โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เศร้า พ่อสัปเหร่อ รับร่างลูกสาว เหยื่อเครนทับรถไฟ จุดธูปตะโกนเรียกลูกกลับบ้าน

Khaosod

อัพเดต 15 ม.ค. เวลา 14.02 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. เวลา 14.02 น.

เศร้า พ่อสัปเหร่อ รับร่างลูกสาว เหยื่อเครนทับรถไฟ จุดธูปตะโกนเรียกลูกกลับบ้าน ท่ามกลางความโศกเศร้าและเสียใจของญาติพี่น้อง

เมื่อเวลา 20.18 น. วันที่ 15 ม.ค.2568 เจ้าหน้าที่นิติเวชของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้เคลื่อนร่างของนางสาวอริชา ผู้เสียชีวิตบนขบวนรถไฟที่ถูกเครนล่วงทับร่างเสียชีวิต มาขึ้นรถของเจ้าหน้าที่กู้ชีพ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติและครอบครัวมารอรับ

ก่อนนำขึ้นรถ นายบุญยืน พ่อของผู้เสียชีวิต ซึ่งมีอาชีพเป็นสัปเหร่อ ได้จุดธูปเปิดทางให้ดวงวิญญาณของลูกสาวกลับบ้านได้ ซึ่งโดยปกติแล้วคนทั่วไปจะจุดธูป 1 ดอกเพื่อบอกกล่าว แต่สำหรับนายบุญยืน เลือกที่จะจุดธูป 9 ดอก เพื่อเปิดทางให้กับลูกสาว โดยให้เหตุผลว่าเป็นวิชาสัปเหร่อที่ร่ำเรียนมา ปกติก็จะจุดธูป 9 ดอกเพื่อเปิดทางแบบนี้เสมอมา และก่อนคุณพ่อจะขึ้นรถยังตะโกนเรียกบอกกล่าวให้ลูกสาวกลับบ้านเรา

สำหรับครอบครัวนี้ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนถล่ม 2 ราย โดยรายแรกคือนางสาวอริชา ส่วนรายที่ 2 เป็นพี่สาวของนางสาวอวิชา โดยศพของพี่สาวจะถูกแยกไปประกอบพิธีทางศาสนาอีกที่หนึ่ง ซึ่งคาดว่าศพน่าจะออกในวันพรุ่งนี้ โดยผู้เสียชีวิตทั้งสองคนกำลังเดินทางไปร่วมงานศพแม่ของสามีที่จ.ศรีสะเกษ แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์นี้ก่อน จึงทำให้บ้านนี้ต้องจัดงานศพไล่เลี่ยกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เศร้า พ่อสัปเหร่อ รับร่างลูกสาว เหยื่อเครนทับรถไฟ จุดธูปตะโกนเรียกลูกกลับบ้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...