ชาวระแงะรวมตัวละหมาดฮายัตขอสันติสุขบังเกิดในพื้นที่ชายแดนใต้
(16 ม.ค. 69) จากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน 11 จุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและสร้างความหวาดวิตกให้กับประชาชน
.
ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เต็มไปด้วยความขลังและพลังแห่งศรัทธา เมื่อคลื่นมหาชนซึ่งประกอบด้วยผู้นำศาสนา 61 มัสยิด ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่อำเภอระแงะกว่า 500 คน พร้อมใจกันประกอบพิธีละหมาดฮายัต ภายใต้การนำของ นายกูนุรดิน สุริยะสุนทร โต๊ะอีหม่ามมัสยิดตันหยงมัส
.
เพื่อร่วมกันประกอบพิธี “ละหมาดฮายัต” และขอพร (ดุอาอ์) ต่อองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ขอความสันติสุขเกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อวิงวอนขอให้พระผู้เป็นเจ้าประทานความสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่ คุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนผู้บริสุทธิ์ให้พ้นจากภัยอันตราย และขอให้ผู้ที่ยังหลงผิดหยุดการใช้ความรุนแรงที่ทำลายความร่มเย็นของบ้านเกิด
.
โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้นท่ามกลางร่องรอยความเสียหายจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน 11 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงปั๊มน้ำมันจุดนี้ด้วย โดยชาวบ้านระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดกลัวและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในชุมชนอย่างรุนแรง
.
นอกจากการละหมาดแล้ว กลุ่มมวลชนยังได้ร่วมกันชูป้ายข้อความแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน เช่น “คืนความสุขให้ชาวระแงะ”, “หยุดทำร้าย หยุดทำลาย ขอพื้นที่ส่งสุข”, และ “ความรุนแรงไม่ใช่ทางออก” เพื่อสื่อสารถึงผู้ก่อเหตุและสังคมภายนอก
.
น.ส.นูรีสา กอและ ตัวแทนกลุ่มสตรีอำเภอระแงะ กล่าวว่า “เหตุการณ์บึ้มและเผาปั๊มครั้งนี้สร้างความเสียใจและหดหู่ใจให้พวกเราอย่างมาก ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในอำเภอไหนก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นมันมากกว่าแค่ทรัพย์สิน แต่มันคือขวัญและกำลังใจของคนในพื้นที่ เราอยากเห็นทุกคนอยู่ด้วยความสามัคคี เข้าใจบริบทของพื้นที่ และเคารพความเห็นต่าง ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหนหรือศาสนาใด เราทุกคนคือพี่น้องที่อยากเห็นระแงะสงบสุขเหมือนเดิม”
.
แกนนำกลุ่มมวลชนย้ำว่าการออกมารวมตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการท้าทายฝ่ายใด แต่เป็นการแสดงออกถึง “สิทธิพื้นฐาน” ของชาวบ้านที่ต้องการความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยหวังว่าพลังแห่งศรัทธาและการรวมใจกันในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความตระหนักรู้และร่วมกันสอดส่องดูแลพื้นที่ให้กลับมาร่มเย็นในทุกตารางนิ้วอีกครั้ง