โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐเร่งหา ‘แหล่งพลังงานสำรอง’ ยันหากปรับราคาจะทำเป็นขั้นบันได ลุยเจรจามาเลย์หนุน LNG

SpringNews

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 12.43 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 12.35 น.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. แถลงสถานการณ์ว่า รัฐบาลโดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงความคืบหน้ามาตรการบริหารจัดการพลังงานท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังไร้ข้อยุติ โดยยืนยันความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ พร้อมเตรียมมาตรการรับมือทั้งด้านราคา การจัดหาแหล่งก๊าซธรรมชาติ และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานของภาคส่วนต่างๆ

‘พิพัฒน์ รัชกิจประการ’ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า น้ำมันเบนซินจะขยับตามกลไกแต่ไม่กระชากพร้อมมั่นใจว่าน้ำมันสำรองเพียงพอ โดยรัฐบาลกำลังเร่งจัดหาน้ำมันจากแหล่งใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดปัญหาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีการหารือถึงการเพิ่มสัดส่วนผสมของไบโอดีเซลและเอทานอลตามไทม์ไลน์เพื่อยืดระยะเวลาการใช้น้ำมันดิบในประเทศ

สำหรับสถานการณ์ราคาได้มีการตรึงราคาน้ำมันดีเซลมาแล้ว 10 วัน และจะตรึงต่ออีกประมาณ 5-6 วัน ให้ครบ 15 วันตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้

ส่วนราคาน้ำมันเบนซินที่ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังช่วยพยุงอยู่นั้น หากสถานการณ์ความรุนแรงยังไม่ยุติ อาจจำเป็นต้องประกาศปรับขึ้นราคาแบบขั้นบันได (Step by Step) ตามกลไกตลาด โดยจะไม่มีการปรับขึ้นแบบกระชากราคาครั้งละ 2-5 บาท เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

นอกจากนี้นายพิพัฒน์ยังได้ย้ำถึงกรณีการเข้าคิวเติมน้ำมันจนเกิดความโกลาหลในบางพื้นที่ว่า น้ำมันในคลังไม่ได้ขาดแคลน แต่เกิดจากปัญหาการขนส่งไปยังสถานีบริการที่ไม่ทันต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นจากการตื่นตระหนก

โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่หันมาซื้อน้ำมันหน้าปั๊มแทนการซื้อผ่านตัวแทน (Jobber) เนื่องจากราคาหน้าปั๊มถูกกว่าราคาตลาดโลก จึงขอความร่วมมือภาคอุตสาหกรรมและขนส่งให้นำบิลการซื้อย้อนหลังไปแจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือพลังงานจังหวัด เพื่อประสานซื้อน้ำมันจากคลังน้ำมันโดยตรงในราคาประกาศของกระทรวงพลังงาน

‘อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดแผนสำรอง LNG แทนกาตาร์ว่าพร้อมขอความร่วมมือ "ไทย-มาเลเซีย" ผลิตก๊าซเพิ่ม ด้านนายอรรถพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่ามาตรการเร่งด่วนที่ดำเนินการไปแล้วคือการระงับการส่งออกน้ำมัน ยกเว้น สปป.ลาวและเมียนมาร์ พร้อมสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันจาก 1% เป็น 3% ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานได้เพิ่มอีกประมาณ 7 วัน

สำหรับความมั่นคงด้านไฟฟ้า รัฐบาลได้เร่งแก้ปัญหาการขาดแคลนก๊าซ LNG จากกาตาร์ 5 ลำที่ติดปัญหาขนส่ง โดยขณะนี้สามารถคอนเฟิร์มแหล่งใหม่มาทดแทนได้แล้ว 2 ลำ และกำลังเจรจาแหล่งอื่นสำหรับเดือนพฤษภาคมต่อไป นอกจากนี้ยังมีแผนสำรองโดยการขอความร่วมมือจากแหล่ง JDA (พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย) ให้เพิ่มกำลังการผลิตก๊าซ รวมถึงการซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากลาว และให้ กฟผ. เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ซึ่งรวมแล้วจะเทียบเท่าก๊าซ LNG อีกประมาณ 2 ลำ ทำให้มั่นใจได้ว่าก๊าซสำหรับผลิตไฟฟ้าจะมีเพียงพอในช่วง 2 เดือนนี้

ในส่วนของก๊าซหุงต้ม (LPG) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานได้มีมติให้ตรึงราคาต่อไปอีก 2 เดือนจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม เพื่อลดภาระค่าครองชีพปรับสูตรน้ำมันใหม่เริ่ม 14 มี.ค. นี้ – ชูมาตรการประหยัดพลังงานภาครัฐ สำหรับการบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง นายอรรถพลกล่าวว่าตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม เป็นต้นไป จะมีการปรับส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 ทันที ซึ่งจะช่วยลดการใช้เนื้อน้ำมันดีเซลที่เป็นฟอสซิลได้ 2%

พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ E20 และ E85 มากขึ้น โดยจะขยายส่วนต่างราคาให้ E20 ถูกกว่า E10 ถึง 3 บาทต่อลิตร เพื่อสร้างแรงจูงใจและช่วยเหลือเกษตรกรไทย ในส่วนของมาตรการประหยัดพลังงาน เตรียมเสนอเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อขอความร่วมมือหน่วยงานราชการนำร่องการประหยัดพลังงาน อาทิ การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาเซลเซียส การรณรงค์ไม่สวมสูทหรือผูกไทในการทำงานเพื่อลดการใช้แอร์ รวมถึงมาตรการ Work From Home และการประชุมออนไลน์เพื่อลดการเดินทาง

ทั้งนี้รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนให้นำรถเข้าตรวจสภาพและเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาเพื่อประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน และย้ำว่ามาตรการบังคับใช้จะถูกนำมาพิจารณาตามความเหมาะสมของสถานการณ์ในลำดับถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...