โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดสะเทือนใจ เด็กพิเศษวัย 12 ใช้ชีวิตเพียงลำพัง ในบ้านทรุดโทรม หลังพ่อเสียชีวิต

สยามนิวส์

เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 04.28 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 8 มี.ค. 2569 ภายหลังจากที่โลกออนไลน์มีการเผยแพร่เรื่องราวชีวิตของเด็กชายวัย 12 ปีรายหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง

วันที่ 8 มี.ค. 2569 ภายหลังจากที่โลกออนไลน์มีการเผยแพร่เรื่องราวชีวิตของเด็กชายวัย 12 ปีรายหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังภายในบ้านไม้เก่าที่มีสภาพทรุดโทรมในพื้นที่บ้านเขาถ้ำพระ หมู่ 8 ต.เนินศาลา อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ เรื่องราวดังกล่าวได้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนจำนวนมากในสังคมออนไลน์ จนมีผู้แสดงความห่วงใยและต้องการเข้าไปช่วยเหลือเด็กชายคนนี้จำนวนมาก

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเด็กคนดังกล่าวคือ น้องไนซ์ อายุ 12 ปี เป็นเด็กพิเศษ และกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่5 ของโรงเรียนเขาถ้ำพระ เดิมทีน้องไนซ์อาศัยอยู่กับคุณตา ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูและเป็นเสาหลักของครอบครัวมาตลอดชีวิตของน้อง แต่เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา คุณตาได้ล้มป่วยและเสียชีวิตลง ทำให้น้องไนซ์ต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังภายในบ้านหลังดังกล่าว

จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่า พ่อของน้องไนซ์ได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนแม่ได้แยกทางไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่น้องยังมีอายุเพียง 1 ขวบ ทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา น้องไนซ์เติบโตขึ้นภายใต้การดูแลของคุณตาเพียงคนเดียว กระทั่งเมื่อคุณตาที่เป็นผู้เลี้ยงดูหลักเสียชีวิตลง จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เด็กชายวัยเพียง 12 ปี ต้องเผชิญชีวิตตามลำพัง

ตรวจสอบสภาพบ้านที่น้องไนซ์พักอาศัยอยู่ พบว่าตัวบ้านมีสภาพเก่าและทรุดโทรมอย่างหนัก เสาด้านหลังของบ้านมีลักษณะเอนเอียงมาด้านหน้าอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่หลังคาสังกะสีมีรอยรั่วหลายจุด ทำให้เมื่อฝนตกน้ำจะไหลรั่วลงมาภายในบ้าน ชาวบ้านในพื้นที่จึงมีความกังวลว่าโครงสร้างบ้านอาจพังถล่มลงมาได้ โดยเฉพาะหากเกิดพายุลมแรงในช่วงฤดูฝน

น้องไนซ์ เล่าว่า ในแต่ละวันตนจะตื่นนอนตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00 น. เพื่อทำงานบ้านด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการซักผ้า ล้างจาน และจัดการธุระภายในบ้านให้เรียบร้อย ก่อนจะปั่นจักรยานออกจากบ้านไปโรงเรียน เพื่อให้ทันเข้าแถวเคารพธงชาติในช่วงเช้า หลังเลิกเรียนบางวันน้องจะแวะไปบ้านเพื่อน หรือไปรับประทานอาหารที่บ้านญาติ ก่อนจะกลับมาบ้านของตัวเองในช่วงพลบค่ำ และเข้านอนเพียงลำพัง

น้องไนซ์ยัง เล่าด้วยว่า ในช่วงเวลากลางคืนบริเวณรอบบ้านจะเงียบและมืดมาก ทำให้รู้สึกวังเวงและหวาดกลัวอยู่บ่อยครั้ง กระทั่งในช่วงหลัง ลุงซึ่งทราบเรื่องและเกิดความเป็นห่วง จึงแวะเวียนมานอนเป็นเพื่อนในบางวัน เพื่อให้น้องไม่ต้องอยู่ตามลำพังตลอดเวลา

เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่ทำให้รู้สึกกังวลมากที่สุด น้องไนซ์ยอมรับว่า สภาพบ้านที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเป็นปัญหาที่หนักใจที่สุด เนื่องจากตัวบ้านมีสภาพเก่าและโครงสร้างเอนเอียง เสี่ยงที่จะพังถล่มได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะในช่วงฝนตกที่สร้างความลำบากอย่างมาก เพราะหลังคารั่วหลายจุด บางคืนไม่สามารถนอนหลับได้อย่างสบาย พร้อมกันนี้น้องยังฝากบอกถึงแม่ว่า แม้จะรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังอยากให้แม่กลับมาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวเหมือนเดิมที่บ้านหลังนี้

อย่างไรก็ตาม แม้ต้องใช้ชีวิตตามลำพัง แต่น้องไนซ์ยังพยายามช่วยเหลือตัวเองเท่าที่ทำได้ โดยในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ลุงจะมารับไปช่วยทำงานขุดต้นไม้ ซึ่งจะได้รับค่าจ้างวันละประมาณ 150 บาท เพื่อนำมาใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน หากเงินไม่พอก็ยังมีญาติพี่น้องในพื้นที่ที่แวะเวียนมาช่วยเหลือบ้างเป็นครั้งคราว แม้จะไม่ได้มากนัก แต่ก็ทำให้น้องยังสามารถใช้ชีวิตและเรียนหนังสือต่อไปได้

ด้านลูกพี่ลูกน้องของน้องไนซ์ เปิดเผยว่า หลังจากพ่อของน้องเสียชีวิต แม่ของน้องก็ได้แยกไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่น้องยังมีอายุเพียง 1 ขวบ และตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา น้องไนซ์แทบไม่ได้พบแม่เลย กระทั่งในช่วงที่คุณตาเสียชีวิต ทั้งสองจึงได้พบหน้ากันอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นแม่ก็ไม่ได้เข้ามาดูแลน้องอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตนรู้สึกสงสารและหดหู่ใจกับชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่ต้องเผชิญเหตุการณ์เช่นนี้

หลังจากมีสมาชิกสภาจังหวัดในพื้นที่นำเรื่องราวของน้องไนซ์ไปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก็เริ่มมีประชาชนจำนวนมากติดต่อเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ล่าสุดยังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดินทางมาเยี่ยมน้องไนซ์ด้วยตนเอง พร้อมทั้งประสานงานกับองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ให้ช่วยจัดทำแบบแปลนบ้าน เพื่อเตรียมดำเนินการสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับน้องไนซ์ในอนาคตอันใกล้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...