GULF 4 โบรกประสานเสียงเชียร์ เป้าสูงสุด 68.25 บ.
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 16.27 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 09.09 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น – เจาะมุมมอง 4 โบรกเกอร์ชั้นนำ ที่มีต่อ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ล่าสุดต่างฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2568 (4Q25) เตรียมสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) อีกครั้ง โดยมีแรงหนุนสำคัญจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC และโรงไฟฟ้าต่างประเทศ พร้อมมองปี 2569 โตต่อเนื่อง ดันราคาเป้าหมายสูงสุดถึง 68.25 บาท
จากการรวบรวมบทวิเคราะห์ล่าสุด พบว่านักวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกต่อ GULF ดังนี้:
📊 สรุปราคาเป้าหมาย GULF ปี 2569 จาก 4 โบรกเกอร์
บล.เอเซีย พลัส (ASPS): ราคาเป้าหมาย 68.25 บาท (แนะนำ Outperform)
บล.หยวนต้า (Yuanta): ราคาเป้าหมาย 60.50 บาท (แนะนำ ซื้อ)
บล.กรุงศรี (KSS): ราคาเป้าหมาย 59.00 บาท (แนะนำ Buy / Top Pick)
บล.เคจีไอ (KGI): ราคาเป้าหมาย 54.00 บาท (แนะนำ ซื้อ / Outperform)
เจาะลึกมุมมองเด่นรายโบรกฯ
1. บล.เอเซีย พลัส: มองเป้าไกลสุด 68.25 บาท คาดกำไรนิวไฮทั้ง Q4/68 และปี 69 บล.เอเซีย พลัส ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดในกลุ่มที่ 68.25 บาท โดยประเมินกำไรปกติงวด 4Q25 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 7.5 พันล้านบาท (+3.2% QoQ) แรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ที่เติบโตตามรายได้บริการและยอดขายเครื่อง รวมถึงโรงไฟฟ้าลม BKR2 ในเยอรมนีที่เข้าสู่ช่วง High Season
มุมมองปี 69: คงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 3.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 10.3% YoY จากการรับรู้รายได้โครงการที่ COD ในปี 68 เต็มปี และโครงการใหม่ที่จะเริ่มทยอย COD อีก 555 MWe
2. บล.หยวนต้า: ปรับเป้าขึ้นเป็น 60.50 บาท รับกำไรโตทุกไตรมาส บล.หยวนต้า ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 60.50 บาท (จากเดิม 59.00 บาท) พร้อมปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น โดยมองว่ากำไรปกติ 4Q25 จะอยู่ที่ 7,387 ล้านบาท (+32% YoY) ทำ New High เป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน
ไฮไลต์สำคัญ: ปรับเพิ่มส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่ทำได้ดีกว่าคาด และโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ ที่ค่าความพร้อมจ่าย (Capacity Payment) ทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง
3. บล.กรุงศรี: ยกเป็น Top Pick กำไรไต่ระดับแบบขั้นบันได บล.กรุงศรี เลือก GULF เป็น Top Pick ของกลุ่ม (ราคาเป้าหมาย 59.00 บาท) คาดกำไรปกติ 4Q25 ที่ 7,549 ล้านบาท (+59% YoY) ทำ All Time High ต่อเนื่อง
สตอรี่เด่น: มอง GULF เป็น Proxy ที่ดีที่สุดของธีม Data Center ในไทย และคาดว่ากำไร 1Q26 จะยังทำ New High ต่อแบบขั้นบันได จากส่วนแบ่งกำไร Jackson ที่ได้อานิสงส์ราคา Henry Hub พุ่งสูงจากอากาศหนาวจัดช่วงต้นปี และการ COD โรงไฟฟ้าโซลาร์ใหม่
4. บล.เคจีไอ: กำไรแกร่ง แต่ปรับเป้าลงเล็กน้อยเหลือ 54.00 บาท บล.เคจีไอ คาดการณ์กำไรหลัก 4Q25 สูงที่สุดในกลุ่มนักวิเคราะห์ที่ 7.65 พันล้านบาท (+61% YoY) อย่างไรก็ตาม ได้ปรับลดราคาเป้าหมายลงเล็กน้อยเหลือ 54.00 บาท (จาก 55.00 บาท) เพื่อสะท้อนต้นทุนก๊าซของกลุ่ม SPP ที่สูงขึ้น
กลยุทธ์: มองว่าราคาหุ้น GULF ยัง Laggard เมื่อเทียบกับ ADVANC โดยมูลค่าธุรกิจไฟฟ้าลดลง (De-rating) แต่กำไรโดยรวมยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะปี 2569 ที่คาดว่าจะโต 13% YoY
บทสรุป: นักวิเคราะห์ทุกค่ายเห็นพ้องกันว่า GULF ยังคงเป็นหุ้นเติบโตแกร่งที่น่าจับตามอง โดยมีปัจจัยบวกระยะสั้นจากงบ 4Q25 ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ และระยะยาวจากการเติบโตของบริษัทลูกอย่าง ADVANC และโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศที่ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง
บล.เคจีไอ ระบุ กำไรยังดี แม้กลุ่มโรงไฟฟ้าเผชิญ de-rating
Event
ปรับลดกำไรกับราคาเป้าหมายใหม่ และประมาณการ 4Q68F พร้อมสรุป conference call
Impact
กำไรยังดีอยู่ แต่ de-rating กลุ่มไฟฟ้าจำกัด upside ระยะสั้น
เราปรับลดกำไรหลักปี 2569F–70F ลง 1% (Figure 2) เพื่อสะท้อนโครงสร้างราคาก๊าซใหม่ โดยคาดราคาก๊าซ SPP ที่ 293/274 บาทต่อ MMBtu (เพิ่มจาก 286/267 บาท) หลังการปรับนี้ เรายังคาดกำไรหลักปี
2569F จะโต 13% YoY โดยเกือบ 70% ของกำไรจะมาจาก Advanced Info Service (ADVANC) (แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 366.00 บาท) แม้มีกระแสเม็ดเงินลงทุน data center ไหลเข้า แต่ธุรกิจไฟฟ้ามี margin ระดับกลาง ๆ และการเติบโตระยะสั้นชะลอตัวจากการไม่มีแผน PDP ไทยฉบับใหม่ และการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงขึ้น โดยสรุป ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่โมเมนตัม valuation ของ ADVANC แข็งแกร่งกว่า ขณะที่ราคาหุ้น GULF ยัง laggard จาก de-rating ของธุรกิจไฟฟ้าหลัก (Figure 4–5) โดยมูลค่าโดยนัย (implied value) ธุรกิจไฟฟ้าลดเหลือราว 2.8 แสนล้านบาทจากราว 3.85 แสนล้านบาทหลังการควบรวม (เม.ย. 68) นับจากนั้น ราคาหุ้น ADVANC ก็พุ่งขึ้น 28% เทียบกับ GULF ขึ้นเพียง 4%
ประมาณการ 4Q68F – กำไรหลักจะสูงสุดเป็นประวัติการณ์
วันที่ 17 ก.พ. 69 GULF น่าจะแจ้งกำไรหลัก 4Q68F ที่ 7.65 พันล้านบาท (+61% YoY และ +5% QoQ) และกำไรสุทธิ (รวมกำไร FX) ที่ 7.9 พันล้านบาท (+103% YoY และ +9% QoQ) การเพิ่มขึ้น QoQ จะมา
จาก: i) ผลงานของ ADVANC เป็นช่วง high season (ประกาศงบ 3 ก.พ. 69) โดยเราคาดกำไรสุทธิ 4Q68F ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท (+39% YoY และ +7% QoQ) ii) โครงการลม BKR2 เป็นช่วงพีค และ iii)
ต้นทุนการเงินลดลง แม้คชจ. SG&A จะเพิ่มตามฤดูกาลและผลงานของ IPP/SPP อ่อนแอลง ส่วนกำไรที่เพิ่ม YoY จะเป็นเพราะสัดส่วนการถือหุ้นใน ADVANC เพิ่มเป็น 40.44% (จาก 19%), โครงการ Jackson
แข็งแกร่งขึ้น (capacity payment: CP สูงขึ้น) และกำลังการผลิตที่เปิดดำเนินการเพิ่มขึ้น ด้วยค่า Ft ที่ 0.16 บาท/kWh (-0.02 บาท QoQ และ -0.20 บาท YoY) และราคาก๊าซ SPP ที่ 285 บาท/MMBtu (-32 บาท
QoQ และ -13 บาท YoY)
โมเมนตัมกำไร 1Q69F เร่งตัวดีต่อเนื่อง
มองระยะถัดไป 1Q69F เบื้องต้นเราคาดกำไรหลักน่าจะเร่งตัวขึ้น QoQ จาก: i) อุปสงค์ผู้ใช้ไฟฟ้าอุตสาหกรรม (IU) ฟื้นตัว ii) คชจ. SG&A ลดลง iii) โครงการ Jackson แข็งแกร่งขึ้นหลังราคา Henry Hub พุ่งขึ้น ผลจากฤดูหนาวรุนแรง หนุนให้ spark spread ผ่าน energy payment (EP) ที่สูงขึ้น iv) รับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการพลังงานหมุนเวียนในไทยหลายโครงการ (354MW) ตั้งแต่ปลาย 4Q68
และ v) ผลงานของ ADVANC ที่ดีต่อเนื่อง
Valuation & Action
เรายังยืนคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงที่ 54.00 บาท (จากเดิม 55.00 บาท) โดยที่กำไร 4Q68F น่าจะแข็งแกร่งตามที่ตลาดคาด ส่วน EBITDA ปี 2569F เราคาดเติบโต 10% YoY (ต่ำกว่า guidance ที่ +15% YoY) หนุนจากโครงการพลังงานหมุนเวียนในไทยขนาดใหญ่ (623MW) และผลงานของ ADVANC ดีขึ้น ทั้งนี้ GULF น่าจะจ่ายเงินปันผลรายครึ่งปีในปี 2570
Risks
ปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, ปัญหา cost overrun และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย
บล.กรุงศรี ระบุ กำไรไต่ขึ้นทำ ATH แบบขั้นบันได
มอง Positive คาดกำไรปกติ 4Q25F ที่ 7,549 ลบ. (+59% y-y, +4% q-q) ทำ ATH ต่อเนื่อง หนุนโดย Equity Income ขาขึ้น (+105% y-y, +6% q-q) จาก ADVANC, Jackson และ BKR2 ส่งผลให้กำไร FY25F มี Upside ราว 3% ขณะที่ 1Q26F คาดกำไรปกติทำ New High ต่อเนื่องแบบขั้นบันได จาก i) กำไร ADVANC ยังเป็นขาขึ้น ii) การ COD โรงไฟฟ้าโซลาร์รวม 354 MW ปลาย 4Q25 และ iii) ส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson ที่ได้แรงหนุนทั้งค่า CP เพิ่มเป็น 270$/MW-day และ Spark Spread ที่ขยายตัวตามราคาก๊าซ Henry Hub จากสภาพอากาศหนาวผิดปกติในช่วงต้นปี 26F คงคำแนะนำ Buy (Top pick) ที่ TP26F 59.0 บาท มอง GULF เป็นหนึ่งใน Proxy ที่ดีที่สุดของ S-curve ใหม่ของไทยอย่าง Data Center และมี Catalyst ระยะสั้น–กลาง หนุนการ Re-rate Valuation หลังหุ้นยังซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ -1SD ยังไม่สะท้อน Earnings visibility ที่ชัดเจน คาดกำไรปกติ 4Q25F ที่ 7,549 ลบ. (+59% y-y, +4% q-q)
คาดวันที่ 12 ก.พ. GULF รายงานกำไรปกติ 4Q25F ที่ 7,549 ลบ. (+59% y-y, +4% q-q) เพิ่มขึ้น y-y, q-q ทำ All-time-high ต่อเนื่อง โดยมี Driver คือส่วนแบ่งกำไรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่น (+105% y-y, +6% q-q) ตาม i) ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่เพิ่มขึ้น (+157% y-y, +5% q-q) หนุนโดย ARPU uplift และการประหยัดต้นทุนคลื่นความถี่หลังการประมูลรอบล่าสุด ii) ส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson ที่ 351 ลบ. พลิกเป็นกำไร (vs. -33 ลบ. ใน 4Q24) จากผลของการปรับค่า CP ในตลาด PJM สหรัฐจาก 29$/MW-day เป็น 270$/MW-day เต็มไตรมาส iii) ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเยอรมนี BKR2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเด่น (+109% y-y, +544% q-q) หากกำไร 4Q25F เป็นไปตามคาด จะทำให้กำไรปกติ 12M25F ของ GULF มี Upside ราว 3% คาดกำไรปกติ 1Q26F เติบโต y-y, q-q ทำ ATH ต่อเป็นขั้นบันได
ประเมินกำไรปกติ 1Q26F เติบโต y-y, q-q และทำ ATH ต่อเป็นขั้นบันไดจาก i) ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC เป็นขาขึ้นต่อเนื่องตามธีม ARPU uplift และต้นทุนคลื่นความถี่ที่ต่ำลง ii) การทยอย COD โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวม 354 MW ในปลาย 4Q25 iii) ส่วนแบ่งกำไรจาก Jackson ซึ่งคาดเพิ่มขึ้นทั้งจากค่า CP ที่ปรับขึ้นเป็น 270$/MW-day และค่า EP บน Spark Spread โดดเด่นจากราคาก๊าซ Henry Hub เร่งตัวขึ้นรุนแรงจากสภาวะอากาศที่หนาวผิดปกติชั่วคราวในเดือน ม.ค.-ก.พ.
ความเห็นและคำแนะนำ
คงคำแนะนำ Buy เป็น Top picks ของกลุ่มบน TP26F ที่ 59.0 บาท โดยมี Catalyst ทั้งระยะสั้น-กลาง ได้แก่ i) โอกาสลงทุนโครงการใหม่ๆ ในฐานะหนึ่งใน Proxy ที่ดีที่สุดสำหรับการรองรับ S-curve ของไทยอย่าง Data Center ii) แนวโน้มผลประกอบการปี 26F เร่งตัวต่อเนื่องเป็นขั้นบันได iii) โอกาสปรับนโยบายจ่ายเงินปันผลเป็น 2 ครั้งต่อปี มองเป็นจุดเหมาะสมแก่การ Re-rate Valuation กลับ หลังราคาหุ้นซื้อขายที่ระดับ -1SD ยังไม่สะท้อนแนวโน้มอุตสาหกรรมขาขึ้น และ Earnings visibility ที่ชัดเจน
บล.เอเซีย พลัส ระบุ GULF: กำไรปกติจ่อทำ New High ต่อเนื่องในช่วง 4Q25-1Q26
ประเด็นสำคัญ (Flash Points)
กำไรสุทธิ 4Q25: คาดอยู่ที่ 7.8 พันล้านบาท (+6.7% qoq) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากกำไรอัตราแลกเปลี่ยน (Fx Gain) ประมาณ 244.1 ล้านบาท ซึ่งพลิกฟื้นจากที่เคยขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนถึง 6 พันล้านบาทในไตรมาส 3/25
กำไรปกติ (Normalized Profit) ทุบสถิติใหม่: คาดเติบโต 3.2% qoq แตะระดับ 7.5 พันล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนดังนี้:
ADVANC: ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายและบริการ รวมถึงยอดขายอุปกรณ์ที่เติบโต
โครงการ BRK2 (เยอรมนี): ส่วนแบ่งกำไรจากวินด์ฟาร์มเพิ่มขึ้นเนื่องจากเข้าสู่ช่วง High Season (ฤดูลมแรง)
ส่วนที่ชะลอตัว: ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Jackson (สหรัฐฯ) อาจลดลงเล็กน้อย และยอดขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า IPP/SPP ในไทยคาดว่าลดลงตามฤดูกาล (Low Season)
เจาะลึกผลกระทบ (Impact Insight)
ภาพรวมปี 2025: คาดกำไรปกติอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง 31.7% yoy ซึ่งเป็นไปตามประมาณการเดิม
แนวโน้มปี 2026: คงประมาณการกำไรปกติที่ 3.1 หมื่นล้านบาท (+10.3% yoy) โดยมีแรงขับเคลื่อนจาก:
การรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการกำลังผลิต 1,000 MWe ที่เริ่ม COD ในปี 2025
โครงการใหม่กำลังผลิต 555 MWe ที่จ่อเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2026
แนวโน้ม 1Q26: คาดกำไรปกติจะทำ New High ต่อเนื่อง จากยอดขายไฟฟ้าในไทยที่เข้าสู่ช่วง High Season, การใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นของโครงการ Jackson ในสหรัฐฯ ช่วงฤดูหนาว และค่าใช้จ่าย SG&A ที่กลับสู่ระดับปกติ
กลยุทธ์การลงทุน (Execution)
ราคาเหมาะสมปี 2026: 68.25 บาท
คำแนะนำ: "Outperform" (ซื้อ) เนื่องจากพื้นฐานการเติบโตที่แข็งแกร่ง กำไรปกติอยู่ในทิศทางขาขึ้นและทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังมี Backlog ที่จะรองรับรายได้ในระยะยาวอีก 10 ปีข้างหน้า รวมถึงโอกาสในการขยายธุรกิจใหม่ๆ ในอนาคต
บล.หยวนต้า ระบุ Gulf Development (GULF) คาดกำไรทำ New High ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3
คาดกำไรปกติ 4Q25 ทำระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาสอีกครั้ง
คาดกำไรปกติ 4Q25 ที่ 7,387 ล้านบาท เติบโต 2% QoQ และ 32% YoY ทำระดับสูงสุดใหม่เป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน แม้เป็นช่วง Low Season ของธุรกิจโรงไฟฟ้า IPP และไม่มีการรับรู้เงินปันผลจาก KBANK
เหมือนใน 3Q25 เพราะได้แรงหนุนจาก 1) ปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าลมในไทย (รับรู้ผ่าน GGC) และในเยอรมนี (BKR2) 2) คาดส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4,300 ล้านบาท (+12% QoQ,
+55% YoY) ตามการปรับขึ้น ARPU ของธุรกิจมือถือและการควบคุมค่าใช้จ่ายของธุรกิจ Broadband รวมถึงการรับรู้ผลของต้นทุนคลื่น 2100MHz ที่ลดลงหลังผ่านการประมูลคลื่นแบบเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก
และ 3) คาดส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้า Jackson จะทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หากกำไรปกติ 4Q25 ออกมาใกล้เคียงคาด กำไรปกติปี 2025 จะอยู่ที่ 28,275 ล้านบาท (+31% YoY) ใกล้เคียงกับ
ประมาณการของเรา
ปรับกำไรปี 2026-27 ขึ้นเพื่อสะท้อนส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่ดีต่อเนื่อง
เราปรับประมาณการปี 2026-27 ขึ้น 2% และ 1% เป็น 31,268 ล้านบาท (+11% YoY) และ 32,848 ล้านบาท (+5% YoY) ตามลำดับ จากการปรับขึ้นส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ขึ้นเป็น 16,449 ล้านบาท และ
17,735 ล้านบาท (ตามการปรับประมาณการของ ADVANC ขึ้นในบทวิเคราะห์วันที่ 23 ธ.ค. 25) หลังบริษัทฯ มีการปรับขึ้น ARPU ได้ต่อเนื่องและเร็วกว่าที่เราประเมินไว้ก่อนหน้าทั้งในตลาดมือถือและ
Broadband รวมถึงการปรับส่วนแบ่งกำไรของโรงไฟฟ้า Jackson ขึ้นเพื่อสะท้อนค่าความพร้อมจ่ายที่มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
แนวโน้มกำไรปี 2026 ยังแข็งแกร่ง คาดเติบโต YoY ได้ทุกไตรมาส
เบื้องต้นเราประเมินว่ากำไรปกติในปี 2026 ของ GULF จะยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและมีโอกาสเติบโต YoY ได้ต่อเนื่องในทุกไตรมาสหลังได้แรงหนุนจาก 1) การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่ COD
เพิ่มเติม (โครงการที่ได้รับคัดเลือกในรอบ 5.2GW) 2) คาดส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Jackson จะเพิ่มสูงขึ้น YoY ทุกไตรมาสตามค่าความพร้อมจ่ายในตลาดไฟฟ้า PJM ที่สูงขึ้นและ Spark Spread ที่ขยายตัว
(ตามราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นและการเกิด Arctic Blast ในช่วงปลายเดือน ม.ค.) 3) ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY อย่างต่อเนื่องจากการปรับขึ้น ARPU และ
การควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ และ 4) การรับรู้เงินปันผลจาก KBANK ที่สูงขึ้นจากปีก่อน
ปรับราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 60.50 บาท/หุ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ”
ผลจากการปรับประมาณการขึ้นและการปรับราคาเป้าหมายของ ADVANC ณ สิ้นปี 2026 ขึ้น (ตามบทวิเคราะห์วันที่ 23 ธ.ค.) ส่งผลให้ราคาเหมาะสมของ GULF ณ สิ้นปี 2026 เพิ่มขึ้นเป็น 60.50 บาท/หุ้น มี
Upside 30.1% โดยเรามองว่าหุ้นมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ดีกว่ากลุ่มฯ ได้ในระยะกลาง-ยาวจากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งและแรงเก็งกำไรความคืบหน้าแผน PDP ฉบับใหม่ที่คาดมีความชัดเจนมากขึ้นหลังผ่าน
การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในช่วง 1H26 (คาด GULF เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์สูงจากแผนดังกล่าว)
คงคำแนะนำ “ซื้อ”