โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้สึกแบบนี้พูดยังไงดี? รวม 8 คำศัพท์ต่างประเทศที่ไทยไม่มีคำตรงตัว

The MATTER

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 11.00 น. • Lifestyle

เคยมีความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ไหม คงจะดีไม่น้อยถ้าเรามีคำศัพท์สามารถอธิบายความรู้สึกของเราออกไปได้จริงๆ

ความสำคัญของการมีคำศัพท์ช่วยให้เราสามารถสื่อสารสิ่งที่เราต้องการได้ดีขึ้น ในทางมานุษยวิทยาและภาษาศาสตร์เองก็มีสมมติฐานซาเพียร์-วอร์ฟ (Sapir-Whorf Hypothesis) หรือแนวคิดที่มองว่าภาษาไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสารเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อวิธีคิด และมุมมองเราที่มีต่อโลกนี้ด้วย

เรียกได้ว่าภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้โลกของเรากว้างขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่คำศัพท์ทั่วไปเท่านั้น แต่ในทางจิตวิทยาเองการตั้งชื่ออารมณ์ อย่างคำว่า โกรธ เศร้า เสียใจ ก็ช่วยให้เราแยกแยะอารมณ์ได้ละเอียดขึ้น ดังนั้นหากเรามีคำศัพท์ที่ใช้อธิบายความรู้สึกของเราอย่างเฉพาะเจาะจง ช่วยให้เราเข้าใจและสื่อสารอารมณ์ของตัวเองให้คนอื่นเข้าใจได้ทันที

และแน่นอนว่าภาษาบนโลกมีอยู่เป็นพันๆ อารมณ์ของเราก็ซับซ้อนปะปนอยู่หลากหลาย แล้วมีความรู้สึกไหนไหมนะที่เราเคยรู้สึก แต่ยังไม่มีชื่อเรียกในภาษาไทยวันนี้เราเลยชวนมาทำความรู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับความรู้สึกในภาษาต่างประเทศที่ไม่มีคำแปลตรงๆ ในไทยกัน

Desbundar /dʒizbũˈdar/ (Verb) ภาษาโปรตุเกส

คำนี้เป็นภาษาโปรตุเกสในบราซิล ใช้อธิบายความรู้สึกเมื่อเราเสียการควบคุมตัวเอง หรือมึนเมา ตัวอย่างสถานการณ์ เช่น เพื่อนของเราอยู่ในงานปาร์ตี้ กำลังพร้อมที่จะ ‘Desbundar’ แล้ว (นึกภาพเพื่อนที่กำลังปล่อยตัวปล่อยใจ หรือสนุกสุดเหวี่ยงเหมือนเป็นคืนสุดท้ายได้เลย) นอกจากนี้คำว่า Desbundar ยังให้ความรู้สึกของการปลดปล่อยตัวเองจากข้อจำกัดทางสังคมด้วย เดิมทีคำนี้ที่ได้รับความนิยมตั้งแต่ยุคเผด็จการทหารบราซิลราวทศวรรษ 1960 และถูกใช้ในหมู่ศิลปินที่ลุกขึ้นมาท้าทายบรรทัดฐานสังคม ทั้งเรื่องวัฒนธรรมหรือเรื่องเพศ ให้กลายเป็นสิ่งที่หลายคนยอมรับ

Iktsuarpok /ɪkˈtʃuːɑːrpɒk/ (Noun) ภาษาอินูอิต

แค่ได้รู้ความหมายก็เผลอหลุดปากว่า ‘น่ารักกก’ ออกมาแทบทันที คำนี้เป็นภาษาของชาวอินูอิต หรือชนพื้นเมืองที่อาศัยในแถบขั้วโลกเหนือ ใช้อธิบายความรู้สึกตื่นเต้นปนกระวนกระวายใจเพราะรอคอยใครสักคน ในระดับที่นั่งไม่ติดพื้น จนต้องชะเง้อออกมาเช็คดูว่าเขามาถึงหรือยังน้า จะว่าไปก็อาจคล้ายกับคำว่า ‘ตั้งตาคอย’ ในภาษาไทย แต่เพิ่มความรู้สึกของความกังวลใจเข้าไปด้วย เรียกได้ว่าคำนี้สะท้อนให้เห็นความละเอียดอ่อนในความสัมพันธ์ของชาวอินูอิตได้อย่างดี

Sehnsucht /ˈzeːnˌzʊxt/ (Noun) ภาษาเยอรมัน

คำนี้มีความหมายลึกซึ้งมาก จนถูกยืมไปใช้ในภาษาอื่นอยู่บ่อยๆ ส่วนใหญ่มักมีความหมายว่า ‘ความโหยหาอย่างแรงกล้า’ เดิมทีในสมัยยุคกลางตอนต้น คำนี้มีนัยเกี่ยวข้องกับความทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บไข้ แต่ต่อมาความหมายเชิงโรคภัยค่อยๆ เลือนหายไป และพัฒนากลายมาเป็นคำที่อธิบายถึงความเจ็บปวดจากการโหยหาบางอย่างที่อาจไม่เกิดขึ้นจริง แง่หนึ่งคำนี้ยังเจือไปด้วยความหมายว่าชีวิตเรายังไม่สมบูรณ์หรือยังมีสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ ชวนให้เรากลับมาทบทวนชีวิตในปัจจุบันอีกครั้ง

Resfeber /ˈrɛsˌfeːbɛr/ (Noun) ภาษาสวีเดน

คำนี้มาจากภาษาสวีเดน 2 คำ คือ ‘Resa’ แปลว่าเดินทาง และ ‘feber’ แปลว่าไข้ เมื่อรวมกันแล้วแปลตรงตัวได้ว่า ความป่วยไข้จากการเดินทาง แต่ไม่ได้หมายถึงไข้จริงๆ นะ เป็นอาการประหม่าเมื่อเราต้องออกเดินทางไปยังสถานที่ไม่คุ้นเคยต่างหาก คำนี้เป็นการผสมผสานความรู้สึกระหว่างความตื่นเต้นและความกังวลไปพร้อมๆ กัน ลองนึกภาพขณะที่เรากำลังจะจัดกระเป๋าเพื่อไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกดูสิ แม้ใจหนึ่งเราก็อาจรู้สึกตื่นเต้นที่กำลังจะได้ออกผจญภัย แต่อีกใจก็อดกังวลไม่ได้ นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว คำนี้ยังรวมถึงการย้ายไปยังสถานที่ใหม่ๆ ด้วย นั่นเลยทำให้คำนี้เหมาะที่จะใช้อธิบายความรู้สึกของการเดินทางได้อย่างดี

Onsra /ˈʌnsrɑː/ (Noun) ภาษาโบโด, อินเดีย

คำแสนโรแมนติกและเจ็บปวดนี้มาจากภาษาโบโด ของชาวโบโร ที่อยู่ทางตอนเหนือของของอินเดีย อาจใช้ในสถานการณ์ที่เราต้องตัดใจจากความสัมพันธ์ทั้งๆ ที่ยังรักกันอยู่ เช่น รักทางไกล หรือหลังจากทบทวนแล้วความรักของเราไปต่อไม่ได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ต้องเลิกรากันไป เหตุการณ์นี้มักทำให้เราเจ็บปวด แต่ขณะเดียวกันก็ยังเจือไปด้วยความเข้าใจ และยอมรับความจริง จนกลายเป็นความรู้สึกขมหวาน แม้จะเจ็บปวดแต่อย่างน้อยที่ผ่านมาก็ยังมีความทรงจำดีๆ ร่วมกันอยู่

Wabi-sabi /wɑbiˈsɑbi/ (Noun) ภาษาญี่ปุ่น

วาบิ-ซาบิเป็นการผสมผสานแนวคิด 2 อย่าง คือวาบิ หรือความสมถะ เรียบง่าย และซาบิ แปลว่า การเสื่อมตามธรรมชาติ ซึ่งมีรากฐานมาจากศาสนาพุทธนิกายเซน ที่สอนให้ปล่อยวางและเข้าใจความไม่เที่ยงแท้ของสรรพสิ่ง คำนี้ไม่ใช่เพียงคำธรรมดาๆ แต่เป็นปรัชญาที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของความงามในแบบญี่ปุ่น ที่ทำให้เรามองเห็นความสวยงามในความไม่สมบูรณ์แบบ ที่ต้องผุพังไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็น ถ้วยชามบิ่น เนื้อไม้เก่า หรือริ้วรอยตามวัย คำนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เราเห็นความงามในสิ่งเล็กๆ แต่ยังสอนให้เราอ่อนน้อมถ่อมตน และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในแต่ละวันด้วย

Mamihlapinatapai /mamihlapiˈnatapai (Noun) ภาษายากัน

คำนี้มาจากภาษายากัน (Yaghan) ซึ่งเป็นภาษาของชนพื้นเมืองในอเมริกาใต้ แถบชิลีและอาร์เจนตินา คำที่รวบรวมหลากหลายความรู้สึกไว้เพียงไม่กี่พยางค์ได้อย่างงดงาม ทั้งความคาดหวัง ความอึดอัด ความลังเล และความเปราะบาง เช่นในสถานการณ์ก่อนจูบในเดตแรก หรือเมื่อเพื่อน 2 คนอยากขยับความสัมพันธ์ แต่กลัวว่าความสัมพันธ์จะเปลี่ยนไป จึงทำได้เพียงแค่นิ่งเงียบ และส่งสัญญาณผ่านสายตาเท่านั้น ความลึกซึ้งของคำนี้จึงทำให้ถูกบันทึกไว้ใน The Guinness Book of World Records ว่าเป็นคำที่สื่อความหมายได้กระชับที่สุด แถมยังเป็นหนึ่งในคำที่แปลได้ยากที่สุดอีกคำหนึ่งด้วย

Toska /tɐˈska/ (Noun) ภาษารัสเซีย

คำนี้มาจากภาษารัสเซียที่แปลคร่าวๆ ได้ว่าเป็นความความหดหู่ และความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ถึงขนาด วลาดิมีร์ นาโบคอฟ (Vladimir Nabokov) นักเขียนชาวรัสเซีย ที่เคยเขียนผลงานเลื่องชื่ออย่าง ‘โลลิต้า’ กล่าวไว้ว่าเป็นคำที่ไม่มีคำไหนในภาษาอังกฤษสามารถสื่อออกมาได้อย่างครบถ้วน Toska คือความเจ็บปวดทางจิตวิญญาณระดับลึกที่สุด โหยหาแม้ไม่มีอะไรให้โหยหา เจ็บปวดแม้ไม่มีบาดแผลชัดเจน อย่างเช่นการปรารถนาใครสักคน ความคิดถึง หรือความเจ็บปวดจากความรัก เรียกได้ว่าขั้นกว่าของโศกาอาดูร อาจต้องใช้คำว่า Toska มาเพื่ออธิบายให้เข้าใจถึงความเจ็บปวดอันประเมินไม่ได้นี้

อ้างอิงจาก

verywellmind.com

bbc.com

berlitz.com

portuguesepod101.com

goodreads.com

Graphic Designer: Krittaporn Tochan
Editorial Staff: Runchana Siripraphasuk

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...