โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แสนสิริ ทุ่มพันล้าน รุกถือหุ้น 5 กลุ่มธุรกิจ ดันรายได้นอกอสังหาฯ แตะ 25% ปี 2573

Khaosod

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 09.01 น.

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เดินเกมลงทุนระยะ 3 ปี ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท เปิดหน่วยธุรกิจ “Sansiri Growth Incubator” สร้างระบบนิเวศต่อยอดจากฐานลูกค้า 2 แสนราย มุ่งร่วมลงทุน SME กลุ่ม Real Sector ตั้งเป้าปลดล็อกการเติบโต 5–10 เท่าใน 3–5 ปี พร้อมดันสัดส่วนรายได้ธุรกิจอื่นเพิ่มจาก 12% เป็น 25% ภายในปี 2573 ท่ามกลางเศรษฐกิจโตต่ำราว 2%

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าทิศทางการลงทุนของบริษัทภายใต้กลยุทธ์ปั้น New S-curve โดยการเปิดตัวหน่วยธุรกิจ Sansiri Growth Incubator เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจใหม่ควบคู่กับธุรกิจหลัก โดยกำหนดงบลงทุนเบื้องต้นในระยะ 3 ปีจากนี้ รวม 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการบ่มเพาะธุรกิจและการค้นหาพันธมิตรที่มีศักยภาพ โดยจะอาศัยจุดแข็งของแพลตฟอร์มแสนสิริ ซึ่งมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่และระบบการดำเนินงานที่รองรับการต่อยอดธุรกิจใหม่

โดยเน้นการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการ SME ในกลุ่ม Real Sector ที่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตประจำวัน เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาเพียงโครงการที่พักอาศัย ไปสู่การสร้าง ชุมชนแห่งการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ พร้อมปลดล็อกขีดจำกัดของธุรกิจ เพื่อสร้างให้กับธุรกิจที่บริษัทเข้าไปลงทุนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด 5-10 เท่า ภายใน 3-5 ปี และผลักดันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ของแสนสิริ จากปัจจุบันอยู่ที่ 12% เป็น 25% ภายในปี 2573

“ตลอดระยะเวลากว่า 42 ปี แสนสิริถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้บริโภค โดยการเติบโตขององค์กรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากช่วงเริ่มต้นที่มีพนักงานเพียงไม่ถึง 10 คน จนปัจจุบันมีบุคลากรราว 4,500 คน สะท้อนพัฒนาการของบริษัทที่ขยายตัวควบคู่กับอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยไทย”

นายอุทัย กล่าวและว่า บริษัทมองว่าการเติบโตในอนาคตจำเป็นต้องมีทิศทางใหม่เพิ่มเติม ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงและอัตราการเติบโตที่อาจอยู่ในระดับประมาณ 2% ทำให้ก้าวต่อไปขององค์กร นอกเหนือจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยซึ่งเป็นธุรกิจหล ซึ่งฐานลูกค้าของแสนสิริในปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 200,000 ราย

โดยมองว่าปัจจัยที่ลูกค้าให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงตัวสินค้า วัสดุ หรือพื้นที่ใช้สอย แต่เป็นประสบการณ์และคุณภาพชีวิตที่ได้รับจากการอยู่อาศัยกับแบรนด์ ดังนั้นการจัดตั้ง หน่วยธุรกิจ Sansiri Growth Incubator ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมขององค์กร เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ที่สามารถสนับสนุนการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ แสนสิริ ได้เปิดตัวทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่เข้ามารับบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนแผนลงทุนดังกล่าว โดยทั้งสองมีประสบการณ์ด้านการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมความเข้าใจในระบบนิเวศน์ธุรกิจและการสร้างมูลค่าจากการลงทุน

ชูศักยภาพแบรนด์อันดับหนึ่งต่อยอดการเติบโต

โดยนายณภัทร ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ International Operations บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริวางโรดแมป 3 ปี (2569-2571) ในการใช้ SANSIRI GROWTH INCUBATOR เป็นฟันเฟืองหลักเพื่อลงทุนในธุรกิจกลุ่ม Real Sector เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตแบบครบวงจร ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญของการเติบโตในอนาคต โดยแม้แสนสิริจะได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย แต่การรักษาความเป็นผู้นำจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดีตลอดระยะเวลากว่า 42 ปี แสนสิริได้พัฒนาโครงการมากกว่า 500 โครงการ ครอบคลุมกว่า 20 จังหวัดในประเทศไทย รวมถึงโครงการต่างประเทศมากกว่า 4 โครงการในเมืองสำคัญ เช่น ลอนดอนและนิวยอร์ก ขณะเดียวกันยังมีฐานสินทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 150,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่น และฐานลูกค้าที่สะสมมา โดยบริษัทตั้งเป้านำจุดแข็งดังกล่าวมาใช้เป็นฐานสนับสนุนผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ในประเทศไทย ผ่านกลไกการลงทุนเชิงกลยุทธ์

ในขณะเดียวกันแสนสิริมีประสบการณ์ในการสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในเครือและการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงมั่นใจว่าสามารถเร่งการเติบโตของพันธมิตรที่บริษัทเข้าไปลงทุนได้

โดย 5 กลุ่มธุรกิจเป้าหมายที่ Sansiri Growth Incubator จะเข้าไปลงทุนจะมุ่งไปที่ธุรกิจแบบ B2C ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ เช่น ร้านอาหาร โรงเรียน ไลฟ์สไตล์ หรือบริการต่าง ๆ มากกว่าธุรกิจเทคโนโลยีเชิงซอฟต์แวร์ เนื่องจากต้องการให้สามารถเชื่อมโยงกับโครงการที่อยู่อาศัยหรือกิจกรรมลูกค้าได้จริง ประกอบด้วย

  • Food & Beverage เช่น ร้านอาหาร เบเกอรี่ คาเฟ่
  • Lifestyle ซึ่งครอบคลุมสินค้าและแบรนด์ที่สะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิต
  • Hospitality รวมถึงโรงแรม บริการ Wellness และธุรกิจบริการ อาทิ โรงพยาบาลสัตว์
  • FMCG หรือสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นต้น
  • Education ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญของระบบนิเวศการอยู่อาศัย อาทิ ธุรกิจเนอร์เซอรี่ หรือ รับฝากเลี้ยงเด็ก เป็นต้น

นายณภัทร ย้ำว่า Sansiri Growth Incubator ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงผลกำไรจากการลงทุน แต่ต้องการสร้างโอกาสการเติบโตให้ผู้ประกอบการที่มี DNA และแนวคิดสอดคล้องกับบริษัท พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของ Ecosystem และขับเคลื่อนการสร้างชุมชนคุณภาพในระยะยาว

ย้ำบทบาทการเป็น สปริงบอร์ด

ด้านนายศุภกร คงสมจิตต์ ผู้อำนวยการฝ่าย Special Projects & Investment บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมถึงโมเดลความสำเร็จว่ากระบวนการดำเนินงานและหลักคิดในการลงทุนภายใต้โครงการ Sansiri Growth Incubator โดยย้ำบทบาทการเป็น สปริงบอร์ด สนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการ มากกว่าการเข้าซื้อกิจการหรือแข่งขันกับธุรกิจที่เข้าไปลงทุน ซึ่งบริษัทจะเข้าไปสนับสนุนผู้ประกอบการโดยไม่แย่งบทบาทการดำเนินธุรกิจ พร้อมสร้างความร่วมมือและแบ่งปันวิสัยทัศน์ร่วมกันเกี่ยวกับทิศทางการเติบโตในอนาคต

ต่อยอดแนวคิดสร้างเมืองครบวงจร

แนวทางการลงทุนดังกล่าวสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสู่การพัฒนาเมืองขนาดย่อม โดยองค์ประกอบของเมือง ได้แก่ ร้านอาหาร แบรนด์สินค้า บริการ และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ จะช่วยสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยและดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาอยู่ในโครงการมากขึ้น

เลือกลงทุน Early–Growth Stage พร้อมโตไปด้วยกัน

ในด้านช่วงเวลาการลงทุน บริษัทระบุว่าจะเน้นธุรกิจระยะที่กำลังอยู่ในช่วงเติบโต (Early Stage ถึง Early Growth) ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ใช้งานจริงแล้ว มีสาขาหรือฐานลูกค้าเบื้องต้น และมีศักยภาพขยายตัว ซึ่งแนวทางนี้จะเปิดโอกาสให้แสนสิริสามารถเข้าไปช่วยปรับกระบวนการทำงาน สนับสนุนการขยายธุรกิจ และเติบโตไปพร้อมกับผู้ประกอบการ

โดยกลยุทธ์สำคัญคือการเข้าไปลงทุนในช่วงที่ธุรกิจอยู่ในเฟสขยายตัว เช่น ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่เริ่มต้นจากการเปิดสาขาแรกและสามารถขยายสู่หลายสาขาในระยะเวลาไม่นาน ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่มีเพียง 1–3 สาขา ซึ่งถือเป็นช่วงที่แสนสิริมองว่าเหมาะสมต่อการเข้าไปสนับสนุนเพื่อเร่งการเติบโต

กำหนด 4 ด้านสนับสนุนหลักหลังลงทุน

นายศุภกร กล่าวว่าเมื่อแสนสิริเข้าไปลงทุนแล้ว จะให้การสนับสนุนใน 4 มิติหลัก ได้แก่

1.Business Network

ช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ สนับสนุนการขยายสาขา คลังสินค้า และซัพพลายเชน ผ่านทรัพยากรภายในองค์กร

2.Operational Support

ให้คำปรึกษาด้านระบบหลังบ้านและกระบวนการทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การขยายตัวในระดับองค์กร เนื่องจากหลายธุรกิจไทยเผชิญข้อจำกัดด้านระบบเมื่อถึงจุดเติบโต

3.Financial Access

นอกจากเงินลงทุนโดยตรง บริษัทสามารถช่วยเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม เช่น การระดมทุนรอบถัดไป สินเชื่อ หรือเครื่องมือทางการเงินอื่น

4.Strategic Advisory

สนับสนุนการวางกลยุทธ์ระยะยาว โดยทีมผู้บริหารของแสนสิริจะร่วมคิดทิศทางการเติบโตในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า

โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนทั้ง 4 ด้านจะช่วยให้ธุรกิจที่ได้รับการลงทุนสามารถเติบโตและกลายเป็น New S-Curve ได้

คุณสมบัติธุรกิจที่ต้องการร่วมลงทุน

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจร่วมโครงการ บริษัทกำหนดคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่

  • มีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ใช้งานจริงและผ่านการทดลองตลาดแล้ว
  • มีแผนธุรกิจและวิสัยทัศน์การเติบโตที่ชัดเจน
  • มีข้อมูลผลประกอบการและระบบบัญชีที่ตรวจสอบได้
  • มีความสอดคล้องด้านวัฒนธรรมองค์กรและสามารถทำงานร่วมกันระยะยาว

อยู่ระหว่างเจรจาหลายดีล

นายศุภกร กล่าวว่าในด้านความคืบหน้าการลงทุน โดยปัจจุบันมีการพูดคุยกับธุรกิจราว 3–5 รายในเชิงลึก และมีรายชื่อแบรนด์ที่อยู่ในกระบวนการพิจารณารวมประมาณ 29 ราย ครอบคลุม 5 กลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มที่มีสัดส่วนมากคืออาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เช่น โรงพยาบาลสัตว์ อาหารสัตว์ และบริการไลฟ์สไตล์

สำหรับการคัดเลือกพันธมิตรไม่ได้จำกัดสัญชาติผู้ก่อตั้ง แต่ธุรกิจต้องดำเนินการในประเทศไทย โดยบริษัทให้ความสำคัญทั้งศักยภาพของตลาดและคุณภาพของทีมผู้บริหาร อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง จึงให้ความสำคัญกับการศึกษาธุรกิจเชิงลึกและการทำความเข้าใจกับผู้ก่อตั้งก่อนตัดสินใจ

ขนาดธุรกิจเป้าหมาย รายได้ 200–300 ล้านบาท

ในด้านขนาดกิจการ บริษัทมองธุรกิจที่มีรายได้ระดับไม่เกิน 200–300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นช่วง Early Stage ถึง Early Growth โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีกำไรแล้ว หากเห็นศักยภาพในการทำกำไรในอนาคตก็สามารถลงทุนได้

สำหรับสัดส่วนการลงทุนจะโดยบริษัทจะไม่ถือหุ้นเกิน 50% หรือต้องการสัดส่วนการถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 10% เพื่อให้สามารถมีที่นั่งในคณะกรรมการบริษัท ทำให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้านการบริหารได้ ส่วนงบลงทุนในแต่ละธุรกิจ 20-30 ล้านบาทขึ้นไป โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการลงทุนธุรกิจแรกภายในครึ่งปีแรกนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แสนสิริ ทุ่มพันล้าน รุกถือหุ้น 5 กลุ่มธุรกิจ ดันรายได้นอกอสังหาฯ แตะ 25% ปี 2573

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...