"สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง"คุมเข้ม คัดกรองผู้เดินทางจากอินเดีย สกัด"ไวรัสนิปาห์"
ด่านควบคุมโรคฯ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานดอนเมือง เริ่มดำเนินการคัดกรองผู้เดินทางจากเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ตามมาตรการ, ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้โดยสารที่ผ่านช่องทางการตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ขอให้คนไทยที่มีแผนเดินทางไปประเทศอินเดีย ทั้งเพื่อการท่องเที่ยว หรือการแสวงบุญ เตรียมความพร้อมด้านสุขภาพก่อนเดินทาง ติดตามข้อมูลสถานการณ์โรคจากแหล่งข้อมูลทางการ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปพื้นที่ที่มีรายงานการระบาด หากไม่มีความจำเป็น หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์รังโรคและสัตว์พาหะ ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง และล้างมือด้วยสบู่หลังสัมผัสสัตว์ เนื้อสัตว์ หรือซากสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาว สุกร ม้า แมว แพะ และแกะ หากพบว่ามีอาการไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ไอ หรืออาการผิดปกติทางระบบประสาท และเป็นผู้เดินทางกลับจากประเทศอินเดีย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
ขณะที่ กรมควบคุมโรค สาธารณสุข เปิดสายด่วน 1422 โดยเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น. ให้บริการคำปรึกษาเรื่องโรคและภัยสุขภาพ สถานการณ์ไวรัสนิปาห์ (NIPAH) พร้อมมาตรการรับมือ สถานการณ์ไวรัสนิปาห์ ดังนี้
1) เสริมความเข้มแข็งระบบเฝ้าระวัง
1.1. ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ: คงและยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง โดย
− ผู้ป่วยส่งต่อข้ามประเทศจากอินเดีย/บังกลาเทศ ตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ก่อนเข้าประเทศ
− ผู้เดินทางจากรัฐ West Bengal กรอกเอกสารสถานะสุขภาพ (ต. ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
− คัดกรอง ณ จุดเข้าเมืองหลัก (สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต) ด้วยการวัดอุณหภูมิและประเมินอาการ
− พบผู้ป่วยสงสัย แยกกักและส่งต่อ รพ.รัฐที่กำหนด / พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กักกันในสถานกักกันรัฐ
− สื่อสารคำแนะนำผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงผ่านสื่อ ณ ด่านฯ และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
1.2. สถานพยาบาล: เพิ่มความไวการเฝ้าระวัง ปรับแนวทางให้ชัดเจน ครอบคลุมการรักษา การเฝ้าระวัง–สอบสวนโรค และแจ้งเตือนแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเดินทาง/สัมผัสเสี่ยง
1.3. ชุมชน: เสริมระบบแจ้งเตือนผ่าน อสม./อสส. เพื่อรายงานเหตุผิดปกติในพื้นที่
2) เตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วย/ผู้ป่วยสงสัย
- ห้องปฏิบัติการ: ยกระดับความพร้อมการตรวจระดับ BSL-3 และกำหนดแนวทางกลาง โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตาม พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ฯ
-สถานพยาบาล: เตรียมห้องแยกควบคุมการติดเชื้อและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
-การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล: แยกกักผู้ป่วยต้องสงสัย ใช้ PPE ตามความเสี่ยง และจัดระบบส่งต่อ–เก็บสิ่งส่งตรวจอย่างปลอดภัย
3) สื่อสารความเสี่ยงเชิงรุก
- สื่อสารแจ้งแนวทางป้องกันโรคแก่ประชาชนทั่วไป
-ให้คำแนะนำผู้เดินทางไป–กลับอินเดียอย่างต่อเนื่อง
-ประสานภาคการท่องเที่ยวและโรงพยาบาลเอกชน เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังและสร้างความเชื่อมั่น
4) บูรณาการ One Health
- ประสานกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมปศุสัตว์ และสถาบันวิชาการ เฝ้าระวังค้างคาวแม่ไก่/สัตว์เลี้ยง และเตรียมแผนตอบโต้เมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย