ชป.จัดปัจฉิมนิเทศ โครงการน้ำโขง–เลย–ชี–มูล ระยะที่ 1 รับฟังเสียงประชาชน
กรมชลประทาน จัดปัจฉิมนิเทศโครงการบริหารจัดการน้ำโขง–เลย–ชี–มูล ระยะที่ 1 พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนและสื่อมวลชน
กรมชลประทานจัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศ และสื่อสัญจร เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ โครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำโขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ 1 (ระบบส่งน้ำ) ต่อเนื่อง ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดนครราชสีมา เพื่อเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และถ่ายทอดข้อมูลโครงการให้สื่อมวลชนได้รับทราบอย่างรอบด้าน
กิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย การประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ เพื่อสรุปผลการศึกษาความเหมาะสม และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเปิดเวทีรับฟังข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ ก่อนนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงแนวทางการดำเนินโครงการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ยังได้จัด กิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร ครั้งที่ 2 ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อนำเสนอข้อมูลภาพรวมโครงการ แนวคิดการบริหารจัดการน้ำ และการดำเนินงานด้านระบบส่งน้ำ พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนลงพื้นที่จริง ซักถาม และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่กว่า 103.5 ล้านไร่ ใน 20 จังหวัด ประกอบด้วยลุ่มน้ำหลัก 3 ลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล โดยมีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 63.85 ล้านไร่ ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ขณะที่ยังมีพื้นที่เสี่ยงประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากรวมกว่า 40.70 ล้านไร่ หากมีการพัฒนาโครงการ จะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 1.69 ล้านไร่ จึงนับว่าโครงการนี้มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนและประสิทธิภาพระบบส่งน้ำ เพิ่มน้ำในอ่างเก็บน้ำ เสริมความมั่นคงด้านน้ำให้เกษตรกรตลอดทั้งปี ลดการอพยพแรงงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงช่วยส่งเสริมการคมนาคมและการท่องเที่ยวในภูมิภาค
กรมชลประทานให้ความสำคัญกับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน ตลอดจนมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและสื่อมวลชนมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อให้การพัฒนาโครงการเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
การจัดกิจกรรมต่อเนื่องในครั้งนี้ จะช่วยให้ ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบถึงที่มา ความสำคัญ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการพัฒนาโครงการ ซึ่งกรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการ พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและสนับสนุนการพัฒนาโครงการด้านน้ำอย่างยั่งยืนในอนาคต