“มีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ” วิษณุชี้บาร์โค้ดบัตรสีชมพูทำให้เลือกตั้งไม่เป็นลับ เสี่ยงโมฆะ-กกต. ติดคุก
กรณีบัตรเลือกตั้งสีชมพู (บัญชีรายชื่อ) ซึ่งระบุบาร์โค้ดที่สามารถสืบย้อนกลับไปต้นขั้วว่าผู้ใดเป็นคนลงคะแนนในบัตรแต่ละใบ ทำให้เกิดการพูดคุยว่าการลงคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมาอาจไม่ลับอีกต่อไป และถูกจับตาว่าศาลจะสั่งให้เป็น ‘โมฆะ’ แล้วจัดการเลือกตั้งใหม่หรือไม่?
วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย ตอบประเด็นดังกล่าวหลังมีผู้ถามคำถามจากการบรรยายหัวข้อ “ถอดรหัสภาวะผู้นำ-กรณีศึกษาอดีตนายกรัฐมนตรีไทย” ภายใต้หลักสูตรวิทยาการจัดการสำหรับนักบริหารระดับสูง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)
โดยวิษณุระบุว่าการตีความกฎหมายเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ 2 แนวทาง
📌แนวทางที่ 1 ผลการลงคะแนนเลือกตั้ง “ไม่ลับ” — กกต. ทำผิดและขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะบาร์โค้ดทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงอย่างไร ซึ่งไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ
📌แนวทางที่ 2 ผลการลงคะแนนยังเป็นไปในทาง “ลับ” — เนื่องจากการพิจารณาว่าลับหรือไม่ลับดูจากตอนกากบาทลงคะแนนในคูหา ไม่ได้ดูกันภายหลัง ซึ่งกรณีบาร์โค้ดนี้ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งปี 2549 ซึ่งตั้งหีบหันไปในทิศทางที่ทำให้บุคคลที่ผ่านไปมาเห็นว่าผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งลงคะแนน ซึ่งเป็นการสร้างบรรทัดฐานโดยยึดเหตุการณ์ระหว่างกากบาทว่าต้องเป็นความลับ
อย่างไรก็ตาม วิษณุกล่าวว่าตนเองเห็นด้วยกับแนวทางที่ 1 คือ “ไม่ลับ” เนื่องจากบัตรเลือกตั้งดังกล่าวสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถ้าจะทำ ซึ่งประเด็นสำคัญคือ “มีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ”
“คำว่า ‘ลับ’ ในรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ที่ระบุว่า การเลือกตั้งต้องทำโดยตรงและลับ มันไม่ได้หมายความว่าเป็นความลับตอนไหน แต่มันหมายความว่า ต้องเป็นความลับตลอดเวลา คือ เป็นความลับไปกับโลกนี้เลย ถึงเรียกว่าลับ ถ้าลับแบบหลังจากเลือกไปแล้ว อีก 2 เดือน มาเปิดดูกันได้ แล้วก็รู้กันว่าใคร ถือว่าได้เลือกตั้งโดยลับไปแล้ว พูดแบบนั้นไม่ได้ เพราะว่ามันถูกเปิดเผยออกมาแล้ว” วิษณุ กล่าว
หากกรณีบัตรเลือกตั้งนี้ไปขึ้นศาลรัฐธรรมนูญ วิษณุชี้ว่าจะมีการพิสูจน์โดยหยิบบัตรเลือกตั้งมา 1 ใบ ที่มีบาร์โค้ด นำไปเทียบกันต้นขั้ว แล้วเอาต้นขั้วไปเทียบกับบัญชีรายชื่อ หากชื่อออกมาว่า “นาย ก.” ก็แสดงว่า “ไม่ลับ” ทั้งนี้ นี่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของเขา ซึ่งอาจจะผิดก็ได้
เมื่อมีการถามว่าเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสเป็นโมฆะหรือไม่?
วิษณุตอบว่า “ผมตอบไม่ได้ และไม่กล้าจะคาดเดาด้วย” ตนเพียงเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นความลับ ซึ่งอยู่ที่ กกต. ว่าจะสั่งอย่างไร หาก กกต. เห็นว่าไม่ลับ ก็คงจะต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ
เพราะเมื่อเทียบกับกรณีปี 2549 ซึ่งเคยมีการสั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ จากกรณีจัดคูหาเลือกตั้งให้คนเดินผ่านแล้วมองเห็น ซึ่งการจัดคูหาแบบนั้นเกิดขึ้นเพียงบางแห่งเท่านั้น แต่ กกต. ก็สั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ แม้จะเสียเงินกี่พันกี่หมื่นล้านก็ต้องทำ
แต่หาก กกต. ไม่อยากสั่งให้เลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ก็ออกได้ทางเดียว คือ ที่ว่าการลงคะแนนเป็นความลับ หมายถึง “ลับ ตอนกาบัตรเลือกตั้ง” ส่วนหลังจากนั้นไม่ลับอย่างที่ได้ตอบไปในกรณีที่ 2
“ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดอย่างไร ผมไม่กล้าฟันธง แต่จะมาบอกว่าเอาแค่ กกต.รับผิดไปก็แล้วกัน มันจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะคดีเมื่อปี 2549 โดนหลายเด้ง ทั้งการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ และ กกต. ต้องรับผิด แล้วก็ติดคุกกันไป”
“ส่วนครั้งนี้ไม่แน่ใจว่าจะให้ กกต. ติดคุกหรือไม่ แต่ก็มีส่วนรับผิดชอบ เพราะบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดผ่านความเห็นชอบจาก กกต. แล้ว เพราะฉะนั้นจะเอาคุณแสวง (บุญมี) ไปติดคุกคนเดียวไม่ได้ ก็คงต้องหาเพื่อนให้แกด้วยอยู่ดี” วิษณุ กล่าว