แสนสิริ ทุ่มพันล้าน รุกถือหุ้น 5 กลุ่มธุรกิจ ดันรายได้นอกอสังหาฯ แตะ 25% ปี 2573
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เดินเกมลงทุนระยะ 3 ปี ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท เปิดหน่วยธุรกิจ “Sansiri Growth Incubator” สร้างระบบนิเวศต่อยอดจากฐานลูกค้า 2 แสนราย มุ่งร่วมลงทุน SME กลุ่ม Real Sector ตั้งเป้าปลดล็อกการเติบโต 5–10 เท่าใน 3–5 ปี พร้อมดันสัดส่วนรายได้ธุรกิจอื่นเพิ่มจาก 12% เป็น 25% ภายในปี 2573 ท่ามกลางเศรษฐกิจโตต่ำราว 2%
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าทิศทางการลงทุนของบริษัทภายใต้กลยุทธ์ปั้น New S-curve โดยการเปิดตัวหน่วยธุรกิจ Sansiri Growth Incubator เพื่อสร้างระบบนิเวศการลงทุนและการพัฒนาธุรกิจใหม่ควบคู่กับธุรกิจหลัก โดยกำหนดงบลงทุนเบื้องต้นในระยะ 3 ปีจากนี้ รวม 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการบ่มเพาะธุรกิจและการค้นหาพันธมิตรที่มีศักยภาพ โดยจะอาศัยจุดแข็งของแพลตฟอร์มแสนสิริ ซึ่งมีฐานลูกค้าขนาดใหญ่และระบบการดำเนินงานที่รองรับการต่อยอดธุรกิจใหม่
โดยเน้นการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการ SME ในกลุ่ม Real Sector ที่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตประจำวัน เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาเพียงโครงการที่พักอาศัย ไปสู่การสร้าง ชุมชนแห่งการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ พร้อมปลดล็อกขีดจำกัดของธุรกิจ เพื่อสร้างให้กับธุรกิจที่บริษัทเข้าไปลงทุนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด 5-10 เท่า ภายใน 3-5 ปี และผลักดันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอื่นๆ ของแสนสิริ จากปัจจุบันอยู่ที่ 12% เป็น 25% ภายในปี 2573
“ตลอดระยะเวลากว่า 42 ปี แสนสิริถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้บริโภค โดยการเติบโตขององค์กรเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากช่วงเริ่มต้นที่มีพนักงานเพียงไม่ถึง 10 คน จนปัจจุบันมีบุคลากรราว 4,500 คน สะท้อนพัฒนาการของบริษัทที่ขยายตัวควบคู่กับอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยไทย”
นายอุทัย กล่าวและว่า บริษัทมองว่าการเติบโตในอนาคตจำเป็นต้องมีทิศทางใหม่เพิ่มเติม ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงและอัตราการเติบโตที่อาจอยู่ในระดับประมาณ 2% ทำให้ก้าวต่อไปขององค์กร นอกเหนือจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยซึ่งเป็นธุรกิจหล ซึ่งฐานลูกค้าของแสนสิริในปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 200,000 ราย
โดยมองว่าปัจจัยที่ลูกค้าให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงตัวสินค้า วัสดุ หรือพื้นที่ใช้สอย แต่เป็นประสบการณ์และคุณภาพชีวิตที่ได้รับจากการอยู่อาศัยกับแบรนด์ ดังนั้นการจัดตั้ง หน่วยธุรกิจ Sansiri Growth Incubator ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมขององค์กร เพื่อสร้างธุรกิจใหม่ที่สามารถสนับสนุนการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและสร้างสังคมการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพ
นอกจากนี้ แสนสิริ ได้เปิดตัวทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่เข้ามารับบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนแผนลงทุนดังกล่าว โดยทั้งสองมีประสบการณ์ด้านการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมความเข้าใจในระบบนิเวศน์ธุรกิจและการสร้างมูลค่าจากการลงทุน
ชูศักยภาพแบรนด์อันดับหนึ่งต่อยอดการเติบโต
โดยนายณภัทร ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ International Operations บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แสนสิริวางโรดแมป 3 ปี (2569-2571) ในการใช้ SANSIRI GROWTH INCUBATOR เป็นฟันเฟืองหลักเพื่อลงทุนในธุรกิจกลุ่ม Real Sector เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตแบบครบวงจร ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญของการเติบโตในอนาคต โดยแม้แสนสิริจะได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย แต่การรักษาความเป็นผู้นำจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดีตลอดระยะเวลากว่า 42 ปี แสนสิริได้พัฒนาโครงการมากกว่า 500 โครงการ ครอบคลุมกว่า 20 จังหวัดในประเทศไทย รวมถึงโครงการต่างประเทศมากกว่า 4 โครงการในเมืองสำคัญ เช่น ลอนดอนและนิวยอร์ก ขณะเดียวกันยังมีฐานสินทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 150,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่น และฐานลูกค้าที่สะสมมา โดยบริษัทตั้งเป้านำจุดแข็งดังกล่าวมาใช้เป็นฐานสนับสนุนผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ในประเทศไทย ผ่านกลไกการลงทุนเชิงกลยุทธ์
ในขณะเดียวกันแสนสิริมีประสบการณ์ในการสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในเครือและการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงมั่นใจว่าสามารถเร่งการเติบโตของพันธมิตรที่บริษัทเข้าไปลงทุนได้
โดย 5 กลุ่มธุรกิจเป้าหมายที่ Sansiri Growth Incubator จะเข้าไปลงทุนจะมุ่งไปที่ธุรกิจแบบ B2C ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ เช่น ร้านอาหาร โรงเรียน ไลฟ์สไตล์ หรือบริการต่าง ๆ มากกว่าธุรกิจเทคโนโลยีเชิงซอฟต์แวร์ เนื่องจากต้องการให้สามารถเชื่อมโยงกับโครงการที่อยู่อาศัยหรือกิจกรรมลูกค้าได้จริง ประกอบด้วย
- Food & Beverage เช่น ร้านอาหาร เบเกอรี่ คาเฟ่
- Lifestyle ซึ่งครอบคลุมสินค้าและแบรนด์ที่สะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิต
- Hospitality รวมถึงโรงแรม บริการ Wellness และธุรกิจบริการ อาทิ โรงพยาบาลสัตว์
- FMCG หรือสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นต้น
- Education ซึ่งเป็นภาคส่วนสำคัญของระบบนิเวศการอยู่อาศัย อาทิ ธุรกิจเนอร์เซอรี่ หรือ รับฝากเลี้ยงเด็ก เป็นต้น
นายณภัทร ย้ำว่า Sansiri Growth Incubator ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงผลกำไรจากการลงทุน แต่ต้องการสร้างโอกาสการเติบโตให้ผู้ประกอบการที่มี DNA และแนวคิดสอดคล้องกับบริษัท พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของ Ecosystem และขับเคลื่อนการสร้างชุมชนคุณภาพในระยะยาว
ย้ำบทบาทการเป็น สปริงบอร์ด
ด้านนายศุภกร คงสมจิตต์ ผู้อำนวยการฝ่าย Special Projects & Investment บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมถึงโมเดลความสำเร็จว่ากระบวนการดำเนินงานและหลักคิดในการลงทุนภายใต้โครงการ Sansiri Growth Incubator โดยย้ำบทบาทการเป็น สปริงบอร์ด สนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการ มากกว่าการเข้าซื้อกิจการหรือแข่งขันกับธุรกิจที่เข้าไปลงทุน ซึ่งบริษัทจะเข้าไปสนับสนุนผู้ประกอบการโดยไม่แย่งบทบาทการดำเนินธุรกิจ พร้อมสร้างความร่วมมือและแบ่งปันวิสัยทัศน์ร่วมกันเกี่ยวกับทิศทางการเติบโตในอนาคต
ต่อยอดแนวคิดสร้างเมืองครบวงจร
แนวทางการลงทุนดังกล่าวสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสู่การพัฒนาเมืองขนาดย่อม โดยองค์ประกอบของเมือง ได้แก่ ร้านอาหาร แบรนด์สินค้า บริการ และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ จะช่วยสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยและดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาอยู่ในโครงการมากขึ้น
เลือกลงทุน Early–Growth Stage พร้อมโตไปด้วยกัน
ในด้านช่วงเวลาการลงทุน บริษัทระบุว่าจะเน้นธุรกิจระยะที่กำลังอยู่ในช่วงเติบโต (Early Stage ถึง Early Growth) ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ใช้งานจริงแล้ว มีสาขาหรือฐานลูกค้าเบื้องต้น และมีศักยภาพขยายตัว ซึ่งแนวทางนี้จะเปิดโอกาสให้แสนสิริสามารถเข้าไปช่วยปรับกระบวนการทำงาน สนับสนุนการขยายธุรกิจ และเติบโตไปพร้อมกับผู้ประกอบการ
โดยกลยุทธ์สำคัญคือการเข้าไปลงทุนในช่วงที่ธุรกิจอยู่ในเฟสขยายตัว เช่น ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ที่เริ่มต้นจากการเปิดสาขาแรกและสามารถขยายสู่หลายสาขาในระยะเวลาไม่นาน ขณะเดียวกัน ยังมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่มีเพียง 1–3 สาขา ซึ่งถือเป็นช่วงที่แสนสิริมองว่าเหมาะสมต่อการเข้าไปสนับสนุนเพื่อเร่งการเติบโต
กำหนด 4 ด้านสนับสนุนหลักหลังลงทุน
นายศุภกร กล่าวว่าเมื่อแสนสิริเข้าไปลงทุนแล้ว จะให้การสนับสนุนใน 4 มิติหลัก ได้แก่
1.Business Network
ช่วยเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ สนับสนุนการขยายสาขา คลังสินค้า และซัพพลายเชน ผ่านทรัพยากรภายในองค์กร
2.Operational Support
ให้คำปรึกษาด้านระบบหลังบ้านและกระบวนการทำงาน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การขยายตัวในระดับองค์กร เนื่องจากหลายธุรกิจไทยเผชิญข้อจำกัดด้านระบบเมื่อถึงจุดเติบโต
3.Financial Access
นอกจากเงินลงทุนโดยตรง บริษัทสามารถช่วยเชื่อมโยงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม เช่น การระดมทุนรอบถัดไป สินเชื่อ หรือเครื่องมือทางการเงินอื่น
4.Strategic Advisory
สนับสนุนการวางกลยุทธ์ระยะยาว โดยทีมผู้บริหารของแสนสิริจะร่วมคิดทิศทางการเติบโตในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า
โดยบริษัทเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนทั้ง 4 ด้านจะช่วยให้ธุรกิจที่ได้รับการลงทุนสามารถเติบโตและกลายเป็น New S-Curve ได้
คุณสมบัติธุรกิจที่ต้องการร่วมลงทุน
สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจร่วมโครงการ บริษัทกำหนดคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่
- มีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ใช้งานจริงและผ่านการทดลองตลาดแล้ว
- มีแผนธุรกิจและวิสัยทัศน์การเติบโตที่ชัดเจน
- มีข้อมูลผลประกอบการและระบบบัญชีที่ตรวจสอบได้
- มีความสอดคล้องด้านวัฒนธรรมองค์กรและสามารถทำงานร่วมกันระยะยาว
อยู่ระหว่างเจรจาหลายดีล
นายศุภกร กล่าวว่าในด้านความคืบหน้าการลงทุน โดยปัจจุบันมีการพูดคุยกับธุรกิจราว 3–5 รายในเชิงลึก และมีรายชื่อแบรนด์ที่อยู่ในกระบวนการพิจารณารวมประมาณ 29 ราย ครอบคลุม 5 กลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มที่มีสัดส่วนมากคืออาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เช่น โรงพยาบาลสัตว์ อาหารสัตว์ และบริการไลฟ์สไตล์
สำหรับการคัดเลือกพันธมิตรไม่ได้จำกัดสัญชาติผู้ก่อตั้ง แต่ธุรกิจต้องดำเนินการในประเทศไทย โดยบริษัทให้ความสำคัญทั้งศักยภาพของตลาดและคุณภาพของทีมผู้บริหาร อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง จึงให้ความสำคัญกับการศึกษาธุรกิจเชิงลึกและการทำความเข้าใจกับผู้ก่อตั้งก่อนตัดสินใจ
ขนาดธุรกิจเป้าหมาย รายได้ 200–300 ล้านบาท
ในด้านขนาดกิจการ บริษัทมองธุรกิจที่มีรายได้ระดับไม่เกิน 200–300 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นช่วง Early Stage ถึง Early Growth โดยไม่ได้กำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีกำไรแล้ว หากเห็นศักยภาพในการทำกำไรในอนาคตก็สามารถลงทุนได้
สำหรับสัดส่วนการลงทุนจะโดยบริษัทจะไม่ถือหุ้นเกิน 50% หรือต้องการสัดส่วนการถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 10% เพื่อให้สามารถมีที่นั่งในคณะกรรมการบริษัท ทำให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้านการบริหารได้ ส่วนงบลงทุนในแต่ละธุรกิจ 20-30 ล้านบาทขึ้นไป โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการลงทุนธุรกิจแรกภายในครึ่งปีแรกนี้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แสนสิริ ทุ่มพันล้าน รุกถือหุ้น 5 กลุ่มธุรกิจ ดันรายได้นอกอสังหาฯ แตะ 25% ปี 2573
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th