะผ่านการทดสอบ QUV ถึง 7,000 ชั่วโมง ซึ่งมากกว่ามาตรฐาน มอก. ถึง 7 เท่า และได้รับการพิสูจน์จากการใช้งานจริงในโครงการอาคารสำคัญทั่วประเทศ จากการใช้งานมายาวนานกว่า 20 ปี หากแต่ถูกพัฒนาไปอีกขั้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาวิกฤตโลกร้อน และช่วยลดอุณหภูมิในบ้าน เพื่อลดภาระค่าไฟ

แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านนวัตกรรม Triple Technology ที่ผสาน Nano Titanium, Barium และ Silica Aerogel เข้าด้วยกัน โดย Barium ช่วยสะท้อนรังสีความร้อนจากแสงแดดได้สูงสุดถึง 99.2% และคายความร้อนออกจากผนังได้สูงถึง 90% ขณะที่ Silica Aerogel ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน ลดการนำพาความร้อนเข้าสู่โครงสร้างภายใน และเป็นส่วนประกอบที่ SuperShield มีเพียงรายเดียวในประเทศไทย\

เทคโนโลยีนี้ได้รับการทดสอบเชิงวิชาการร่วมกับ ผศ.ดร.พัฒนะ รักความสุข จากคณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยใช้โปรแกรมจำลองพลังงาน EnergyPlus ซึ่งพัฒนาโดยกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา จำลองบ้านพักอาศัยขนาด 220 ตารางเมตร มีผู้อยู่อาศัย 4 คน เปิดเครื่องปรับอากาศเฉลี่ย 13 ชั่วโมงต่อวัน และมีพื้นที่ทาสีประมาณ 244 ตารางเมตร ผลการศึกษาพบว่าสามารถลดอุณหภูมิภายในบ้านได้สูงสุด 8.1 องศาเซลเซียส และช่วยลดค่าไฟได้สูงสุด 38.3% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 13,700 บาทต่อปี

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า การจัดการพลังงานของบ้าน เริ่มต้นได้ตั้งแต่ผนังบ้าน ก่อนที่ความร้อนจะถูกสะสมและส่งต่อภาระไปยังเครื่องปรับอากาศ

ในมุมมองของจตุภัทร์เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคอย่างชัดเจนว่า วันนี้ผู้บริโภคไม่ได้มองหาสีที่ทนทานเพียงอย่างเดียว แต่กำลังมองหาความคุ้มค่าที่จับต้องได้มากขึ้น

ความท้าทายจึงไม่ใช่แค่การพัฒนาเทคโนโลยี แต่คือการทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่า SuperShield แตกต่างอย่างไร ไม่ใช่แค่ทนกว่า แต่ช่วยลดความร้อนได้ดีกว่า และช่วยประหยัดไฟได้จริง อาจช่วยคืนทุนค่าสีได้ภายในระยะเวลาครึ่งปี

[ เมื่อพรีเซนเตอร์กลายคือผู้ใช้จริง สู่พลังสำคัญในการสื่อสารแบรนด์ ]

อีกหนึ่งหมากสำคัญของ SuperShield คือการเลือก “ตูน บอดี้สแลม” พร้อมครอบครัว มาเป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของศิลปินดังที่รับงานพรีเซนเตอร์ในนามครอบครัวทั้งบ้าน สะท้อนแนวคิดของแบรนด์ที่มองว่า “บ้าน” ไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง แต่คือพื้นที่ของคนที่เรารัก

สำหรับตูน บอดี้สแลมบ้านที่จังหวัดภูเก็ตคือบ้านในฝันที่ตั้งใจสร้างขึ้น แต่ด้วยทำเลที่ต้องเผชิญทั้งฝนตกหนัก แดดจัด และลมทะเลตลอดปี บ้านจึงปะทะสภาพอากาศโดยตรง ไม่มีสิ่งใดมาบังแสงแดดหรือความชื้นจากทะเล การเลือกสีทาบ้านจึงไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการลงทุนระยะยาว

เขาเลือกใช้ SuperShield เพราะต้องการสีที่ทนทานจริง ดูแลบ้านได้ยาวนาน และมั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะผ่านกี่แดด กี่ฝน กี่ร้อน หรือกี่หนาว บ้านก็ยังได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุด การที่พรีเซนเตอร์เป็นผู้ใช้จริง ทำให้การสื่อสารมีน้ำหนักและความจริงใจมากกว่าการโฆษณาทั่วไป

ในมุมของผู้บริหาร จตุภัทร์อธิบายว่า การเลือกตูน บอดี้สแลม ไม่ได้มองเพียงความมีชื่อเสียง แต่เป็นการมองความครอบคลุมของกลุ่มเป้าหมาย ตูนเป็นบุคคลที่มีภาพลักษณ์ดี เป็นที่ยอมรับทั้งในกลุ่มเจ้าของบ้านและกลุ่มช่างสีหรือผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ในภาคปฏิบัติจริง

ยิ่งไปกว่านั้น บ้านของตูนที่อยู่ห่างทะเลไม่ถึง 1 กิโลเมตร ยังเปรียบเสมือนบทพิสูจน์ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ เพราะต้องเผชิญทั้งลมทะเล ความชื้น และแสงแดดโดยตรง การที่เจ้าของบ้านตัวจริงออกมาพูดถึงสิ่งที่ตนเองใช้กับครอบครัว จึงสร้างความน่าเชื่อถือได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน SuperShield ยังวางกลยุทธ์การสื่อสารแบบ 2 มิติ ทั้งด้าน Functional และ Emotional ด้านแรกคือการสื่อสารด้วยข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ งานวิจัย และผลการทดลองที่มีตัวเลขรองรับจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพสินค้า ส่วนด้าน Emotional คือการใช้พรีเซนเตอร์ ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจตัวตนของสินค้าได้รวดเร็วและเชื่อมโยงกับคุณค่าของบ้านในเชิงความรู้สึก

ฝั่งหน้าร้านขายสินค้า ยังมีการสนับสนุนด้วยสื่อ POSM เช่น สแตนดี้ โปสเตอร์ และค่า Incentive สำหรับพนักงานขาย เพื่อกระตุ้นการปิดการขาย

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่ากลยุทธ์ของ SuperShield ไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างการรับรู้ของแบรนด์เท่านั้น แต่เป็นการสื่อสารที่เชื่อมโยงตั้งแต่เรื่องประสิทธิภาพของสินค้า ไปจนถึงประสบการณ์การใช้งานจริงของผู้บริโภค พร้อมต่อยอดไปสู่การตัดสินใจซื้อในหน้าร้าน

[ ก้าวสำคัญของ TOA สู่ Net Zero ภายในปี 2593 ]

ในอีกมิติหนึ่ง ความสำเร็จของ SuperShield ไม่ได้ถูกพูดถึงเพียงในแง่ของประสิทธิภาพการปกป้องบ้านเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงไปสู่ทิศทางการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนของ TOA ด้วย

ปัจจุบัน SuperShield เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากล อาทิ ฉลาก CFR (Carbon Footprint Reduction) หรือฉลากลดโลกร้อน ซึ่งรับรองว่ากระบวนการผลิตและวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม

ล่าสุด TOA ยังยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยไปอีกขั้น ด้วยการเป็นรายแรกของประเทศที่ได้รับฉลาก EPD (Environmental Product Declaration) ซึ่งครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สีอย่างเป็นระบบและครบวงจรที่สุด ฉลากดังกล่าวเป็นมาตรฐานสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 3 ตามมาตรฐาน ISO 14025 ที่เปิดเผยข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง ไปจนถึงการกำจัดซากผลิตภัณฑ์ โดยมีการวัดผลเชิงปริมาณที่ชัดเจน

ก้าวสำคัญนี้จึงไม่เพียงสะท้อนความพยายามของบริษัทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนองค์กรตามพันธกิจ TOA 7-GREEN Mission เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องของ “สีทาบ้าน” อาจดูเป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ ของการสร้างบ้าน แต่ในยุคที่อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและพลังงานมีต้นทุนมากขึ้น รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้กลับกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งความสบายในการอยู่อาศัยและค่าไฟที่ต้องจ่ายในระยะยาว

ในมุมของ TOA การพัฒนา SuperShield อย่างต่อเนื่อง จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันในตลาดสีทาอาคารเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการปรับตัวของอุตสาหกรรมสีต่อความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศของโลก ที่ต้องพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อให้การใช้พลังงานมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...