Business Today Thai Politics 5 มีนาคม 2569
“อนุทิน” นำ สส.ภูมิใจไทย เข้ารายงานตัวสภาฯ**
รัฐสภา วันนี้ (5 มี.ค. ) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำทีม สส.แบบบัญชีรายชื่อ และ สส.แบบแบ่งเขต เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ได้เดินทางไปรับหนังสือรับรองที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทันทีที่เดินทางมาถึงมีแกนนำพรรคและคณะ สส.รอต้อนรับ
นายอนุทิน เดินเข้ามาผ่านสระมรกต ซึ่งบริเวณนี้มีจัดขายตลาดสินค้าเกษตร และร้านค้าเครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งนายอนุทินได้หยุดแวะ และซื้อเสื้อกล้าม 2 ตัว เสื้อเชิ๊ตแชนสั้น 1 ตัว และเสื้อเชิ้ตแขนยาว 1 ตัว โดยได้ถามพ่อค้าแม่ค้าว่ารอคนละครึ่งกันอยู่ใช่หรือไม่
จากนั้นนายอนุทิน หยุดรอคณะ สส.ที่นั่งรถบัสจากพรรคมาสมทบ และลงบันไดเลื่อนมายังชั้นบี 1 ซึ่งเป็นจุดรายงานตัวพร้อมกัน โดยด้านหลังนายอนุทิน มีนายไชยชนก ชิดชอบ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายภราดร ปริศนานันทกุล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายธนกร วังบุญคงชนะ หลังจากนั้น เป็น สส.กลุ่มต่างๆ
ภายหลังการรายงานตัวเสร็จ นายกรัฐมนตรีได้เดินออกมาพร้อมกับ สส. โดยได้ทักทายแกนนำจากพรรคภูมิใจไทย สื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ เพราะจะไปประชุมต่อที่ทำเนียบรัฐบาล และเดินขึ้นบันไดเลื่อนไป พร้อมชูบัตรประจำตัว สส. ให้สื่อถ่ายภาพ
“อนุทิน” นัดทีมเศรษฐกิจถกแผนหาแหล่งน้ำมันสำรอง
5 มีนาคม 2569 ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการพลังงานเข้ามาหารือด่วน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม
รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายอนุทินกล่าวก่อนประชุมว่า ต้องการให้มาอัพเดทสถานการณ์พลังงาน หลังจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ได้ทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่ประเทศไทยได้เป็นผู้นำเข้า
“เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ได้รับรายงานจากนายพิพัฒน์ นายเอกนิติ และข้อมูลจากกระทรวงพลังงานว่า ในช่วงเดือน มี.ค.น่าจะไม่มีผลกระทบอะไรกับปริมาณน้ำมันที่จะใช้ในประเทศไทย แต่จากตัวเลขที่ได้รับรายงาน ทราบว่าปริมาณน้ำมันที่จะเข้าสู่ประเทศไทยมันจะเริ่มทยอยมีปริมาณที่ลดลงไป สถานการณ์เปลี่ยนไปมากตั้งแต่วัน 28 ก.พ.ที่เกิดเหตุ พอวันที่ 2 มี.ค. เรามีการประชุม สมช. ซึ่งสถานการณ์ก็พัฒนาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น เราจึงต้องมานั่งกำหนดมาตรการในส่วนของเราเอง เพื่อให้ความมั่นใจว่ามันจะไม่มีผลกระทบในเรื่องของการนำเข้าน้ำมันดิบ และการจัดหาเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น”
นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้รับทราบมาว่า ปัจจุบันไทยมีการนำเข้าน้ำมันดิบปริมาณครึ่งหนึ่งจากตะวันออกกลาง และอีกครึ่งหนึ่งจากภูมิภาคอื่น ซึ่งในส่วนภูมิภาคอื่นวันนี้นั้น ต้องขอให้กระทรวงพลังงานอธิบายให้เห็นว่า การจัดหาแหล่งพลังงานอีกครึ่งหนึ่งมาจากไหนบ้าง
รทสช. ชูแผนกู้วิกฤตมะพร้าวไทย “พีระพันธุ์” แนะเกษตรกรเร่งรวมตัว สร้างอำนาจต่อรอง
กทม. วันนี้ ( 5 มี.ค.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค และนาวาอากาศตรี ดร.ปุญณัฐส์ นำพา รองเลขาธิการพรรค ร่วมพูดคุยกับชาวสวนมะพร้าวและตัวแทนผู้ประกอบการค้าส่งมะพร้าว จากการประสานงานของ นายโกศล ตาลทอง อดีตผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร เขต 1 เพื่อหารือถึงปัญหาผลผลิตมะพร้าวที่มีราคาตกต่ำ
นายพีระพันธุ์ ได้สอบถามถึงต้นสายปลายเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งเกษตรกรได้สะท้อนถึงปัญหาว่า สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากทุนจีนที่เข้ามาแย่งตลาดในกระบวนการซื้อขาย ทำให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยสูญเสียตลาดจำนวนมาก จึงอยากให้พรรครวมไทยสร้างชาติช่วยประสานงานไปยังกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยหาตลาดใหม่ให้กับมะพร้าวของไทย
อย่างไรก็ตาม นายพีระพันธุ์ได้เน้นย้ำว่า การจะขยายตลาดส่งออกได้นั้น จะต้องมีมาตรฐานสินค้าและกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนดของประเทศปลายทาง
นายพีระพันธุ์ ยังแนะนำให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวรวมตัวกันเป็นสมาคมหรือกลุ่มผู้ผลิต โดยเฉพาะในแหล่งผลิตมะพร้าวสำคัญ 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร เพื่อให้การประสานงานกับภาครัฐเป็นระบบมากขึ้น เพราะปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวยังไม่มีศูนย์กลางหรือองค์กรที่เป็นตัวแทนอย่างชัดเจน เมื่อกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการช่วยเหลือจะสามารถแจ้งผ่านตัวแทนกลุ่มและกระจายไปยังสมาชิกได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งยังสามารถติดตามความคืบหน้าของมาตรการต่างๆ จากภาครัฐได้อย่างต่อเนื่อง
“ถ้าเรายังต่างคนต่างอยู่แบบนี้ มันยากที่เขาจะมาติดต่อ กระทรวงพาณิชย์ก็จะบอกว่าไม่รู้จะติดต่อกับใคร เพราะเขาไม่สามารถติดต่อทุกสวนได้ ดังนั้นควรจะต้องมีตัวแทนที่จะไปบอกภาครัฐว่าอยากให้ช่วยอะไร และให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยหาตลาดใหม่ให้ เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา ยุโรป หรืออเมริกา รวมทั้งศึกษาสเปกสินค้าว่าต้องเป็นแบบไหน” นายพีระพันธุ์ กล่าว
ทั้งนี้ ในเบื้องต้น นายพีระพันธุ์ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้เพื่อประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ในการหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว พร้อมทั้งเสนอให้เกษตรกรเร่งรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มหรือสมาคม เพื่อให้เกิดความเป็นระบบ และเพิ่มพลังในการผลักดันมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาว
“แพทองธาร-สามี” เยี่ยม “ทักษิณ” จ่อคุมขังครบ 6 เดือนวันที่ 9 มี.ค.นี้
วันที่ 5 มี.ค. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือปอ (สามี) เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ
โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ ร่วมเดินทางเข้าเยี่ยม ซึ่งการเยี่ยมในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 45 โดยปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ เป็นระยะเวลา 5 เดือน 24 วัน และจะคุมขังครบ 6 เดือนในวันที่ 9 มี.ค.นี้
บรรยากาศในช่วงเช้า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และสามี ได้นั่งรถยนต์ส่วนตัวเดินทางมาบริเวณประตูหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงร่วมให้การต้อนรับ ก่อนที่ทั้งหมดจะยิ้มและยกมือไหว้สวัสดีทักทาย โดยกลุ่มคนเสื้อแดงต่างตะโกนประสานเสียงว่า “สวัสดีค่ะ สวัสดีครับนายกฯ อิ๊งค์คนสวย“ จากนั้นทั้งคู่เข้าไปเยี่ยมนายทักษิณภายในเรือนจำฯ โดยยังไม่ได้มีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด ซึ่งระหว่างเดินผ่านประตู 1 ทางเข้านั้น นายปิฎก สามีของ น.ส.แพทองธาร ได้ยกมือซ้ายขึ้นแตะบ่าข้างขวาของ น.ส.แพทองธาร ในลักษณะเป็นการให้กำลังใจกัน
ด้าน นางเพ็ญ พินิจอักษร อายุ 70 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ กลุ่มพลังสตรีศรีสะเกษ ได้เดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวชินวัตร พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้ตนนำรูปภาพใส่กรอบ 1 ชุด มาเตรียมมอบให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยเป็นภาพที่สำนักข่าวประเทศญี่ปุ่นได้บันทึกภาพของตนไปนำเสนอ โดยเป็นเหตุการณ์ที่ตนไปร่วมฟังงานปราศรัยใหญ่ของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬาเทพหัสดิน กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ ตนได้ทำหน้าที่กองเชียร์จนถึงวินาทีสุดท้ายแล้ว แต่แพ้ครั้งนี้ยอมรับว่าทำใจไม่ได้ รู้สึกเจ็บจี๊ดในดวงใจ ว่าในการติดตามไปดูอาจารย์เชนหาเสียงนั้น มีคนเยอะทุกพื้นที่ แต่คะแนนมันไม่ออก (เสียงสั่นเครือ) คะแนนมันไปไหนหมด จึงยอมรับว่ายังคงทำใจไม่ได้ วันนี้ตนจึงมาขอเยี่ยมอดีตนายกรัฐมนตรีและเป็นกำลังใจให้ท่าน พร้อมอยากบอกว่า ตนได้ทำหน้าที่เป็นกองเชียร์จนถึงนาทีสุดท้ายแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนยังมีกรอบรูปภาพอีกหนึ่งชุด ที่จะนำไปมอบให้อาจารย์เชนอีกด้วย
ต่อมาเวลา 11.00 น. ภายหลังจากที่ทั้งหมดได้ใช้เวลาในการเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ภายในเรือนจำฯ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชม. น.ส.แพทองธาร ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้ก็เป็นปกติ อัปเดตชีวิตธรรมดา ส่วนสุขภาพคุณพ่อยังเเข็งเเรงดี ตอนนี้โอเค ส่วนเมื่อถามว่าวันที่ 9 มี.ค.นี้ จะครบ 6 เดือนแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้างเพราะก็เป็นเวลาครึ่งปีแล้ว ปรากฏว่า น.ส.แพทองธาร ก้มหน้าสักครู่และเงยหน้าตอบว่า ก็..รู้สึกว่านาน ก็ให้กำลังใจกันไปว่าอีก 2 เดือนก็จะได้ออกแล้ว ก็หวังว่าคงต้องให้กำลังใจกันไป ให้ท่านมีกำลังใจในทุกวัน
เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธาร จะเป็นผู้อุปการะเอง และใช้บ้านจันทร์ส่องหล้าเป็นสถานที่คุมประพฤตินายทักษิณ ดังเดิมหรือไม่นั้น น.ส.แพทองธาร เผยว่า เดี๋ยวคงต้องคุยกันอีกที เเละเมื่อถามถึงสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ได้มีการพูดคุยบ้างหรือไม่ น.ส.แพทองธาร เผยว่า ไม่ได้คุยค่ะ
ก่อนที่ น.ส.แพทองธาร จะขอบคุณสื่อมวลชนและยุติการให้สัมภาษณ์ เพื่อขึ้นรถเดินทางกลับออกจากพื้นที่เรือนจำฯ โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงคอยส่งเสียงให้กำลังใจครอบครัวชินวัตร.
“น้องพลอย” ตื่นเต้นเป็น สส. สมัยแรก ไม่กดดันถูกมอง “หลานครูใหญ่เนวิน”
รัฐสภา วันนี้ (5 มี.ค.) น.ส.ณัฐธิดา เล็กอุดากร สส.บุรีรัมย์ เขต 2 วัย 25 ปี สส.อายุน้อยที่สุด ให้สัมภาษณ์ภายหลังการรายงานตัวถึงความรู้สึก ที่ได้เป็น สส.ครั้งแรก หลังเข้ารายงานตัว รู้สึกตื่นเต้นมากและดีใจที่ชาวบ้านเขต 2 จังหวัดบุรีรัมย์ เลือกเข้ามา ส่วนการทำงานหลังจากนี้ อันดับแรกคงเข้าไปศึกษางานก่อน สามารถพัฒนาอะไรได้บ้าง และสามารถพัฒนาพื้นที่อย่างไรได้บ้าง
เมื่อถามว่าเข้ามาทำงานในสภาแล้วจะการผลักดันวาระใดเป็นพิเศษหรือไม่ น.ส. ณัฐธิดา กล่าวว่า หลังเข้าสภาก็อยากจะดูเหตุการณ์ของประเทศก่อน ซึ่งก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ แต่ในฐานะคนรุ่นใหม่อยากผลักดันเรื่องการศึกษา และในฐานะ สส. สมัยแรกก็ขอให้สื่อช่วยแนะนำเรื่องการให้สัมภาษณ์
เมื่อถามว่ามีการติวเข้มหรือทำการบ้านในเรื่องใดเป็นพิเศษ น.ส. ณัฐธิดา ยอมรับว่าเตรียมตัวหนักอยู่เพราะไม่เคยทำงานสายนี้แต่ที่ผ่านมาก็ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด และจากการลงพื้นที่ก็เชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านในเขต 2 จังหวัดบุรีรัมย์ได้ ยืนยันว่าพร้อมทำงาน
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่เป็นสส.อายุน้อยที่สุดและถูกจับตา น.ส. ณัฐธิดา กล่าวว่า ไม่กังวลเรื่องที่ถูกจับตามอง แต่กังวลว่าจะสามารถทำอย่างที่ประชาชนคาดหวังหรือไม่ ยืนยันว่าจะทำเต็มที่ เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ถูกจับตามองที่เป็นหลานของนายเนวินชิดชอบผู้ใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าไม่กังวลเท่าไหร่เพราะตนชินแล้วหลังจากมีข่าวออกไป ก็รู้สึกชินมาสักพักแล้ว และขณะนี้ปรับตัวได้แล้ว