พาณิชย์ยันปุ๋ยไทยมีใช้ 5 เดือน ไม่ขาดแคลน! เตือนอย่ากักตุน เสี่ยงโทษคุก
กระทรวงพาณิชย์ยันไทยมีปุ๋ยเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศได้ถึง 5 เดือน พร้อมกำชับเกษตรกรไม่ให้กักตุน โดยกระทรวงฯ ได้ติดตามสถานการณ์สต็อกปุ๋ยเคมีอย่างใกล้ชิด และให้ผู้นำเข้ารายงานปริมาณนำเข้าและสต็อกทุกวันที่ 10 ของเดือน เพื่อให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการสินค้าได้อย่างเหมาะสม ล่าสุดในเดือนมกราคมมีสต็อกปุ๋ยเคมี 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 0.8 ล้านตันต่อเดือน ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งาน และคาดว่าเดือนมีนาคมจะมีสต็อกเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าล่วงหน้าก่อนสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงการนำเข้าแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมจากแคนาดา จีน และเกาหลีใต้
สำหรับปุ๋ยยูเรีย ปัจจุบันมีสต็อกประมาณ 0.32 ล้านตัน หรือราว 6.5 ล้านกระสอบ และกำลังมีการนำเข้าเพิ่มเติมจากซาอุดีอาระเบีย 120,000 ตัน และมาเลเซียอีก 20,000 ตัน ซึ่งจะทำให้มีปุ๋ยยูเรียรวมประมาณ 8.9 ล้านกระสอบ เพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 5 เดือน นอกจากนี้ ไทยยังมีแหล่งนำเข้าปุ๋ยจากมาเลเซียและบรูไนที่สามารถนำเข้าได้ตามปกติ ทำให้มั่นใจได้ว่ามีปุ๋ยเพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ปุ๋ยที่จำหน่ายในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นสต็อกเก่า จึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคา โดยกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบราคาปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง หากพบการกักตุนหรือขึ้นราคาเกินสมควร จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ปุ๋ยในจังหวัดนครพนม พบว่าร้านจำหน่ายปุ๋ยมีปุ๋ยยูเรียเพียงพอต่อการจำหน่าย ไม่ได้ขาดแคลน และราคามีการปรับขึ้นเล็กน้อยตามกลไกตลาด โดยทางร้านไม่ได้มีการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด และยังคงจำหน่ายควบคู่กับปุ๋ยสูตรอื่น ๆ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมนำไปใช้กับนาข้าวและพืชผัก เกษตรกรเองก็ยังคงมีความจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยยูเรียเพื่อบำรุงพืชผักให้เขียวสดน่ารับประทาน แม้จะทราบว่าเป็นปุ๋ยเคมี แต่ก็ยังเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายปุ๋ยเกินราคา สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ.
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news