โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มือยิงหัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่า เผยชนวนเหตุลงมือ เพราะแค้นเรื่องถูกจับกุมคดีรุกพื้นที่ป่า

Khaosod

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 21.20 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 21.20 น.

เผยชนวนเหตุลงมือยิงหัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่า จากคนเคยทำงานร่วมกันมาก่อน แต่ถูกให้ออกจากงาน เพราะถูกจับคดีรุกพื้นที่ป่า จนเกิดความแค้นลงมือลั่นไก

ความคืบหน้า กรณีนายวรุณ จันทร์สว่าง หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าสลักพระ-เอราวัณ ถูกนายสมศักดิ์ พวงกูล อายุ 57 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 38 ยิงเข้าที่บริเวณใต้ชายโครงซ้าย 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะถูกส่งตัวมารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ขณะที่ตัวของนายสมศักดิ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ได้หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปตามแนวแม่น้ำแควใหญ่ก่อนจะถูกติดตามจับกุมตัวได้เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 21.10 น.วันที่ 5 มี.ค.2569 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เดินทางลงพื้นที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาฯ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมอาการของนายวรุณ ซึ่งเข้ารับการผ่าตัดอยู่ที่บริเวณชั้น 4 ของโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาฯ ในโอกาสนี้ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับครอบครัวของนายวรุณ พร้อมรับปากว่าจะดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่

หลังตรวจเยี่ยมดูอาการของนายวรุณพร้อมพบปะให้กำลังใจ และมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัว ของนายวรุณเรียบร้อยแล้ว ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เดินทางลงพื้นที่ไปยังสถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า เพื่อพูดคุยกับนายสมศักดิ์ พวงกูล อายุ 57 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ ถึงสาเหตุที่ลงมือใช้อาวุธปืนยิงใส่นายวรุณในครั้งนี้ โดยในระหว่างการพูดคุย ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังด้วย

โดยใช้เวลาพูดคุยประมาณ 20 นาที พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า จากการที่ได้พูดคุยกับผู้ก่อเหตุ ทำให้ทราบว่า มูลเหตุของการลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ มาจากปัญหาความไม่พอใจ ที่ตัวของผู้ก่อเหตุ ถูกจับกุมดำเนินคดีเรื่องของการบุกรุกพื้นที่ป่า เนื้อที่ประมาณ 2 งาน

ซึ่งพื้นที่ที่ผู้ก่อเหตุเข้าไปบุกรุกนั้น เป็นพื้นที่ป่าซึ่งแต่เดินกรมอุทยานได้อนุญาตให้ผู้ที่ยึดถือครอบครองอาศัยอยู่เดิมได้อาศัยทำมาหากินและส่งต่อให้กับทายาทเท่านั้น แต่ผู้ก่อเหตุไม่ได้เป็นทายาทของผู้ทำกินในที่ดินแปลงดังกล่าวอย่างถูกต้อง จึงถูกผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเป็นหัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าในพื้นที่ เข้าไปว่ากล่าวตักเตือนรวมถึงดำเนินการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย กลายเป็นชนวนเหตุสร้างความไม่พอใจให้กับตัวของผู้ก่อเหตุ จนนำมาสู่การลงมือก่อเหตุในครั้งนี้

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.สิทธิพงษ์ สังข์แสง ผกก.สภ.ลาดหญ้า กล่าวว่า อาวุธปืนที่ผู้ก่อเหตุนำมาใช้ในการก่อเหตุนั้น เป็นอาวุธปืน มีทะเบียนซึ่งเป็นชื่อของพ่อของผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิตไปแล้ว และได้โอนกรรมสิทธิ์ให้เป็นชื่อของพี่ชายของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเดียวกับผู้ก่อเหตุ ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้นำปืนกระบอกดังกล่าว พกติดตัวออกมาจากบ้าน กระทั่งมาลงมือก่อเหตุ ซึ่งทางผู้ก่อเหตุยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะนำอาวุธปืนมาก่อเหตุเพียงแต่พกติดตัวออกมาเพื่อจะเดินทางไปเฝ้าไร่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อและมองว่า พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุคล้ายกับเตรียมตัวจะมาก่อเหตุ

ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่าผู้ก่อเหตุและผู้ได้รับบาดเจ็บ เคยทำงานร่วมกัน ในสมัยที่ผู้ได้รับบาดเจ็บดำรงตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ และตัวผู้ก่อเหตุดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุ จะถูกดำเนินคดีข้อหา บุกรุกป่าและออกจากราชการเมื่อวันที่ 5 ก.ย.68 ประกอบกับผลการสืบสวนเบื้องต้น พบว่า ผู้ก่อเหตุและผู้ได้รับบาดเจ็บ มีปัญหากระทบกระทั่งกันมาระยะหนึ่ง ในเรื่องของที่ดินทำกินของผู้ก่อเหตุ ที่ถูกผู้ได้รับบาดเจ็บจับกุมดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกป่า

ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า ที่ดินแปลงที่มีปัญหาเนื้อที่ประมาณ 2 งาน ซึ่งผู้ก่อเหตุได้เข้าไปทำกินนั้น จากการตรวจสอบพบว่า แต่เดิมผู้ครอบครองเป็นชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่เครือญาติโดยตรงกับผู้ก่อเหตุ ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่มีสิทธิ์เข้ามาทำกินในพื้นที่ดังกล่าว

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเข้าไปว่ากล่าวตักเตือน ผู้ก่อเหตุแล้วหลายครั้ง ก่อนจะมีการจับกุมดำเนินคดีกันไป ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดความไม่พอใจ และลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามการทำหน้าที่ จับกุมดำเนินคดี กับผู้ก่อเหตุในความผิดฐานบุกรุกป่านั้นเป็นการทำหน้าที่โดยสุจริตของผู้ได้รับบาดเจ็บ ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งกันแต่อย่างใด

ขณะที่อาการล่าสุดของนายวรุณ พบว่า หลังการผ่าตัดปรากฏว่ากระสุน ถูกเข้าที่บริเวณชายโครงซ้าย กระสุนสร้างความเสียหายให้กับม้ามจนต้องทำการตัดม้ามส่วนที่เสียหายออก นอกจากนี้ กระสุนยังไปถูกกระเพาะอาหาร และไปหยุดอยู่ที่กระบังลมก่อนถึงปอด ซึ่งหลังจากนี้ จะต้องให้ทางคณะแพทย์ทำการ ตรวจรักษากันอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม นายวรุณรู้สึกตัวแล้วแม้จะยัง มีอาการอ่อนเพลียเนื่องจากเสียเลือดมาก และยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ก็ตาม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มือยิงหัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่า เผยชนวนเหตุลงมือ เพราะแค้นเรื่องถูกจับกุมคดีรุกพื้นที่ป่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...