"อนุทิน" หาเสียงศรีสะเกษ ลั่นปิดด่านถาวร เบอร์ 37 พรรคเดียวที่ “เขมรไม่อยากให้เป็นรัฐบาล”
"อนุทิน" หาเสียงศรีสะเกษ ลั่นปิดด่านถาวร เบอร์ 37 พรรคเดียวที่ “เขมรไม่อยากให้เป็นรัฐบาล” พร้อมปลุกอารมณ์ชายแดนเดือด ชี้เลือกพลาดวินาทีเดียว อนาคตประเทศเปลี่ยน ลั่นไทยไม่ใช่ที่ทดลองงาน
เมื่อเวลา11.00น. ที่สนามกีฬากลางศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ช่วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัคร สส.เขต 1 และนายศุภกิจ สีหาภาค ผู้สมัคร สส.เขต 2 หาเสียง นายธนา กิจไพบูลย์ชัย เขต 3 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ เขต 8 และ และนายวิทวัส ไตรสรณกุล เขต 9 หาเสียง มีคนมารอฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ โดยนายอนุทิน ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ถ้าคนที่มาฟังการปราศรัยแล้วกลับไปกาผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด ก็ไม่ต้องหาเสียงแล้ว เตรียมตัวเข้าสภาฯได้เลย เพราะมากันเยอะมาก นายสิริพงศ์ ทำงานรับใช้ และทำชื่อเสียงให้กับชาวศรีสะเกษอย่างมากมาย และตั้งแต่ตนเป็น รมว.สาธารณสุข มหาดไทย และนายกฯ คนที่เป็นเลขาฯตนและไว้ใจที่สุดคือน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ เราไม่ได้ห่างไกลกัน ตอนที่มีสงครามเป็นห่วงศรีสะเกษที่สุดมาหลายครั้งเพื่อดูวิธีการอพยพประชาชนและวิธีจักการ พอเป็นนายกฯแปปเดียว สิ่งที่เราศูนย์เสียไปกลับมาหมด และสิ่งที่ได้เป็นฉันทานุมัติจากคนไทยทั้งประเทศ คือห้ามเปิดด่าน ถือเป็นคำสั่งที่ประชาชนให้กับตน ดังนั้นเรื่องเปิดด่านเลิกคิดได้เลย และตั้งแต่ปิดด่านมา ข้าว มันสำปะหลัง หอมแดง มะม่วง และอ้อย ราคาขึ้น แล้วจะเปิดด่านหาพระแสงอะไรอีก เคยไปถามหลายพื้นที่ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าเปิดด่านจะปรบมือให้ ถ้าเปิดด่านจะตบตีนให้ มันถือเป็นความชัดเจนขออย่ากังวล
นายอนุทิน กล่าวว่า ”ผมมาอยู่ตรงนี้ตลอด พวกเรามีความรู้สึกเหมือกันคือ ความรู้สึกแค้น ทำไมคนของเราถูกรังแก ดังนั้นในวันที่ 8 ก.พ. พ่อแม่พี่น้องคิดได้หรือยังจะให้ใครเข้าไปเป็นนายกฯ เบอร์ 37 ใช่หรือไม่ เพราะพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียวที่เขมรไม่อยากให้เป็นรัฐบาล เพราะไม่ได้อะไรไปแน่นอน ถ้าเป็นพรรคอื่นอาจเปิดด่าน คืนดินแดน เจรจาอะไรมากมาย ตนไม่ต้องไปพูดนโยบายเรื่องอื่นๆเช่นคนละครึ่งพลัส หน้าที่คนอื่น หน้าที่ตนมาบอกแค่ว่าอยากให้เป็นอย่างนี้อยู่ ไม่ต้องการให้มีการเจรจาใดๆ ยังไม่ต้องการให้เปิดด่านให้อนุทินเป็นนายกฯใช่หรือไม่ ขอให้เลือกเบอร์ 37 อนุทิน และเลือกผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยไปทำงานด้วย เรื่องชายแดนขอให้มั่นใจวันนี้ปลอดภัยแล้วไม่มีใครเข้ามาวุ่นวายอีก ถ้าเชื่อมือพรรคภูมิใจไทย เชื่อมือผมให้เป็นนายกฯ ในการป้องกันดินแดนจากกัมพูชาก็ขอให้เลือกอนุทินไปเป็นนายกฯอีกครั้ง ประเทศไม่มีเวลาทดลองงาน ไปลองพรรคนั้นพรรคนี้ เพราะประเทศไม่ใช่ที่ทดลองงานของใคร หากตัดสินใจผิดแค่หนึ่งวินาทีอนาคตประทเศเปลี่ยน ภูมิใจไทยเข้ามา 2 เดือนกว่า ตัดสินใจถูกอธิปไตยอยู่ครบ ได้กลับบ้านตรงเวลา การเยียวยาตรงทั้งหมดเลือกภูมิใจไทยประเทศไทยหมดความเสี่ยง”นายอนุทิน กล่าว.
ตระเวรหาเสียงย้ำขอเลือก ภท.ทั้งคนทั้งพรรค
จากนั้นเวลา 13.00น. นายอนุทิน เดินทางต่อมาที่ ที่อ.ปรางค์กู่ เพื่อลงพื้นที่ช่วย นายวิสุทธิ์ชาติ ปัญญาทรงรุจิ เขต 7 หาเสียง ก่อนที่เวลา14.00น. จะเดินทางไปยัง อ.ขุขันธ์ ช่วย นายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ เขต 6 หาเสียง ทุกเวทีมีประชาชนรอรังฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ ซึ่งนายอนุทิน ปราศรัยย้ำเรื่องการปิดด่านที่เป็นคำสั่งของประชาชที่ทำให้ราคาพืชผลเกษตรดีขึ้นยกตัวอย่างราคาข้าวหมอมะลิที่จะทำให้ราคาทะลุไป 18,000 บาท หรือ 20,000 บาท และพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่กัมพูชากลัว เพราะเข้าใจปัญหาชายแดนเป็นอย่างดี ไม่เคยตั้งคำถามว่ามีทหารไว้ทำไมเพราะ มีแต่บอกว่าเชื่อมั่นในฝีมือทหารสนับสนุนทหารเต็มที่ เพราะทหารไทยจะนำชัยชนะกลับมาให้กับประเทศไทยเท่านั้น ขอให้เลือกพรรคภูมิใจไทยทั้งคนทั้งพรรค ถ้าประชาชนให้โอกาสตนกลับเข้าไป ตนถือว่าสิ่งที่ต้องทำให้เป็นอันดับต้นๆ คือโครงการคนละครึ่งพลัส เพราะสำรวจแล้วว่าประชาชนต้องการมากที่สุด ขอยืนยันว่า สิ่งที่ตนพูดมาเกิดขึ้นแน่นอน ถ้ากาเบอร์ 37 หากประชาชนให้ความไว้วางใจ ก็ไม่ต้องกังวล ถ้าเราได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งจะเข้าไปทำงานทันที งานทุกอย่างจะต่อเนื่องเลย ไม่ต้องไปรอตั้งรัฐบาลใหม่
สวน “เต้น” ไม่เสิร์ฟBM21
จากนั้นเวลา 16.10น. ที่หน้าว่าการอำเภอกันทรลักษ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงการลงพื้นที่ศรีสะเกษ ว่า ศรีสะเกษเป็นพื้นที่คุ้นเคย ช่วงสู้รบตนมาที่นี่บ่อยมาก และเป็นบ้านเกิดของน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ มาที่นี่เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมรับใช้ชาวศรีสะเกษ ส่วนที่ย้ำเรื่องปัญหาชายแดนเพราะมุ่งใช้หาเสียงหรือไม่นั้น ตั้งแต่ตนเป็นรมว.สาธารณสุข รมว.มหาดไทย และมาเป็นนายกฯน.ส.ไตรศุลี ช่วยงานตนใกล้ชิด จึงต้องมาทำให้คนที่นี่เชื่อใจ ไม่เกี่ยวกับเรื่องของชายแดน เมื่อถามว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยที่จ.ศรีสะเกษวันเดียวกันเป็นการประจันหน้าหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า อย่าไปเทียบคนอื่น อาจเป็นเหตุบังเอิญเหลือเวลาไม่กี่วันและศรีสะเกษมีสส. 9 คนพรรคที่ตั้งเป้าหมายก็ต้องมาพบประชาชน และพรรคภูมิใจไทยไม่เคยคิดวัดพลังกับใคร เรานำเสนอนโยบายและขอคะแนนเสียง ไม่ไปค่องแวะกับพรรคคู่แข่ง เมื่อถามอีกว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย มีวาทกรรมใหม่บอกว่าจะนำเสนอเมนูผัดเผ็ดงูเห่า นายอนุทิน ตอบว่า ก็ไม่เป็นไร ตนทำให้พี่น้องชาวศรีสะเกษไม่ต้องรับเมนู BM21 พอแล้วใครจะเสิร์ฟอะไรก็เสิร์ฟไปเถอะ ตนไม่ต้องมาเสิร์ฟสิ่งที่ชายศรีสะเกษและคนไทยไม่ต้องการ เมื่อถามว่าในพื้นที่อ.กันทรลักษ์ คะแนนของพรรคภูมิใจไทยจะทิ้งห่างที่สุดในประเทศเลยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ขอให้ไปถาม น.ส.ไตรศุลี หรือ เลขากวาง
โว ภท.พร้อมกว่าอดีตเสียงมากพอทำงานได้เลย
เมื่อถามว่าที่ปราศรัยบนเวทีเน้นไปที่การปิดด้านทำให้สินค้าเกษตรราคาดีขึ้นและโครงการคนละครึ่งพลัส ก่อนเลือกตั้งจะมีนโยบายอะไรออกมาอีกหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เรื่องนี้เห็นชัดว่าสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ พื้นที่อีสานใต้เรื่องข้าวสำคัญมากเมื่อราคาสูงขึ้นทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และเราจะผลักดันโครงการคนละครึ่งพลัส ประชาชนก็ยินดีไปจับจ่ายใช้สอยทำให้เศรษฐกิจเติบโต และคงมีนโยบายอื่นๆอีกมาก หากเราเข้าไปเป็นรัฐบาลก็ต้องเร่งทำงบประมาณปี 70 ให้สมบูรณ์และสอดคล้องกับนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีวินัยการเงินการคลังเพื่อรักษาความเชื่อถือของประเทศ ช่วงที่ภูมิใจไทยเข้ามาสถาบันเรดติ้งระดับโยกยกระดับเราขึ้นมาและจะคงระดับนี้เอาไว้ ให้ประเทศไทยไม่อยู่ในหมวดประเทศไม่น่าลงทุน และมีความเสี่ยงทางการเงิน เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายมีอะไรทำให้หวั่นไหวหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่ได้หวั่นไหวอะไร หากหวั่นไหวคงไม่มาสมัคร เวลาแข่งขันไม่มีใครที่คิดว่าจะแพ้ต้องแข่งเพื่อหวังชนะ อยู่ที่ว่าเราจะเอาอะไรมาทำให้เราชนะอย่างสะอาดโปร่งใสยุติธรรม ส่วนที่ตนบอกบนเวทีปราศรัยว่าหากชนะเลือกตั้งสามารถทำงานได้เลยไม่ต้องตั้งรัฐบาลใหม่นั้น เพราะเราทำงานได้เลยหากพรรคภูมิใจไทยมีเสียงมากพอ เชื่อใจได้เลยว่าพรรคภูมิใจไทยวันนี้ไม่เหมือนในอดีต วันนี้เรามีบุคลากรที่พร้อม ทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ การศึกษาประสบการที่ทำงานได้เลยไม่ต้องทดลองงาน หรือไปขอให้ใครลองใช้ดูเพราะประเทศไทยของเราไม่ใช่สนามทดลองงาน
รอหน้าตารบ.หลังกาบัตร
เมื่อถามว่า กระแสในช่วงโค้งสุดท้าย ที่มีคนคาดการณ์ว่านายอนุทินจะกลับมาเป็นนายกฯอีก นายอนุทินตอบว่า ว่า ตนไม่เคยปราบปลื้มหรือหลงใหลกับคำนี้ เที่ยวนี้ตนหาเสียงหนักกว่าทุกครั้ง เพราะพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนจากพรรคระดับกลางเป็นระดับใหญ่ เมื่อถามว่า มีหลายกระแสมองว่า หากพรรคประชาชนชนะได้ที่ 1 ก็ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน จะกระทบบรรยากาศการเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไว้มาถามหลังรู้ผลเลือกตั้ง ช่วงคํ่าวันที่ 8 ก.พ. ตนจะบอกว่าอยู่ที่ไหน ส่วนจะเห็นหน้าตารัฐบาลเลยหรือไม่นั้น ต้องเห็นผลการเลือกตั้งก่อน เมื่อถามว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายมั่นใจขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็มั่นใจ เพราะทุกที่ที่ตนไป ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี
เดินสายต่อลงใต้ไปหาดใหญ่
จากนั้นเวลา16.30น. นายอนุทิน ขึ้นเวทีปราศรัยหน้าที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อปราศรัยช่วย นายวิทวัส ไตรสรณกุล ผู้สมัครสส.ศรีสะเกษ เขต 9 หาเสียง ก่อนที่ ช่วงค่ำ นายอนุทิน จะเดินทางต่อไปยัง ลานสี่แยกสะพานดำ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อช่วยผู้สมัครสส.ภูมิใจไทยทั้ง 9 เขตหาเสียง ประกอบด้วย นายสรรเพชญ บุญญามณี เขต 1 นายศาสตรา ศรีปาน เขต 2 นายสมยศ หลายด้วง เขต 3 นายโยธิน ทองเนื้อแข็ง เขต 4 นายอภิชาต ลาพินี เขต 5 นายอนุกุล พฤกษานุศักดิ์ เขต 6 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เขต 7 นายฆอซาลี ดุสะเหม๊าะ เขต 8 และ พ.ต.อ.พิทักษ์ พุทธวิโร เขต 9
ยังไม่ได้คุย “ศักดิ์ดา” ปมคลิปเสียง
เวลา 16.10น. ที่หน้าว่าการอำเภอกันทรลักษ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ กรณีศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องคดีอนุญาตให้มีการใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้น-ลงสำหรับอากาศยาน เพื่อกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทเอกชน ว่า ตนยังไม่ทราบเลยว่าใครไปยื่นคำร้อง ต้องขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่อำนาวยความยุติธรรม ตนเพิ่งทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่ามีคนมายื่นเรื่องนี้ด้วย เรื่องนี้ไม่ได้ถูกส่งมาให้ตนรับทราบ เมื่อถามว่า ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะฟ้องนายศักดาดิ์ วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย กรณีคลิปเสียงคล้ายนายศักดิ์ดา ว่ายังไม่ได้พูดคุยกับนายศักดิ์ดาในเรื่องนี้ ช่วงเย็นวันนี้อยู่ที่อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เวลา 19:30 น. จะเดินทางไปที่หาดใหญ่จังหวัดสงขลา จึงยังไม่มีเวลาได้พูดคุยกัน แต่ได้มีการพูดคุยกัน ในวันปฐมนิเทศ ผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย และได้พูดชัดเจนแล้วเรื่อง Do and Don't สิ่งที่พึงกระทำและห้ามกระทำ ดังนั้นต่อไปนี้ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบพื้นที่ตัวเอง พบกันอีกทีในสภา ได้พูดกันชัดเจนแล้ว จึงไม่รู้สึกว่าจะต้องไปพูดอะไรกันอีก ดังนั้นส่วนที่บุคคลต้องรับผิดชอบ ไม่มีส่วนใดที่พรรคจะต้องเข้าไปร่วมรับผิดชอบ ขอให้ทุกคนโชคดีและส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไร