โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พิพัฒน์" เผยแผนอพยพ 200 คนไทยในอิหร่านผ่านตุรกี สั่งคุมเข้มความปลอดภัยสถานทูตคู่ขัดแย้ง

The Better

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 05.08 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 05.07 น. • THE BETTER
“พิพัฒน์” เผยแผนอพยพ 200 คนไทยในอิหร่าน เดินทางบก 1,000 กม. มุ่งหน้าตุรกีเพื่อบินกลับไทย ย้ำสั่งคุมเข้มความปลอดภัยสถานทูตคู่ขัดแย้งในประเทศ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังนำ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา เข้าหารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการประเมินสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้ขอคำแนะนำถึงแนวทางการวางตัวของประเทศไทยในภาวะวิกฤตนี้

นายพิพัฒน์ระบุว่า นายวันมูหะมัดนอร์ได้ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีและประเทศไทยมีการวางตัวที่เหมาะสมที่สุดแล้ว โดยย้ำว่าไทยต้อง "วางตัวเป็นกลางและอยู่นิ่งๆ" เพื่อเฝ้าดูทิศทางของเหตุการณ์ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความผันผวนสูง เปลี่ยนแปลงได้รายชั่วโมงจนยากจะประเมินอนาคตระยะยาว หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลพร้อมจะเชิญนายวันมูหะมัดนอร์มาปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดอีกครั้ง

ในส่วนของความมั่นคงภายในประเทศ นายพิพัฒน์ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยทุกฝ่าย โดยเฉพาะสถานที่สำคัญและสถานอัครราชทูตของประเทศที่มีกรณีพิพาทกันอยู่ เนื่องจากเหตุการณ์นี้มีทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด

สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยประมาณ 200 คนในประเทศอิหร่าน นายพิพัฒน์เผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ประสานงานกับสถานทูตไทยในกรุงเตหะรานอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นวางแผนอพยพทางบกจากอิหร่านเป็นระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร เพื่อข้ามพรมแดนไปยังประเทศตุรกี ก่อนจะขึ้นเครื่องบินเหมาลำพาณิชย์เดินทางกลับสู่ประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม แผนการเดินทางนี้มีความท้าทายสูง เนื่องจากเส้นทางบกอาจมีอุปสรรคทั้งเรื่องด่านตรวจและความปลอดภัยจากกลุ่มบุคคลต่างๆ ขณะนี้จึงอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจของคนไทยในพื้นที่ว่าพร้อมจะเดินทางหรือไม่ โดยรัฐบาลจะยึดถือการประเมินความปลอดภัยจากสถานทูตไทยในอิหร่านเป็นหลัก และจะมีการรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนทราบรายวันผ่านกระทรวงการต่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...