“อภิสิทธิ์” ยอมรับ หาเสียงโค้งสุดท้ายรุนแรงจริง แบงก์เทากระจายหนัก ซื้อสิทธิ-ขายเสียง
“อภิสิทธิ์” ยอมรับ หาเสียงโค้งสุดท้ายรุนแรงจริง แบงก์เทากระจายหนัก ซื้อสิทธิ-ขายเสียง บี้ กกต.เร่งผลสอบ จ.สุราษฎร์ฯ จี้จับให้ได้ ช่วยป้องปรามได้ก่อนเลือกตั้ง
วันที่ 2 ก.พ. 2569 ที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับในพื้นที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้ หากไม่มีความเปลี่ยนแปลงตามความนิยมของผลสำรวจ ตนมั่นใจทั้งหมด แต่รู้ว่ามีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรกซ้อน จึงขอความกรุณาคนภาคใต้ ว่าช่วยสร้างพรรคการเมืองที่ยึดแนวทางการเมืองสุจริตและเข้มแข็ง ให้เข้าไปทำงานในสภาฯ เมื่อถามว่า โค้งสุดท้ายของการรณรงค์ไล่ทุนเทา ที่พรรคเพิ่งปล่อยคลิปวิดีโอแล้ว จะมีไม้เด็ดอะไรออกมาอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาชนสัมผัสถึงอันตรายและความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการรู้จักญาติพี่น้อง ที่ถูกหลอกลวงของทุนเทา และเห็นภาพชัดแล้วว่าการเมืองที่มีทุนเทาครอบงำ มีแต่การทุจริตคอรัปชั่น แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน ซึ่งประเทศไม่ได้ไปไหน เราทำให้เห็นว่า มันได้เชื่อมโยงถึงเรื่องการเลือกตั้งแล้ว เราต้องสู้กับสิ่งนี้
เมื่อถามย้ำว่า มีการตรวจค้นของตำรวจ จ.สุราษฎร์ธานี อาจจะเกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง และโยงพรรคการเมืองใหญ่ ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้รับรายงานในพื้นที่อื่นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะได้รับจากการบอกเล่ากันมา ซึ่งจ.สุราษฎร์ธานี เข้าใจว่า กกต.ได้เบาะแส จึงเข้าไปตรวจสอบ ตนอยากให้ดำเนินการจริงจัง หากทำให้เห็นได้ใน 1 ถึง 2 วันข้างหน้า จะช่วยได้ป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำแบบนี้ได้มาก และขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา เมื่อถามว่า ได้ประเมินช่วงโค้งสุดท้ายว่า จะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงรุนแรงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า รุนแรง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ มีคนพูดว่า อาจจะเป็นการเลือกตั้งที่เป็นการใช้เงินมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง เพราะหลายคนรู้และเห็นอาการตั้งแต่ก่อนยุบสภาฯ ว่า มีการพูดถึงตัวเลขของสส. ที่ย้ายพรรค ส่วนจะสูงถึง 5 ใบเทาหคือไม่นั้น ตนไม่ทราบ ต้องไปถามชาวบ้าน
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยถึงการหารือกับภาคเอกชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาว่า หลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2568 ตนลงพื้นที่มาแล้ว 3 ครั้ง ยอมรับว่าภาคเอกชน มีความลำบากมาก เพราะหลังการยุบสภาฯ การช่วยเหลือต่างหยุดชะงักลง ตนพยายามเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาหลายครั้ง และไม่ติดใจการนำเงินงบกลางมาช่วยเหลือ แต่รัฐบาลกับกกต. ไม่สามารถที่จะผลักดันกลับมาได้ การอยากได้เงินกู้มาช่วยธุรกิจขณะนี้ แทบจะสายเกินไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การเร่งจัดสรรงบประมาณเข้ามาเพื่อฟื้นฟูเยียวยา และการจัดทำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งการท่องเที่ยวหรือการเสริมการค้า จำเป็นต้องเร่งทำ ควบคู่กับการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน ป้องกันน้ำท่วมในอนาคต ไม่นับการยกระดับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ การเตือนภัย การอพยพคนให้เป็นระบบจริง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเหมือนครั้งที่ผ่านมา