“จีน” เปิดศึกการค้าอีกรอบ จี้ “สหรัฐ” เลิกภาษีฝ่ายเดียว หลังศาลฎีกาสกัดภาษีทรัมป์
"จีน" ออกโรงครั้งแรกหลังศาลฎีกาสหรัฐวินิจฉัยให้ภาษีทรัมป์ผิดกฎหมาย เรียกร้องสหรัฐยกเลิกมาตรการภาษีฝ่ายเดียวต่อทุกประเทศ ขณะตลาดจับตาภาษีอัตราเดียว 15%
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.38 น. สำนักข่าว Nikkie Asia รายงานว่า รัฐบาลจีนออกมาแสดงท่าทีเป็นครั้งแรกหลังช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ต่อคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐที่ยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้าแบบฝ่ายเดียวต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลก
โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า ปักกิ่งกำลังประเมินผลกระทบโดยรวมจากภาษีนำเข้าอัตราเดียวทั่วโลกที่ทรัมป์ประกาศใช้แทน ซึ่งกำหนดไว้ที่ 15% พร้อมชี้ว่ามาตรการฝ่ายเดียวของสหรัฐ เช่น ภาษีตอบโต้และภาษีที่อ้างประเด็นเฟนทานิล ละเมิดทั้งกฎการค้าโลกและกฎหมายภายในของสหรัฐเอง พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกภาษีฝ่ายเดียวต่อทุกประเทศ
ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ว่า การที่รัฐบาลทรัมป์ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อกำหนดภาษีเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ส่งผลให้ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 10% ต่อทุกประเทศ และต่อมาปรับเพิ่มเป็น 15% อย่างไรก็ดี คำตัดสินดังกล่าวไม่กระทบต่อภาษีเฉพาะรายสินค้า ซึ่งยังสามารถบังคับใช้ภายใต้อำนาจกฎหมายอื่นของสหรัฐ
โกลด์แมน แซคส์ ประเมินว่าภาษีอัตราเดียวรอบใหม่นี้จะทำให้หลายประเทศในเอเชียเผชิญภาษีนำเข้าสหรัฐที่ลดลงในระยะสั้น โดยจีนเป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์มากที่สุด และคาดว่าอัตราภาษีที่แท้จริงต่อสินค้าจีนจะลดลงราว 6.6 จุดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจสร้างแรงหนุนต่อแนวโน้มการส่งออกของจีน
สหรัฐเคยเก็บภาษีตอบโต้ 10% และภาษีที่เกี่ยวกับเฟนทานิลอีก 10% ต่อสินค้าจีนภายใต้อำนาจ IEEPA ภายใต้กรอบพักรบทางการค้าที่ตกลงกันเมื่อปีที่แล้ว และได้รับการขยายต่ออายุจากทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในการพบกันเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามภาษีเฟนทานิลซึ่งถูกใช้กับสินค้าทุกประเภท จะถูกแทนที่ด้วยภาษีใหม่ที่ไม่ครอบคลุมสินค้ากลุ่มสินค้าสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ทำให้อัตราภาษีที่แท้จริงต่อจีนลดลง
ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียต่างประเมินผลจากคำตัดสินของศาลฎีกาและภาษีชุดใหม่ของทรัมป์ โดยหลายประเทศได้ลงนามข้อตกลงการค้ากับสหรัฐไปแล้ว และอัตราภาษีใหม่อาจทำให้บางประเทศได้รับประโยชน์สุทธิในด้านการส่งออก
นอกเหนือจากภาษี 15% ซึ่งตามกฎหมายสามารถบังคับใช้ได้ 150 วัน สหรัฐยังส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 เพื่อกำหนดภาษีรายประเทศเพิ่มเติมในประเด็นการค้าที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งไม่อยู่ภายใต้ผลของคำตัดสินศาลฎีกา
ปัจจุบัน สหรัฐยังคงเก็บภาษี 25% ต่อสินค้าจีนมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2018 และได้เปิดการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ในเดือนตุลาคม เพื่อพิจารณาการปฏิบัติตามพันธกรณีของจีนภายใต้ข้อตกลง Phase One ซึ่งอาจถูกใช้เป็นช่องทางคงระดับภาษีสูงต่อสินค้าจีนต่อไป
กระทรวงพาณิชย์จีน ยอมรับว่า การสอบสวนทางการค้าดังกล่าวอาจถูกนำมาใช้แทนภาษี IEEPA และย้ำว่าจีนกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง
ทรัมป์มีกำหนดเยือนกรุงปักกิ่งช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน เพื่อพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งการปรับนโยบายภาษีล่าสุดของสหรัฐมีแนวโน้มเพิ่มมิติใหม่ให้กับการเจรจาครั้งนี้
มอร์แกน สแตนลีย์ ระบุว่า การเปลี่ยนนโยบายภาษีอย่างกะทันหันอาจกระตุ้นให้ผู้นำเข้าสหรัฐเร่งนำเข้าสินค้าจากจีนล่วงหน้าในระยะสั้น แต่เตือนว่าสหรัฐมีแนวโน้มเดินหน้าใช้ภาษีที่ยั่งยืนกว่าผ่านมาตรา 301 และ 232 หลังพ้นช่วง 150 วัน และชี้ว่าการพักรบทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนยังคงเปราะบาง
อ้างอิง : asia.nikkei.com