โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘อิหร่าน’ หลังสิ้น ‘คาเมเนอี’ ประเทศจะเดินไปในทิศทางใด

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

การถึงแก่อสัญกรรมของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ก่อให้เกิดกระบวนการสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่งที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความมั่นคงทางการเมืองของประเทศ แนวโน้มการคว่ำบาตร และเศรษฐกิจที่กำลังตึงเครียด

คาเมเนอี ขึ้นมามีอำนาจหลังจากอยาตอลเลาะห์ รูฮุลลอฮ์ โคไมนี ถึงแก่อสัญกรรมในปี 1989 และรับช่วงต่อรัฐปฏิวัติที่ยังคงอยู่ในช่วงรวมอำนาจหลังสงครามอิหร่าน-อิรัก

คาริม ซัดจัดปูร์ นักวิเคราะห์นโยบายจากมูลนิธิคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ (CEIP) ระบุในผลการศึกษาเกี่ยวกับคาเมเนอีว่า เขาไม่ได้ถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งอย่างชัดเจน เพราะเขาขาดคุณสมบัติทางศาสนาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในขณะนั้น แต่หลายเดือนก่อนที่โคไมนีเสียชีวิต รัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไข โดยระบุว่าผู้นำเพียงแค่ต้องมีความเชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์อิสลาม และมีความสามารถทางการเมืองและการบริหารจัดการ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้คาเมเนอีได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

เมื่อเวลาผ่านไป สำนักงานของผู้นำสูงสุดก็รวบรวมอำนาจเหนือสถาบันสำคัญอื่นๆ ของอิหร่าน แม้ว่าประธานาธิบดีจะเปลี่ยนไปผ่านการเลือกตั้ง แต่คาเมเนอียังคงควบคุมกองทัพ ตุลาการ กิจการกระจายเสียงของรัฐ และการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ (ตามมาตรา 110)

คาเมเนอีสนับสนุน “เศรษฐกิจแห่งการต่อต้าน” เพื่อส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก เขายังคงระมัดระวังในการมีปฏิสัมพันธ์กับชาติตะวันตก และปราบปรามผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า “แนวทางที่เน้นความมั่นคงมาก่อนของเขา” ขัดขวางการปฏิรูป

บทบาทของคาเมเนอีเผชิญกับบททดสอบหลายครั้ง อาทิ ในปี 2009 การประท้วงครั้งใหญ่เกี่ยวกับเรื่องการโกงการเลือกตั้งถูกปราบปรามอย่างรุนแรง ต่อมาในปี 2022 การประท้วงเกี่ยวกับสิทธิของผู้หญิงปะทุขึ้น และความท้าทายครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายเดือน ธ.ค. ปีก่อน เมื่อความไม่พอใจทางเศรษฐกิจลุกลามกลายเป็นการก่อความไม่สงบทั่วประเทศ และมีผู้ประท้วงบางส่วนเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้โค่นล้มสาธารณรัฐอิสลาม

การปกครองอาจยังไม่เปลี่ยน

“คาเมเนอีตายแล้ว นี่คือวันที่ดีที่สุดของผม” มาซูด โกดรัต อาบาดี วิศวกรชาวอิหร่านที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ในสหรัฐ หลังเดินทางออกจากอิหร่านตอนที่เขาอายุ 27 ปี กล่าว

“ผมเชื่อว่าการตายของเขาจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประวัติศาสตร์ชาติเรา … ในระยะยาว ผมหวังว่าช่วงเวลานี้จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ” อาบาดีกล่าวกับซีเอ็นบีซี

นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า ความรู้สึกที่คล้ายกันนี้ปรากฏให้เห็นทั่วแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หลังจากผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต ซึ่งเห็นได้จากการที่ชาวอิหร่านลงถนน และเฉลิมฉลอง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า ความรื่นเริงที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง

สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CFR) กล่าวว่า

“การโค่นล้มอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านไม่เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม คือ ระบอบการปกครอง” บ่งชี้ให้เห็นถึงโอกาสอันจำกัดสำหรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจในทันที

เปลี่ยนผู้นำ ≠ เปลี่ยนประเทศ

การถึงแก่อสัญกรรมของคาเมเนอีในการเปลี่ยนผ่านผู้นำเพียงแค่ 2 ครั้ง นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 ถือเป็นช่วงเวลาที่ CFR อธิบายว่าเป็น “เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์” แต่ผลลัพธ์ที่ได้มานั้นยังไม่แน่นอน

ชาวอิหร่านบางคนคาดหวังว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำจะช่วยบรรเทาการปราบปรามและการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจำได้ แต่ CFR บอกว่า ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดจากการหาใครสักคนมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งคนใหม่ ไม่ได้บ่งชี้ว่าจะเกิดเสรีภาพทางการเมืองหรือเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญในทันที หลังจากการเปลี่ยนผ่าน

ในกรณีที่ผลลัพธ์ออกมาเป็น “ลัทธิเดิม” ซึ่งก็คือ “ลัทธิคาเมเนอีที่ไม่มีคาเมเนอี” นั้น นักลงทุนและภาคครัวเรือนอาจยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน เพราะผู้นำคนใหม่จำเป็นต้องเรียนรู้งานใหม่ ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามปรับนโยบายเศรษฐกิจด้วยทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด และความตึงเครียดทางเศรษฐกิจทวีความรุนแรงมากขึ้น

แม้การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจะนำไปสู่การครอบงำทางทหารที่เข้มแข็งขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีการปฏิรูปเศรษฐกิจ

CFR ชี้ว่า แม้โมเดลการปกครองที่เน้นความมั่นคงอาจให้ความสำคัญกับเสถียรภาพและการจัดการเศรษฐกิจ แต่อาจประสบปัญหา “เศรษฐกิจบิดเบือนอย่างรุนแรง” นำไปสู่ “ภาวะเงินเฟ้อต่อเนื่องและค่าเงินล่มสลาย”

มาร์โค ปาปิก หัวหน้านักวางกลยุทธ์ของบีซีเอรีเสิร์ช แสดงจุดยืนที่คล้ายคลึงกัน โดยบอกว่า “เศรษฐกิจอิหร่านอาจหยุดชะงัก ถ้าผู้นำสูงสุดคนต่อไปไม่มีท่าทีเปิดกว้างมากขึ้นในการเจรจากับสหรัฐ”

ปาปิกบอกว่า เมื่อใดที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านแทนที่ด้วยผู้นำสายแข็งอีกคนที่ไม่ต้องการเจรจากับสหรัฐและจะโจมตีในภูมิภาคต่อเนื่อง เมื่อนั้นปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐจะกลายเป็นการลงโทษ และอิหร่านอาจกลับไปสู่ “ยุคกลาง”

คีต ฟิตซ์เจอรัลด์ กรรมการผู้จัดการ Sea-Change Partners กล่าวถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมามากกว่านั้น

“การสังหารคาเมเนอีไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองได้ด้วยตัวมันเอง ลองคิดว่าเปลี่ยนหลอดไฟดูสิ ถ้าจะเปลี่ยนมัน คุณต้องเอาหลอดไฟที่เสียออกก่อน แต่การทำแบบนั้นยังไม่ใช่การเปลี่ยนหลอดไฟ ต้องแทนที่อันเก่าด้วยอันใหม่”

ฝ่ายค้านยังไม่ใช่ทางเลือก

ด้านอาลี เจ.เอส. อดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรองเชิงยุทศาสตร์จากศูนย์ปฏิบัติการทางทหารร่วมของนาโต บอกว่า ฝ่ายค้านอิหร่านที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศยังคงกระจัดกระจาย และขาดผู้นำที่เป็นเอกภาพ

เธอบอกว่า การนำเข้าบุคคลสำคัญทางการเมืองจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ หรือทางเลือกอื่นใด คนเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถืออย่างจำกัดในสายตาคนในประเทศ และเสี่ยงซ้ำรอยการทดลองในอดีตที่นำชนชั้นนำจากภายนอกเข้ามา และจบลงไม่ดี

ซีเอ็นบีซีระบุ ฝ่ายค้านอิหร่านที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศมีความหลากหลาย แต่ก็มีความกระจัดกระจายอย่างมาก ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มนิยมระบอบกษัตริย์ที่สนับสนุนเรซา ปาห์ลาวี โอรสของอดีตชาห์ ซึ่งหลายเป็นผู้ลี้ภัยหลังเกิดการปฏิวัติปี 1979 และพำนักอยู่ในสหรัฐ, กลุ่มนักเคลื่อนไหวฝ่ายสาธารณรัฐและประชาธิปไตยฆราวาสที่กระจายอยู่ทั่วทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ, กลุ่มฝ่ายค้านชาวเคิร์ดที่ปฏิบัติการอยู่ตามแนวชายแดนตะวันตกของอิหร่าน และองค์การมูจาฮิดีนประชาชนแห่งอิหร่าน (MEK) ซึ่งมีเครือข่ายทางการเมืองที่จัดตั้งขึ้นในต่างประเทศ แต่มีความน่าเชื่อถืออย่างจำกัดภายในอิหร่าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...