ซีอีโอเมตา รับการทำผิดกฎหมาย-ความเสี่ยงต่อเด็กบนโซเชียล "หลีกเลี่ยงไม่ได้"
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเมตา เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียดัง เช่น เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม ยอมรับต่อศาลสหรัฐฯ ว่า การกระทำผิดกฎหมายและความเสี่ยงต่อเด็กบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อบริการมีผู้ใช้งานระดับหลายพันล้านคน
คำให้การดังกล่าวมาจากวิดีโอบันทึกการให้ปากคำของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และ อดัม มอสเซรี หัวเรือใหญ่อินสตาแกรม ซึ่งถูกนำมาเปิดต่อศาลระหว่างการพิจารณาคดีในรัฐนิวเม็กซิโกเมื่อวันที่ 3 - 4 มีนาคมที่ผ่านมา
ซักเคอร์เบิร์ก กล่าวว่า การให้บริการแก่ผู้ใช้งานหลายพันล้านคนทำให้เป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดผู้กระทำผิดทั้งหมด พร้อมย้ำว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่สามารถคงความสมบูรณ์แบบได้ตลอดเวลา
“หากคุณให้บริการกับผู้คนหลายพันล้านคน ความจริงที่น่าเสียดายคือจะมีส่วนน้อยมากที่เป็นอาชญากร และเราต้องทำงานให้หนักที่สุดเพื่อหยุดกิจกรรมเหล่านั้น” ซักเคอร์เบิร์ก กล่าว
โดยแอปพลิเคชันของเมตา ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ วอตส์แอปป์ ถือเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมของโลก โดยแต่ละบริการมีผู้ใช้งานราว 3 พันล้านบัญชีต่อเดือน
คดีดังกล่าวเป็นการเผชิญหน้าทางกฎหมายระหว่าง Meta กับอัยการสูงสุดของรัฐนิวเม็กซิโก ราอูล ตอร์เรส ซึ่งกล่าวหาเมตาว่า ให้ความสำคัญกับผลกำไรและการมีส่วนร่วมของผู้ใช้มากกว่าความปลอดภัยของเด็ก
ตอร์เรส ระบุว่า เมตาทราบดีว่าแพลตฟอร์มของตนถูกใช้โดย “ผู้ล่า” (predators) เพื่อเข้าหาเด็กผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม
อย่างไรก็ตาม เมตาปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่าได้ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับเชิงรุก และระบบความปลอดภัยต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก
โฆษกของบริษัทกล่าวว่า เมตามีนโยบายเข้มงวดในการต่อต้านการล่วงละเมิดเด็ก และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับจำนวนเนื้อหาที่ละเมิดกฎที่ถูกลบออกจากแพลตฟอร์ม
ระหว่างการพิจารณาคดี อัยการนำเสนอหลักฐานภายในบริษัทที่ระบุว่า ในปี 2020 มีเด็กประมาณ 500,000 คนต่อวัน ที่ได้รับข้อความหรือการติดต่อที่ไม่เหมาะสมทางเพศบน Instagram
การติดต่อเหล่านี้รวมถึงพฤติกรรม “grooming” หรือการสร้างความสัมพันธ์กับเด็กผ่านการค่อย ๆ ตีสนิท จนเด็กไว้ใจและสบายใจที่จะอยู่ใกล้ ก่อนแสวงหาประโยชน์ทางเพศ
เมตาชี้แจงว่า ตัวเลขดังกล่าวมาจากระบบตรวจจับที่มีการตั้งค่าอย่างระมัดระวังมากเกินไป จึงรวมถึงการสื่อสารที่ไม่ได้เข้าข่ายไม่เหมาะสมด้วย
เอกสารในศาลยังระบุว่า ฟีเจอร์แนะนำผู้ใช้อย่าง “People You May Know” หรือการแนะนำโปรไฟล์บุคคลที่น่าจะรู้จัก มีบทบาทสำคัญในการทำให้ผู้กระทำผิดค้นพบเหยื่อ โดยในปี 2018 ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกใช้เพื่อค้นหาเหยื่อใน 79% ของกรณีที่ตรวจพบ
นอกจากนี้ ศาลยังรับฟังข้อมูลว่า ประมาณ 30% ของผู้ใหญ่ ที่ถูกปิดบัญชีเนื่องจากพุ่งเป้าไปยังเด็ก ได้กลับมาสร้างบัญชีใหม่และกลับไปทำพฤติกรรมเดิมอีกครั้ง
อีกประเด็นสำคัญคือ การตัดสินใจของซักเคอร์เบิร์กในการอนุมัติระบบ end-to-end encryption สำหรับเฟซบุ๊ก แมสเซนเจอร์ ในปี 2023
การเข้ารหัสดังกล่าวทำให้มีเพียงผู้ส่งและผู้รับเท่านั้นที่สามารถอ่านข้อความได้ ขณะที่เนื้อหาจะไม่ถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของเมตา
กลุ่มด้านการป้องกันความปลอดภัยเด็ก เช่น National Center for Missing and Exploited Children และ Thorn เตือนว่า ระบบนี้อาจทำให้ผู้ล่าทางเพศสามารถแลกเปลี่ยนสื่อการล่วงละเมิดเด็กโดยหลีกเลี่ยงการตรวจจับ
เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายให้การในศาลว่า หลังจากมีการเข้ารหัส รายงานเกี่ยวกับสื่อการล่วงละเมิดเด็กจากแพลตฟอร์มดังกล่าวลดลง
อย่างไรก็ตาม ซักเคอร์เบิร์ก ระบุว่า ผู้ใช้จำนวนมากให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของการสื่อสาร
โดยเมตาระบุว่า ได้พัฒนาระบบตรวจจับบัญชีที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น ผู้ใหญ่ที่ถูกบล็อกโดยบัญชีวัยรุ่น เพื่อป้องกันไม่ให้บัญชีเหล่านั้นเข้าถึงผู้ใช้เยาวชน พร้อมเปิดเผยว่าในปี 2025 ระบบดังกล่าวสามารถระบุบัญชีที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยได้มากกว่า 265 ล้านบัญชีบนเฟซบุ๊ก และ 135 ล้านบัญชีบนอินสตาแกรม และได้ดำเนินมาตรการป้องกันไม่ให้บัญชีเหล่านี้ค้นหา ติดตาม หรือส่งข้อความถึงผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี
นอกจากนี้ ในเดือนกันยายน ปี 2024 เมตายังเปิดตัวระบบ Teen Accounts หรือบัญชีผู้ใช้สำหรับเยาวชน ซึ่งกำหนดค่าความปลอดภัยเข้มงวดโดยอัตโนมัติสำหรับผู้ใช้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เช่น การตั้งค่าโปรไฟล์เป็นส่วนตัว และจำกัดผู้ที่สามารถส่งข้อความหาได้
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยพบว่าระบบป้องกันดังกล่าวยังมีช่องโหว่ เช่น การที่วัยรุ่นยังคงเห็นวิดีโอที่เป็นอันตรายผ่านแฮชแท็กหรือระบบแนะนำเนื้อหา
มอสเซรี ล่าวว่า เมื่อแพลตฟอร์มเชื่อมต่อผู้คนหลายพันล้านคนเข้าด้วยกัน ย่อมมีทั้งผลลัพธ์ที่ดีและผลเสียเกิดขึ้นพร้อมกัน
ที่มา: The Guardian
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บิ๊กเทคจับมือรัฐบาลสหรัฐฯ ลงนามสัญญาคุมค่าไฟ ป้องกันค่าไฟผู้บริโภคขึ้น
เตรียมบอกลา "Messenger" ยุติบริการบนเว็บไซต์ เม.ย.นี้ ส่วนแอปฯ ยังอยู่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซีอีโอเมตา รับการทำผิดกฎหมาย-ความเสี่ยงต่อเด็กบนโซเชียล "หลีกเลี่ยงไม่ได้"
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com