โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“มีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ” วิษณุชี้บาร์โค้ดบัตรสีชมพูทำให้เลือกตั้งไม่เป็นลับ เสี่ยงโมฆะ-กกต. ติดคุก

The MATTER

เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 06.05 น. • Brief

กรณีบัตรเลือกตั้งสีชมพู (บัญชีรายชื่อ) ซึ่งระบุบาร์โค้ดที่สามารถสืบย้อนกลับไปต้นขั้วว่าผู้ใดเป็นคนลงคะแนนในบัตรแต่ละใบ ทำให้เกิดการพูดคุยว่าการลงคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมาอาจไม่ลับอีกต่อไป และถูกจับตาว่าศาลจะสั่งให้เป็น ‘โมฆะ’ แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่หรือไม่?

วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ตอบประเด็นดังกล่าวหลังมีผู้ถามคำถามจากการบรรยายหัวข้อ “ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย” ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

โดยวิษณุระบุว่าการตีความกฎหมายเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ 2 แนวทาง

📌แนวทางที่ 1 ผลการลงคะแนนเลือกตั้ง “ไม่ลับ” — กกต. ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงอย่างไร ซึ่งไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ

📌แนวทางที่ 2 ผลการลงคะแนนยังเป็นไปในทาง “ลับ” — เนื่องจากการพิจารณาว่าลับหรือไม่ลับดูจากตอนกากบาทลงคะแนนในคูหา ไม่ได้ดูกันภายหลัง ซึ่งกรณีบาร์โค้ดนี้ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งปี 2549 ซึ่งตั้งหีบหันไปในทิศทางที่ทำให้บุคคลที่ผ่านไปมาเห็นว่าผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนน ซึ่งเป็นการสร้างบรรทัดฐานโดยยึดเหตุการณ์ระหว่างกากบาทว่าต้องเป็นความลับ

อย่างไรก็ตาม วิษณุกล่าวว่าตนเองเห็นด้วยกับแนวทางที่ 1 คือ “ไม่ลับ” เนื่องจากบัตรเลือกตั้งดังกล่าวสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถ้าจะทำ ซึ่งประเด็นสำคัญคือ “มีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ”

“คำว่า ‘ลับ’ ในรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่ระบุว่า การเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ มันไม่ได้หมายความว่าเป็นความลับตอนไหน แต่มันหมายความว่า ต้องเป็นความลับตลอดเวลา คือ เป็นความลับไปกับโลกนี้เลย ถึงเรียกว่าลับ ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก 2 เดือน มาเปิดดูกันได้ แล้วก็รู้กันว่าใคร ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้ว พูดแบบนั้นไม่ได้ เพราะว่ามันถูกเปิดเผยออกมาแล้ว” วิษณุ กล่าว

หากกรณีบัตรเลือกตั้งนี้ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ วิษณุชี้ว่าจะมีการพิสูจน์โดยหยิบบัตรเลือกตั้งมา 1 ใบ ที่มีบาร์โค้ด นำไปเทียบกันต้นขั้ว แล้วเอาต้นขั้วไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ หากชื่อออกมาว่า “นาย ก.” ก็แสดงว่า “ไม่ลับ” ทั้งนี้ นี่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของเขา ซึ่งอาจจะผิดก็ได้

เมื่อมีการถามว่าเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสเป็นโมฆะหรือไม่?

วิษณุตอบว่า “ผมตอบไม่ได้ และไม่กล้าจะคาดเดาด้วย” ตนเพียงเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นความลับ ซึ่งอยู่ที่ กกต. ว่าจะสั่งอย่างไร หาก กกต. เห็นว่าไม่ลับ ก็คงจะต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ

เพราะเมื่อเทียบกับกรณีปี 2549 ซึ่งเคยมีการสั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ จากกรณีจัดคูหาเลือกตั้งให้คนเดินผ่านแล้วมองเห็น ซึ่งการจัดคูหาแบบนั้นเกิดขึ้นเพียงบางแห่งเท่านั้น แต่ กกต. ก็สั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ แม้จะเสียเงินกี่พันกี่หมื่นล้านก็ต้องทำ

แต่หาก กกต. ไม่อยากสั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ก็ออกได้ทางเดียว คือ ที่ว่าการลงคะแนนเป็นความลับ หมายถึง “ลับ ตอนกาบัตรเลือกตั้ง” ส่วนหลังจากนั้นไม่ลับอย่างที่ได้ตอบไปในกรณีที่ 2

“ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอย่างไร ผมไม่กล้าฟันธง แต่จะมาบอกว่าเอาแค่ กกต.รับผิดไปก็แล้วกัน มันจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะคดีเมื่อปี 2549 โดนหลายเด้ง ทั้งการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ และ กกต. ต้องรับผิด แล้วก็ติดคุกกันไป”

“ส่วนครั้งนี้ไม่แน่ใจว่าจะให้ กกต. ติดคุกหรือไม่ แต่ก็มีส่วนรับผิดชอบ เพราะบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจาก กกต. แล้ว เพราะฉะนั้นจะเอาคุณแสวง (บุญมี) ไปติดคุกคนเดียวไม่ได้ ก็คงต้องหาเพื่อนให้แกด้วยอยู่ดี” วิษณุ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...